xs
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ชำแหละ 7 เสือ กกต.มาแรง “สายสีเขียว”จ้องฮุบเก้าอี้?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวลึกปมลับ : ชำแหละ 7 เสือ กกต.มาแรง “สายสีเขียว”จ้องฮุบเก้าอี้?
รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ตอน ชำแหละ 7 เสือกกต.มาแรง “สายสีเขียว”จ้องฮุบเก้าอี้?
       

       
       

       
        เรื่อง 7เสือ กกต.หรือกรรมการการเลือกตั้ง ชุดใหม่ จะเป็นใคร? เป็นเรื่องที่จะต้อง จับตามองกันนับแต่ตอนนี้ เพราะกระบวนการต่างๆ กำลังจะได้รายชื่อ แคนดิเดต ว่าที่ 7 เสือ กกต.ที่จะมีที่มาจากสองทางด้วยกัน
       
        คือ 1. จากการเลือกของคณะกรรมการสรรหากกต. ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ที่จะเลือกว่าที่กกต. จำนวน 5 ชื่อ ส่งไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โหวตเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับชื่อที่ส่งไป
       และ 2.จะมาจากการลงมติเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา  จำนวน  2 รายชื่อ
       
        เมื่อไล่ความคืบหน้าไปทีละส่วน มีความคืบหน้าเป็นระยะ เริ่มจาก ในส่วนของที่จะต้องเลือก5 ชื่อ จากกรรมการสรรหา ถึงตอนนี้มีผู้มาสมัคร 40  รายชื่อ แม้จะไม่ได้มีระดับชื่อดังเบอร์ใหญ่ขั้นเทพที่เรียกเสียงฮือฮา แต่รายชื่อผู้สมัครที่ปิดรับสมัครกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ 10พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีหลายรายชื่อน่าสนใจ และถูกจับตามองว่า น่าจะมีชื่อได้ลุ้นเข้ารอบ  
       
        เช่น นายเกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 1ถือเป็นผู้สมัครจากสายตุลาการคนเดียวในรอบนี้ และถ้านับที่มาจากศาลเช่นกัน แต่เป็น ศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือนายนุรักษ์ มาประณีต ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็มีตัวแทนมาเป็นกรรมการสรรหาด้วยหนึ่งเสียง
       
        ส่วนสายนักปกครอง พวกอดีตสิงห์คลองหลอด รอบนี้มีชื่อโผล่มายื่นใบสมัคร ด้วยกัน  3 คน คือ ประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย-พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตอธิบดีกรมที่ดิน และอดีตผู้ว่าฯ5 จังหวัดเช่น นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ ปทุมธานี  -นายธานี สามารถกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  
       
       หากย้อนไปดู กกต.สองชุดก่อนหน้านี้ จะพบว่า ไม่มีกกต.ที่มาจากสายมหาดไทย แม้แต่คนเดียว มารอบนี้ ก็ต้องรอดูว่าจะซ้ำรอยเป็นรอบที่สามหรือไม่ ซึ่งก็มีชื่อที่ถูกพูดถึงไม่น้อย คือ นายประชา เตรัตน์ คนนี้คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีตอนเป็นผู้ว่าฯชลบุรีและสุราษฏร์ธานี
       
       สาเหตุที่คนพูดถึงนายประชามากก็เพราะปัจจุบันเจ้าตัว มีห้องทำงาน อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ในฐานะ “คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา มท.1นั่นเอง โดยประชา  มีตำแหน่งดังกล่าวมาได้สามปีกว่าแล้ว พร้อมๆกับที่ บิ๊กป๊อก มาเป็น มท. 1  และก่อนหน้านี้ ก็เข้าไปเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงให้เห็นว่า ชื่อนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน  
       
        ส่วน ธานีกับพีระศักดิ์ ที่เมื่อดูประวัติจะพบว่าทั้งสองคน เคยเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์กับปทุมธานี มาเหมือนกัน
       ในส่วนของ นายธานี  นั้น พวกสิงห์คลองหลอดมหาดไทย รู้กันดีว่า ก่อนหน้านี้ เคยเป็นทีมงานหน้าห้อง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สมัยปู่จิ้นพ่อนายอนุทิน  ชาญวีรกุล เป็นมท.   1 แต่ระยะหลังถูกแป๊กมาตลอด
       
