xs
sm
md
lg

มองไม่เห็นอะไรใหม่ ในพรรครปช.ของนายสุเทพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 มองไม่เห็นอะไรใหม่ ในพรรครปช.ของนายสุเทพ
“หนึ่งความคิด”
        “สุรวิชช์ วีรวรรณ”
       
        นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ประกาศตัวว่าจะไม่เล่นการเมืองแล้ว พูดในวันเลือกหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยว่า พรรคจะได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะหลังการเลือกตั้งจะไม่มีการตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่จะเป็นรัฐบาลผสม
       
        ฟังเผินๆ ก็ไม่น่าจะผิดนะครับว่า การตั้งพรรคการเมืองแล้วลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งต้องมีความมุ่งหวังที่จะเป็นรัฐบาล เพื่อจะได้ทำตามนโยบายที่ประกาศไว้ แต่การประกาศอย่าเชื่อมั่นเช่นนั้นน่าจะต้องเป็นพรรคที่คาดว่าพรรคของตัวเองจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำนวนมาก และสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้
       
       แต่เท่าที่จับน้ำเสียงของนายสุเทพไม่น่าจะเพราะเชื่อมั่นว่าพรรคของตัวเองจะได้เสียงมากแน่ๆ เพียงแต่เชื่อว่าพรรคของตัวเองจะได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน พูดง่ายๆ ว่าจะไม่เป็นพรรคฝ่ายค้านแน่
       
        เพราะผมเชื่อว่าคนเจนจัดการเมืองมาตลอดชีวิตอย่างนายสุเทพน่าจะรู้ดีว่า พรรคของตัวเองจนถึงตอนนี้มองไม่ออกเลยว่าจะมีฐานคะแนนเสียงที่ชัดเจนมาจากตรงไหนบ้าง แม้แต่คนที่เคยร่วมต่อสู้บนถนนในนาม กปปส.ที่เป็นนักการเมืองก็ไม่มีใครเอาด้วยเลย ไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์ก็มีแนวโน้มว่าจะไป “พรรคพลังประชารัฐ” ที่เชื่อกันว่า เป็นพรรคตัวจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       
        แล้วผมก็เชื่อว่า ถึงเวลา พล.อ.ประยุทธ์ก็จะเปิดตัวอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีในนามพรรคที่ “กลุ่มสามมิตร” กำลัง “ดูด” เพื่อดึงอดีตนักการเมืองเข้ามาร่วมพรรคนั่นแหละ ไม่มีวันไปเสี่ยงอยู่ในรายชื่อพรรคของนายสุเทพหรอก เพราะพรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ต้องมีเสียงส.ส.25เสียงขึ้นไป
        คำถามว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะได้ถึง25เสียงมั้ย ผมมองตอนนี้ยังไม่เห็นตัวผู้สมัครก็คิดว่ายากนะ เพราะมองตามภูมิศาสตร์การเลือกตั้งแล้ว ภาคเหนือกับภาคอีสานนี่ปิดประตูตายไปเลย จะหวังภาคใต้ก็คงเบียดประชาธิปัตย์ยาก กทม. ภาคกลาง ตะวันออก ก็มองไม่ออกว่าพรรคนี้จะยืนอยู่ตรงไหน ใครจะเลือกพรรคนี้ อย่างเก่งก็เก็บคะแนนที่2ในภาคใต้เพื่อส่งผลถึงเก้าอี้บัญชีรายชื่อ
       
        ที่สำคัญถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่อีกพรรค พวกที่เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเลือกพรรคนั้นมากกว่า จะเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทยทำไม
       
        ที่พูดนี่ผมไม่ได้ดูแคลนบุคคลอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรครวมพลังประชาชาติไทยนะครับผมมองเห็นว่าหลายคนที่เข้าร่วมพรรคเป็นคนที่มีจุดยืน ความคิดความอ่าน และมีความมุ่งหวังเพื่อชาติบ้านเมือง แต่การเมืองที่แท้จริงนั้นมีเท่านั้นมันไม่พอ และเมื่อมองแล้วยังไม่เห็นว่าพรรคนี้จะเบียดแย่งคะแนนมาจากไหน
       
        แน่ล่ะนายสุเทพมองออกว่า รัฐธรรมนูญ2560เขียนเอาไว้เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาสืบทอดอำนาจไปอีก8ปี เพราะกำหนดให้ ส.ว.ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นคนตั้งเองมีสิทธิยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส.ได้5ปี นั่นเท่ากับว่า เมื่อครบ4ปีแล้วเลือกตั้งใหม่ส.ว.ก็ยังร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีก ดังนั้นดูเหมือนว่า การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั้นเป็นเครื่องการันตีว่าจะต้องได้เข้าร่วมรัฐบาลแน่
       
