xs
sm
md
lg

ยังไร้วี่แวว 3 ผู้ต้องขังชิงรถหนีที่ชุมพร ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ 900 ไร่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชุมพร - เจ้าหน้าที่ยังระดมกำลังตำรวจ ตชด.กว่า 200 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่น ปิดล้อมเขาพื้นที่กว่า 900 ไร่ ไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชิงรถเรือนจำหนี อธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงพื้นที่สอบสวนความผิดเจ้าหน้าที่
ยังไร้วี่แวว 3 ผู้ต้องขังชิงรถหนีที่ชุมพร ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ 900 ไร่
จากกรณี มื่อช่วงเช้าวันนี้ (11 ต.ค.) มีผู้ต้องหา 5 คน ก่อเหตุชิงรถยนต์เรือนจำ หลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้แล้ว 2 คน ส่วนอีก 3 คน หลบหนีไปพร้อมรถ หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังออกไล่ล่าทันที ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำจังหวัดหลังสวน
       
       โดยเหตุครั้งนี้เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ด้านหลังภายในศาลจังหวัดหลังสวน รถที่ผู้ต้องหาชิงเป็นรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำจังหวัดหลังสวน ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ฮฐ 1666 กรุงเทพมหานคร หลังจากไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีชาวบ้านแจ้งว่าพบรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาแล้วโดยคนร้ายขับมาจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้านใกล้เชิงเขาท่าทอง บ้านห้วยคล้า หมู่ 12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 35 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่ไว้ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไป
ยังไร้วี่แวว 3 ผู้ต้องขังชิงรถหนีที่ชุมพร ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ 900 ไร่
จากการตรวจสอบพบร่องรอยคนร้ายหลบหนีไปทางเชิงเขา เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกค้นหาพร้อมขอกำลังเสริมจากโรงพักพื้นที่ใกล้เคียง และขอสุนัขดมกลิ่นจาก ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ มาสนับสนุนไล่ล่าคนร้ายทั้ง 3 คน
       
       ต่อมา เจ้าหน้าที่พบว่าที่บ้านปูนชั้นเดียวห่างจากที่คนร้ายจอดรถทิ้งไว้ประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านที่เจ้าของสวนปาล์มสร้างไว้ ได้พบร่องรอยคนร้ายปีนขึ้นไปบนหลังคาซึ่งสูงกว่าพื้นประมาณ 1.50 เมตร แล้วพังกระเบื้องหลังคาลงไปในบ้านแล้วใช้ค้อน และเลื่อยตัดโซ่ตรวนแต่ยังไม่ขาด และได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึงไม่นาน
ยังไร้วี่แวว 3 ผู้ต้องขังชิงรถหนีที่ชุมพร ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ 900 ไร่
พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนีประกอบด้วย นายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/13 หมู่ 6 ต.เชียวเหลียง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง นายกฤษฎา เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/1 หมู่ 7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร นายนราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/47 หมู่ 3 ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ทั้ง 3 ราย ต้องหาคดีครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีทั้งยาบ้า และยาไอซ์
       
       พล.ต.ต.สหรัฐ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดหลังสวน ได้เบิกตัวนำผู้ต้องหาเรือนจำขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหามาส่งที่ศาลจังหวัดหลังสวน เพื่อส่งฟ้องในนัดแรก จำนวน 11 ราย แต่ระหว่างส่งตัวเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหาใต้ถุนศาล เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการด้านเอกสาร และส่งตัวผู้ต้องหาเข้าไปควบคุมแล้ว จำนวน 6 ราย เหลืออีก 5 ราย ได้ก่อเหตุชิงรถควบคุมผู้ต้องหาหลบหนีทั้งมีโซ่ตรวจพันธนาการขาอยู่แล้วขับพุ่งชนประตูศาลด้านหลังใกล้ห้องควบคุมจนประตูพัง และทับร่างผู้ต้องหา 2 ราย จนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหลังสวนแล้ว
ยังไร้วี่แวว 3 ผู้ต้องขังชิงรถหนีที่ชุมพร ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ 900 ไร่
ต่อมา เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิมขำ รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ ผกก.ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำจังหวัดหลังสวน ได้ใช้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลตะโก เป็นกองบัญชาการวางแผนและขอกำลังเสริมสนับสนุนและสุนัขดมกลิ่นจากทหาร และ ตชด.ในพื้นที่ จ.ระนอง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์เพื่อบินสำรวจกดดันคนร้าย เนื่องจากยังพบมีร่องรอยการหลบหนีอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งกระจายกำลังกว่า 200 นาย ปิดล้อมพื้นที่ในรัศมีกว่า 900 ไร่ รอบภูเขาไว้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
       
       ต่อมา เวลา 16.30 น. นายณรัชต์ เศวตตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางมาที่ศูนย์บัญชาชาการ พร้อมฟังรายงานเหตุการณ์ภารกิจตามไล่ล่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่โทษความผิดพลาดของหน่วยงานใด แต่ขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้ และอนาคตจะได้วางแผนร่วมกันเพื่อหามาตรการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจดูกล้องวงจรปิดขณะผู้ต้องหาชิงรถหลบหนีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ยังมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติซึ่งยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ จึงจะต้องมีการพิจารณาโทษทัณฑ์ผู้เกี่ยวข้องตามระเบียบกันต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...