       ก็ต้องดูกันว่า รอบนี้ กกต.จะมีพวกสิงห์คลอดหลอดเข้าไปได้หรือไม่ และจะเป็นชื่อไหน นายพีระศักดิ์ที่มาด้วยใจก็จะมองผ่านไม่ได้ เพราะคนนี้ถ้าไม่แน่จริงคงไม่ได้เป็นผู้ว่าฯจังหวัดใหญ่ถึง5 จังหวัด และเป็นรักษาการอธิบดีอีกหนึ่งกรม
       
        ส่วนสายทหาร ก็มีมาสมัครกันพอสมควร แต่ชื่อไม่ถือว่า เรียกเสียงฮือฮา  อย่างไรก็ตาม ของแบบนี้ในยุค คสช. ที่ทหารเป็นใหญ่ ก็ประมาทไม่ได้ ดูได้จากกรณีการเลือกกรรมการตรวจเงินแผ่นดินหรือคตง. ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า ชื่อของ พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ที่มายื่นใบสมัครถือว่าโนเนม แต่ผลปรากฏ ได้เป็นทั้งคตง.และประธานคตง. ม้วนเดียวจบ ชนิดไม่มีใครคาดคิด
       
        รอบนี้ แม้ชื่อทหาร-อดีตทหาร  จะไม่โด่งดัง แต่ก็ต้องคอยจับตาไว้ด้วย หลังมีชื่อ อย่าง พล.อ.อ.มานะ ประสพศรี อดีตเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ –พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช ที่ใกล้จะหมดวาระหรือพล.ท.ศานิต สร้างสมวงษ์ อดีตหัวหน้าศาลทหารสูงสุด
       
        เช่นเดียวกับชื่อผู้สมัครรายอื่น ๆ ก็ต้องรอลุ้น อาทิ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช ผู้มากคอนเน็คชั่นทุกวงการ -อิทธิพล บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย หรือ ภาคประชาสังคมอย่าง ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานพีเน็ต หรือมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย และนายพีระ เพรชพาณิชย์ อดีตกกต. จังหวัดพังงา
       
       อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทั้งหมด จะต้องผ่านด่านแรกให้ได้ก่อนคือ คุณสมบัติต้องครบและ ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังมีการปิดรับสมัคร ก็เริ่มมีการส่องบางรายชื่อ ที่ดูแล้ว คุณสมบัติอาจมีปัญหา
       อย่าง ประชา เตรัตน์ ยังสุ่มเสี่ยงโดนสอยร่วงก่อน เพราะการเป็นทีมงานหน้าห้อง บิ๊กป๊อก ก็อาจไม่เข้าข่ายมีคุณสมบัติต้องห้ามคือพ้นจากการเป็นข้าราชการการเมืองไม่ถึงสิบปี
       
        ขณะที่ กกต.อีก  2คน ที่จะมาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ จะได้รู้ชื่อกันในวันศุกร์ที่17 พ.ย.นี้แล้ว เพราะมีการนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อลงมติเลือกกกต. วันที่17 พ. ย. นี้
       
       โดยช่องทางของกกต.จากศาลฎีกา นั้นมีผู้พิพากษา สนใจสมัครเป็นกกต.ประมาณ 5   ชื่อ คือ ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา -ประพาฬ อนมาน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์  -ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา-สมเกียรติ เจริญสวรรค์ และทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
       
       เต็งจ๋าสายศาลที่คาดจะได้รับเสนอขื่อเป็นกกต. จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คือ นายฉัตรไชย กับนายปกรณ์ซึ่งคนที่จากสายศาลหากใครได้เข้ามาเป็นกกต. ตามธรรมเนียมขององค์กร หนึ่งในสองคนนี้จะได้ควบตำแหน่งเป็นประธานกกต. ด้วย ตามรอยของนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ และนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. คนปัจจุบัน นั่นเอง
       
       หากได้ตัวกกต.มาครบทั้งเจ็ดคน ก็เหมือนเป็นสัญญาณชี้ว่า การเดินหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งส. ว. และส. ส. ได้เริ่มขึ้นแล้ว รวมทั้งการปลดล็อคทางการเมืองก็จะตามมา แต่คาดว่ากกต. น่าจะได้ตัวกันครบเรียบร้อยพร้อมใช้งานในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า นักการเมืองจะรอได้หรือไม่?






กำลังโหลดความคิดเห็น...