        แต่ถ้าพรรคลงเลือกตั้งแล้วได้มาไม่กี่เสียง พูดในแง่อุดมคติพรรคนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แม้จะได้ร่วมรัฐบาลก็ไม่สามารถผลักดันแนวความคิดและอุดมการณ์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ เมื่อเป็นเพียงพรรคที่หวังจะได้เข้าร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งเท่านั้นก็ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่า พรรคการเมืองพรรคนี้จะเป็นความหวังใหม่ของสังคมได้อย่างไร
       
        ประเทศไทยมีพรรคที่แค่หวังให้ได้เข้าร่วมรัฐบาลเยอะแล้ว พรรครวมพลังประชาชาติไทยก็เพียงแต่จะเป็นแบบนั้นอีกพรรคแค่นั้นเอง
       
        เมื่อเทียบกับพรรคที่เป็นขั้วตรงข้ามอย่างพรรคอนาคตใหม่ของเศรษฐีหมื่นล้านอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมคิดว่าเขาสามารถสร้างกระแสให้คนจำนวนหนึ่งที่เบื่อการเมืองแบบเก่ารู้ว่าพวกเขามีความแตกต่างจากการเมืองที่เราเคยสัมผัสมา
       
        จะบอกว่า คสช.ยังไม่เปิดโอกาสให้เคลื่อนไหวทางการเมือง พรรคจึงยังไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อกำหนดแนวทางและนโยบายของพรรคได้ แต่จริงๆแล้ว เราสามารถทำได้เพื่อให้คนทั่วไปรู้ว่าพรรคนี้จะมีแนวทางทางการเมืองอย่างไร จะทำเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งมีช่องทางและกลวิธีอยู่แล้วที่ทำให้การพูดนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะร่วมรัฐบาลแน่ๆจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีแค่นั้น
       
        มีอะไรดีมีอะไรในกอไผ่โชว์ช่วยบอกสังคมให้รู้หน่อยสิครับ
       
        อย่างน้อยออกมาพูดสิครับว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทยที่บอกว่าเกิดมาจากผลพวงการต่อสู้ของกปปส.นั้น จะปฏิรูปด้านต่างๆที่เป็นหัวข้อเรียกร้องในการต่อสู้มาอย่างไร ที่บอกว่าให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ถึงวันนี้รัฐบาลนี้ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ถ้ายังไม่ได้ทำเลยก็บอกว่า เลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทยแล้วจะทำอย่างไร จะทำได้จริงไหม เพียงแต่จะกล้าไหมเพราะถ้าทำอย่างนั้นมันต้องวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตอนนี้ด้วยว่า ได้ปฏิรูปอะไรไปบ้างแล้ว
       
        เพื่อจะให้คนที่ถูกชวนมาต่อสู้บนถนนออกมาเป่านกหวีดที่มีหลายล้านคนเขาจะได้มีความหวังว่าการต่อสู้ไม่สูญเปล่า และออกมาลงคะแนนให้พรรคที่สืบทอดอุดมการณ์ของตัวเองกัน
       
        แต่หากยังเป็นอย่างที่เห็นอยู่บอกได้คำเดียวว่าพรรคการเมืองนี้เป็นเพียงพรรคเฉพาะกิจที่มาจากความฝันของนายสุเทพที่ลุ่มหลงว่า การเป็นผู้นำการชุมนุมบนท้องถนน ณ เวลาก่อนการรัฐประหารนั้น น่าจะทำให้ตัวเองมีคนที่เคารพศรัทธาและเชื่อมั่นมาก นายสุเทพถึงกับประกาศว่าจะเดินหาเสียงให้พรรคการเมืองพรรคนี้ไปทั่วประเทศด้วยตัวเอง แต่จริงๆแล้วในทางการเมือง นายสุเทพก็เป็นนักการเมืองแบบที่เราเคยเห็นเคยสัมผัสนั่นแหละ จะผิดแผกไปจากนายสุเทพที่เคยเป็นไม่ได้หรอก
       
        และเมื่อนายสุเทพแสดงตัวราวกับเป็นเจ้าของพรรคเสียแล้ว กลิ่นอายเก่าจากตัวนายสุเทพทำให้พรรคนี้ไม่อาจเป็นพรรคที่คาดหวังอะไรใหม่ๆได้ ดังนั้นจึงพูดได้เพียงแต่ว่า พรรคนี้จะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่ๆ เพื่อเป็นจุดขายมากกว่าจะจุดประกายความหวังให้เห็นว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยนี่แหละที่จะเป็นผู้นำทางการเมืองไปสู่แนวทางแบบใหม่ๆไม่เดินย่ำรอยการเมืองใหม่ที่คนเบื่อหน่าย
       
