xs
sm
md
lg

เปิดรายจ่ายการศึกษา 9 ปี รัฐลงทุนสูงเกือบ 9 แสน ล.สูงกว่าสุขภาพ 7.6 เท่า แต่คุณภาพยังถอย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เปิดรายจ่ายการศึกษา 9 ปี รัฐลงทุนสูงเกือบ 9 แสน ล.สูงกว่าสุขภาพ 7.6 เท่า แต่คุณภาพยังถอย
เปิดรายจ่ายด้านการศึกษาปี 51-59 พบงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 6.2% เเต่คุณภาพการศึกษาถดถอยรัฐลงทุนสูงเกือบ 9 เเสนล้านบาท ความเหลื่อมล้ำงบรายหัวยังมีมาก ต่างพื้นที่ห่างกัน 3 เท่า ระบุ กรุงเทพฯติด 1 ใน 5 จังหวัดได้รับเงินอุดหนุนการศึกษามากที่สุด ขณะที่ สมุทรสงคราม ได้รับน้อยที่สุด ด้าน กสศ.แนะเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบ เน้นเสมอภาค รัฐยังลดงบได้ด้วย
       
       วันนี้ (11 ต.ค.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีเสวนา “เจาะลึกรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยภายใต้โครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพเเละการศึกษาของนักเรียน” ที่ กสศ.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เเละธนาคารโลกจัดขึ้น เพื่อนำเสนอสถานการณ์รายจ่ายด้านการศึกษาที่จะนำไปสู่การเเก้ปัญหาเเละข้อเสนอเเนะด้านนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       
       นายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพเเละการศึกษาของนักเรียน กล่าวว่า ได้จัดทำข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษา ปี 2551-2559 พบว่า รายจ่ายด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.2% ต่อปี ใช้งบประมาณลงทุนปี 2559 มากที่สุด เป็นเงิน 878,878 ล้านบาท เฉลี่ยเป็นรายจ่ายภาครัฐ 684,497 ล้านบาทเเละเป็นรายจ่ายครอบครัวเกือบ 2 เเสนล้านบาท ซึ่งถือได้ว่ารายจ่ายด้านการศึกษาของไทย คิดเป็น 6.1% ของ GDP มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ที่ 5.2% ของ GDP โดยมีรายจ่ายต่อคนต่อปีสูงถึงปีละ 56,538 บาท สูงกว่ารายจ่ายด้านสุขภาพเฉลี่ยต่อประชากรคนละ 7,354 บาทต่อปีหรือคิดเป็น 7.6 เท่า แต่คุณภาพการศึกษายังถดถอย เพราะผลคะเเนนการทดสอบทางการศึกษาเเห่งชาติหรือคะแนน PISA อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเเละมีแนวโน้มลดลง
เปิดรายจ่ายการศึกษา 9 ปี รัฐลงทุนสูงเกือบ 9 แสน ล.สูงกว่าสุขภาพ 7.6 เท่า แต่คุณภาพยังถอย
ทั้งนี้ หากเจาะลึกรายจ่าย ภาครัฐลงทุนด้านการศึกษามากกว่าเอกชนในทุกระดับ โดยเฉพาะระดับประถมศึกษาสูงสุด 35%รองลงมาระดับมัธยมศึกษาเเละอุดมศึกษา 21% ขณะที่ระดับก่อนประถมศึกษา 9% และระดับอาชีวศึกษา 5% ทั้งที่เป็นความต้องการของประเทศ โดยรายจ่ายด้านการศึกษา 74% ของงบการศึกษาเป็นรายจ่ายในหมวดบุคลากร เพราะ 3 ใน 4 ของครูทั้งหมด ได้รับค่าวิทยฐานะและครูส่วนใหญ่มีอายุราชการเฉลี่ยสูง ขณะที่ 5 อันดับจังหวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เเละขอนแก่น ส่วนจังหวัดที่ได้รับเงินน้อยที่สุด คือ สมุทรสงคราม
       
       นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า สภาพความเป็นจริงการกระจายงบประมาณในเเต่ละพื้นที่ยังมีความเเตกต่างค่อนข้างมาก งบประมาณเฉลี่ยเเต่ละจังหวัดมีความเเตกต่างมากถึง 3 เท่า ขณะที่บางจังหวัดนักเรียนได้รับงบประมาณรายจ่ายการศึกษาอยู่ที่ 27,145 บาท เเต่อีกจังหวัดได้รับสูงถึง 74,757 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งความเหลื่อมล้ำการจัดสรรทรัพยากรไม่ได้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจเเละสังคมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทำให้เห็นว่าจังหวัดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนที่ยากจนที่สุด ไม่ใช่จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบที่สูงกว่าจังหวัดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่า การจัดสรรงบยังใช้รูปเเบบเดียวกันเเละอัตราที่เท่ากันทั่วประเทศ เเต่พื้นที่ โรงเรียนหรือเยาวชนเเต่ละเเห่งมีความต้องการไม่เหมือนกัน
       
       “หากจะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นความเสมอภาคมากขึ้น เพราะจะช่วยให้ระบบการศึกษาไทยบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพเเละความเสมอภาคไปพร้อมกัน เพราะตัดได้รับการจัดสรรตามความจำเป็น เเละรัฐจะประหยัดเงินจากรายจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ เพราะการเหลื่อมล้ำ เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ เดิมรัฐมีงบเรื่องความเหลื่อมล้ำเกือบ 3 หมื่นล้านบาท เเต่ไปที่เด็กเเค่ 30% ซึ่งถือว่างบนี้ยังไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เด็กจริงๆ”นายชัยยุทธ กล่าว
       
       ด้าน นายดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแนวโน้มแย่ลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยคุณภาพการศึกษาถดถอยลง ทั้งๆ ที่งบประมาณต่อนักเรียนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 48 ระหว่างปี 2010-2013 ซึ่งปัญหาการขาดประสิทธิภาพในการใช้จ่ายด้านการศึกษาส่วนใหญ่เกิดจากระดับประถมโดยมีค่าใช้จ่ายนักเรียนสูงกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจในระดับเดียวกัน โดยประเทศไทยใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ภายในกลุ่มเชื้อชาติ (EAP) และสูงที่สุดเป็นอันดับ 20 จาก 112 ประเทศในโลกที่มีการรายงานสถิติ
เปิดรายจ่ายการศึกษา 9 ปี รัฐลงทุนสูงเกือบ 9 แสน ล.สูงกว่าสุขภาพ 7.6 เท่า แต่คุณภาพยังถอย
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ต้นทุนสูงในการบริหารจัดการ มักได้รับการจัดสรรทรัพยากรไม่เพียงพอและนักเรียนด้อยโอกาสส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำยิ่งย่ำแย่ไปอีก ทั้งนี้ หากสพฐ.สามารถควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กตามแผน จะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณได้มากถึง 49,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะจากเงินเดือนครูและมาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมคุณภาพการศึกษาให้แก่ผู้เรียนเป็นอย่างมากโดยจะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
       
       ด้าน นายสนิท เเย้มเกสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.ได้พัฒนาคุณภาพการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยในเรื่องรายจ่าย กระทรวงศึกษาธิการมีรายจ่ายด้านการศึกษาปีละ 5 เเสนล้านบาท โดยการคิดงบประมาณรายหัวของเด็กได้ประเมินถึงความเหมาะสม เเต่จะตัดสินใจฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงต้องพึ่งงานวิจัยเชิงลึก เพื่อใช้ในการพิจารณางบประมาณในการช่วยเหลือเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยอมรับว่า ที่ผ่านมา การดำเนินงานยังไม่ถึงเป้าหมายที่อยากจะเห็นการศึกษาที่เท่าเทียมกัน การอนุมัติเงินงบประมาณมีการอิงพื้นที่น้อยเกินไป เพราะในเเต่ละจังหวัดเเตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ให้งบประมาณเท่ากันอาจจะทำให้ช่วยเหลือเด็กได้ไม่เท่ากัน จากนี้หลังได้ศึกษางานวิจัยจะต้องพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อระดมความคิดการให้งบประมาณอีกครั้ง โดยยึดเรื่องความจำเป็นพื้นฐานเเละจะช่วยเหลืออย่างไรให้มีคุณภาพเเละประสิทธิภาพ






กำลังโหลดความคิดเห็น...