xs
sm
md
lg

“ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาล แต่รสชาติเป๊ะเหมือนเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาล แต่รสชาติเป๊ะเหมือนเดิม
สสส. ร่วมสมาคมโภชนาการฯ หนุนโอทอปพัฒนาขนมไทยสูตรลดหวาน มัน เค็ม ชูเมนูใหม่ “ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาลได้ 50% แต่รสชาติเหมือนเดิม “กระยาสารทหวานน้อย” ขายดีนำร่องโอทอปจังหวัดในภาคกลาง ลดน้ำตาล 15 - 20%
       
       นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เกิดจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ซึ่งในอาหารไทยทั้งหลายมีรสหวานจัด มัน และเค็ม โดยเฉพาะขนมหวานของไทย ซึ่งเป็นโอทอปส่วนใหญ่ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย เลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปให้ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคขนมไทยเพื่อสุขภาพ ขณะที่ผู้ประกอบการยังขายของได้ โดยเราต้องให้ผู้ประกอบการรู้และตระหนักถึงปัญหา ที่สำคัญคือ รู้ว่าสูตรเปลี่ยนแล้วขายได้ เพราะความกังวลของผู้ขายคือกลัวว่าลดความหวานลงแล้วขนมจะขายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเทรนด์ของรักสุขภาพมากขึ้น จึงได้ทำการปรับปรุงเพิ่มสูตรอ่อนหวาน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ต้องตระหนักในการดูแลรักษาสุขภาพ เลือกรับประทานขนมไทยหวานน้อยดีต่อสุขภาพ
       
       น.ส.เพลินพิศ หาญเจริญวนะภูษิต ผู้จัดการโครงการ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการผลิตและบริโภคผลิตภัณฑ์อาหาร OTOP เพื่อสุขภาพ เป็นโครงการที่สมาคมฯได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ดำเนินครอบคลุมโภชนาการทั้ง 3 ด้าน คือ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้ โดยเลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมไทยที่มีส่วนผสมที่เป็นแป้งและน้ำตาลและเป็นของทอด หน้าที่ของโครงการคือให้ความรู้กับผู้ผลิตอาหารโดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษา กับผู้ประกอบการโอทอปในท้องถิ่น โดยเริ่มต้นจากครูและนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดหวาน เค็ม ของขนม แล้วเชิญผู้ประกอบการมาชิมและให้ความเห็นต่อผลงานของวิทยาลัย ซึ่งเป็นการจุดประกายให้ผู้ประกอบการนำแนวคิดนี้ไปพัฒนาปรับลดความหวาน เค็มลง แต่ยังคงรสชาติที่ดี เพื่อเป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สามารถลดน้ำตาลในขนมไทยได้โดยเฉลี่ยประมาณ 15 - 20%
       
       “ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนมไทยเข้าร่วมโครงการในภาคกลาง เช่น จ.สระบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม อ่างทอง เป็นต้น โดยมีร้านริน ขนมไทย ผู้นำธุรกิจขนมหวานของ จ.ฉะเชิงเทรา นำมาทดลองครั้งแรกกับการพัฒนาสูตรกระยาสารท ซึ่งเป็นขนมที่ขายดีที่สุดในร้านให้เป็นสูตรหวานน้อย โดยผู้ประกอบการเลือกลดปริมาณน้ำอ้อยลง ผลปรากฏว่าสามารถลดระดับความหวานได้มากถึง 25% ต่อมาก็มีการพัฒนาข้าวตังหน้างาสูตรหวานน้อย” น.ส.เพลินพิศ กล่าว
       
       น.ส.เพลินพิศ กล่าวว่า แนวคิดของโครงการพยายามที่รสชาติของผลิตภัณฑ์มีรสหวาน เค็มลดลง แต่ผลิตภัณฑ์บางชนิดจำเป็นต้องหวาน ร้านรินขนมไทย ได้ใช้สารให้ความหวานทดแทนอย่างหญ้าหวานในเมนูฝอยทองซึ่งลดน้ำตาลได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับสูตรต้นตำรับ ถือเป็นอีกเมนูที่ได้รับความนิยม ทำให้ผู้ซื้อที่รักสุขภาพจะได้รับน้ำตาลน้อยลงใน ขณะที่ยังรักษาคุณภาพและรสชาติของขนมไทยดั้งเดิมได้ครบถ้วน ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำฉลากโภชนาการเป็นข้อมูลโภชนาการเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการคำนวณว่าในมื้อต่อไปเราจะกินได้เท่าไร ตอนนี้เราให้ความรู้ผู้ผลิตในเรื่องของการผลิตขนมเพื่อสุขภาพ และตระหนักถึงความสำคัญของหวาน มัน เค็ม สนับสนุนในการพัฒนาสูตร ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนพัฒนา เราเป็นเพียงผู้จุดประกาย ให้คำแนะนำ และทดลองตลาด ซึ่ง จ.ฉะเชิงเทรา เขาเป็นรายแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการรายอื่นในการทำขนมไทยที่ลดปริมาณน้ำตาล และยังขายดี
“ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาล แต่รสชาติเป๊ะเหมือนเดิม
“ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาล แต่รสชาติเป๊ะเหมือนเดิม
“ฝอยทองหญ้าหวาน” ลดน้ำตาล แต่รสชาติเป๊ะเหมือนเดิม






กำลังโหลดความคิดเห็น...