xs
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ลุ้นคดีโอ๊คฟอกเงิน งานนี้มีหนาววววว!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ลึกทันใจ : ลุ้นคดีโอ๊คฟอกเงิน งานนี้มีหนาววววว!!
รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ลุ้นคดีโอ๊คฟอกเงิน งานนี้มีหนาววววว!! ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561
       

       
       

       หลังจากที่คดีถูกดองมานานหลายปี ในที่สุดก็ต้องถึงวันที่นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของทักษิณ ชินวัตร ต้องเปลี่ยนสถานะกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินปี2542และปี2558 ที่สำนักอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลนี้ใช้เวลาไม่นานก็จะรู้แล้วว่าผลของคดีจะออกมาอย่างไร ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่จะได้เห็นภาพการออกมาให้กำลังใจพี่โอ๊คกันแบบยกครัวตั้งแต่ผู้เป็นแม่อย่างคุณหญิงอ้อ น้องเอมและ อุ๊งอิ๊ง รวมทั้งบรรดาคนสำคัญ ๆของพรรคเพื่อไทยก็ไม่พลาดที่จะต้องมาเสนอหน้าให้กำลังใจลูกชายของนายใหญ่ในครั้งนี้ด้วย
       
       ว่ากันคร่าวๆในเรื่องของคดีนี้ ตามคำแถลงของ นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กลุ่มผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจเครือข่ายกฤษฎามหานคร ในส่วนของการโอนเช็คสองฉบับ มีนางเกสินี จิปิภพ มารดานางกาญจนาภา หงษ์เหิน กับนายพานทองแท้ ชินวัตร กับพวกรวม 4 คน ฐานร่วมกันฟอกเงิน กับสมคบกันฟอกเงิน ในเช็คสองฉบับรวม 2 กรรม โดยนางเกศินิ ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 1 นางกาญจนาภา หงส์เหินผู้ต้องหาที่ 2 นายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4
       
       กรรมแรกคือรับโอนเช็ค 26 ล้านบาท ซึ่งอัยการสั่งฟ้องนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน อดีตภริยานายทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 2 กับนายวันชัย สามีผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 และปี 2558 ส่วนที่สอง คือรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท อัยการได้สั่งฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เพียงคนเดียว ฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 และปี 2558 เช่นกัน ซึ่งหลังจากที่อัยการได้นำตัวนายพานทองแท้ส่งฟ้องศาลแล้ว ศาลมีความปรานีให้ได้รับการประกันตัวไปในวงเงิน 1 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศและนัดสอบคำให้การในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ แม้ว่าคดีจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ก็ถือว่า โอ๊คกำลังเดินเฉียดเข้าไปใกล้คุกอีก 1 ก้าวแล้วและยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการของศาลการจะควบคุมอะไรให้ได้ตามใจก็ทำไม่ได้แล้วเพราะถือว่าตอนนี้ทุกอย่างอยู่นอกการควบคุมไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
       
       สำหรับเหตุผลที่บอกว่า โอ๊คได้เดินใกล้คุกเข้าไปอีก 1 ก้าวนั้น ก็ต้องมองย้อนหลังไปถึงคดีทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทยของกลุ่มกฤษดามหานครที่เป็นคดีหลักมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วให้จำคุกกันแบบยกเข่งคนละ 18 ปี และให้ชดใช้เงินจำนวนมหาศาลยกเว้นเพียง นายทักษิณ ที่หลบหนีคดีจนถูกออกหมายจับ ซึ่งล่าสุดก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยตามกฎหมายใหม่
       
       ดังนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบเฉพาะเส้นทางคดี โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่ปรากฎตามหลักฐานจากการได้รับโอนเช็กเข้าบัญชีจำนวน 10 ล้านบาท แม้จะอ้างว่าคืนเงินกลับไปแล้วก็ตาม ซึ่งก็ต้องไปว่ากันในศาลต่อไป ส่วนศาลท่านจะเชื่อหรือไม่ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ก็จะได้ลุ้นกันแล้วว่าคดีจะมีผลออกมาทางใด ยิ่งตอนนี้ก็ใกล้หน้าหนาวแล้ว พอคิดถึงคำพิพากษาของศาลที่จะออกมาด้วย แหม....มันยิ่งหนาวจับขั้วหัวใจจริงๆ
       
       ทีมข่าว ลึกทันใจ รายงาน






กำลังโหลดความคิดเห็น...