        เพราะถ้าพรรคการเมืองนี้มุ่งหวังจะเป็นสถาบันทางการเมืองลงหลักปักฐานจริงๆ สิ่งที่ต้องมาก่อนการประกาศตัวว่าจะเป็นรัฐบาลแน่ๆ ก็คือ การประกาศจุดยืนอุดมการณ์ทางการเมืองและความมุ่งหวังที่จะเข้ามาเล่นการเมืองต้องสะท้อนภาพของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่จะนำชาติบ้านเมืองไปในแนวทางไหน
       
        อย่างพรรคอนาคตใหม่แม้หลายสิ่งที่เขาประกาศออกมาผมไม่เห็นด้วยเลย หลายอย่างคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่พรรคนี้มีก็คือ ความกล้าหาญที่จะแสดงจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง
       
        พรรคอนาคตใหม่เลยกลายเป็นพรรคที่สร้างกระแสในสังคมได้ อย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ แม้มองดูเหมือนว่าพรรคนี้เป็นพรรค niche market ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการจับกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่พรรคเพื่อไทยเข้าไม่ถึง แต่ในระยะหลังผมกลับสัมผัสได้ว่า ความเบื่อการเมืองแบบเก่าของคนไทยเบื่อนักการเมืองนั้น มันทำให้หลายคนมองพรรคนี้อย่างมีความหวัง คนรุ่นใหม่ คนกลางๆ ที่เบื่อการเมืองเขาไม่สนหรอกว่าพรรคนี้จะเป็นแนวร่วมของระบอบทักษิณหรือไม่ แต่คิดอย่างเดียวว่ามันโดน
       
        ครั้งนี้มีตัวเลขคนรุ่นใหม่ที่จะเลือกตั้งครั้งแรกอายุ 18 ปีไปถึง 25 ปีประมาณ 8 ล้านคน
       
        แล้วพรรครวมพลังประชาชาติไทยล่ะครับ เปิดตัวขึ้นมาเพื่อสร้างกระแสอะไรได้บ้างไหม ผมคิดว่าไม่เลยครับ มันก็เหมือนกับพรรคธรรมดาพรรคหนึ่งนั่นแหละ แม้จะมีชื่อม.ร.ว.จัตุมงคล โสภณกุล เป็นหัวหน้าพรรค ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความสดและซ่าสำหรับพรรคนี้ได้เลย หรือแม้แต่เปิดตัวคนรุ่นใหม่มาแล้วหลายคน แต่องค์ประกอบของพรรคทำให้คนเหล่านี้เป็นเพียงชิ้นส่วนย่อยของพรรคที่ไม่มีพลังขับเคลื่อนอะไร เพราะมันถูกกดทับด้วยภาพการเมืองเก่าของนายสุเทพเสียหมด
       
        ผมคิดว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคนี้ดูติดขัดก็เพราะอยู่ที่ตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั่นแหละ จึงเป็นเพียงพรรคที่จะไปแย่งคะแนนกันเองในหมู่คนกลุ่มเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐที่เชื่อกันว่า เป็นพรรคจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคเก่าของนายสุเทพก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายใหม่แบบที่พรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นแนวร่วมของพรรคเพื่อไทยทำได้เลย
       
        ดังนั้น แม้พรรคนี้จะเป็นพรรคที่มีเพื่อนมิตรหลายคนเข้าไปร่วม หลายคนเป็นคนดีคนเก่งมีความมุ่งหวังและตั้งใจจริงที่จะทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง ผมก็ต้องยิ่งพูดถึงพรรคนี้มาก เพราะมองไม่ออกเลยว่า พรรคนี้จะมีอะไรเป็นจุดขายอะไร และจะเติบใหญ่เป็นพรรคที่เป็นสถาบันไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจได้อย่างไร
       
        ผมมองจากภาพทีปรากฏนะครับ ไม่เห็นแสงประกายจากพรรคการเมืองพรรคนี้เลย มองไม่ออกเลยว่าจะได้คะแนนเสียงมาจากไหน แต่ก็ยังแอบคาดหวังว่า หลังจากนี้เมื่อมีหัวหน้าพรรคชัดเจนแล้ว พรรคนี้จะส่งพลังออกมาให้เห็นว่า ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่คิดเพียงแต่จะร่วมรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ
       
       ทำให้เห็นหน่อยสิว่า พรรคร่วมพลังประชาชาติไทยเป็นพรรคแห่งอนาคตที่จะเป็นความหวังของสังคมไทย จะพาประเทศชาติออกจากหล่มการเมืองแบบเก่าๆ มีอุดมการณ์ความคิดจุดยืนที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนไปสู่อนาคตที่ดีได้
       
       ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
       
       






กำลังโหลดความคิดเห็น...