xs
sm
md
lg

นาฬิกายืมเพื่อนจริงก็ไม่รอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นาฬิกายืมเพื่อนจริงก็ไม่รอด
เมื่อไม่กี่วันก่อนสังคมไทยตื่นเต้นมากที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้า คสช.เป็นประธานทอดกฐินได้เงินมาให้วัดถึง 30 กว่าล้านบาท จนเกิดคำถามว่า เอาเงินมาจากไหน พล.อ.ประวิตรต้องออกมาชี้แจงว่า ตัวเองทำบุญเพียง 3,000 บาท ที่เหลือมาจากเพื่อนวัยเด็ก
       
        มันชวนคิดนะครับว่า การได้เงินจำนวนนี้มานั้นมันเกิดจากหน้าที่การงานและการอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจให้คุณให้โทษหรือไม่ แต่ช่างเถอะก็ถือว่าวัดได้อานิสงส์ไปไม่ใช่การหาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง
       
        ส่วนเรื่องนาฬิกาที่หลายคนอาจจะลืมๆ ไปแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พูดถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ว่า เพิ่งได้รับแจ้งในวันเดียวกันนี้ ว่าบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาจากต่างประเทศ ได้เอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับนาฬิกามาจากที่ ป.ป.ช.แล้ว หลังจากที่เราได้ขอข้อมูลจากบริษัทตัวแทนผู้ผลิตนาฬิกาไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะดำเนินการต่อ คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานในการตรวจสอบและสรุป
       
        ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า กรณีนี้ ป.ป.ช.ปฏิบัติแตกต่างไปจากคดีอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุสงสัย ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดไปก่อน แล้วให้ผู้ถูกกล่าวหาหาหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเอง แต่กรณีนี้ ป.ป.ช.กลับเป็นฝ่ายไปหาหลักฐานมาไม่กล้าชี้มูลความผิด
       
        แต่เอาเถอะ ป.ป.ช.ท่านอาจจะกระทำด้วยความรอบคอบซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ดี ไม่สุ่มสี่ไปชี้มูลง่ายๆ และถ้านี่เป็นวิถีทางที่ถูกต้อง ป.ป.ช.ก็น่าจะทบทวนว่าที่ผ่านมาใช้มาตรการเดียวกันนี้กับผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นหรือไม่ คือไปหาหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อนจะชี้มูลไม่ใช่ฟังแต่เรื่องร้องเรียน เหมือนกับที่บอกว่า ไปขอหลักฐานเรื่องนาฬิกาของพล.อ.ประวิตรจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ
       
        จะได้เป็นการใช้อำนาจที่อำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างเสมอภาคกัน
       
        เพราะการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เป็นเรื่องที่กระทำกันได้ง่ายๆ มาก ยิ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันก็ร้องเรียนกันไว้ก่อน แล้วพอคนถูกร้องเรียนพ้นความผิดแล้ว ก็ไม่สามารถไปเอาผิดคนร้องเรียนได้ เพราะ ป.ป.ช.มีหลักการในการปกป้องผู้ร้องเรียน ซึ่งกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้มีการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง
       
        ส่วนกรณีของพล.อ.ประวิตรนั้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นชัดเจนว่า พล.อ.ประวิตรครอบครองนาฬิกาหรูราคาหลายแสนบาทหลายเรือนราคารวมกันเกือบ 30 ล้านบาท และต่อมาเมื่อมีผู้ร้องเรียนก็แก้ตัวว่า นาฬิกาดังกล่าวที่ไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินนั้นเพราะยืมเพื่อนมาทั้งหมด
       
        ซึ่งการยืมเพื่อนอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แล้วถ้าเป็นนาฬิกายืมเพื่อนต้องแจ้งบัญชีต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ เมื่อไม่กี่วันก่อนได้พบกับนักกฎหมายระดับนำของประเทศ เมื่อสอบถามเรื่องนี้ ท่านให้ข้อคิดว่า การยืมก็คือ หนี้สิน
       
        เมื่อการยืมเป็นหนี้สิน การยืมนาฬิกาเพื่อนมาก็ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.
       
        ทั้งนี้มาตรา 105 ของพ.ร.ป. ป.ป.ช.บัญญัติว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ยื่นพร้อมหลักฐาน ที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา โดยในกรณียื่นเป็นเอกสารผู้ยื่นจะต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องกํากับไว้ในบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน และสําเนาหลักฐานที่ยื่นไว้ทุกหน้า พร้อมทั้งจัดทํารายละเอียดของเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินที่ยื่นด้วย ทั้งนี้ ทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดงรายการ ให้รวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินในต่างประเทศ และให้รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมด้วย
       
        และในแบบฟอร์มบัญชีการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช.ในคำอธิบายทั่วไปการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน (๑๕) ระบุว่า รายละเอียดคำอธิบายรายการทรัพย์สินและหนี้สินในแต่ละประเภทสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ด้านหลังแบบบัญชีฯ
       
        เมื่อดูด้านหลังแบบบัญชีฯ ในส่วน “ทรัพย์สิน” แบบฟอร์มของ ป.ป.ช.ได้อธิบายไว้ในข้อ (๙) ทรัพย์สินอื่น หมายถึง ทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุในรายการที่ ๑-๘ โดยมีมูลค่าของทรัพย์สินทุกชนิดรวมกันตั้งแต่ 200,000 บาท (สองแสนบาท) ขึ้นไปเช่น ทองคำ อัญมณี งาช้าง โบราณวัตถุ นาฬิกา รถยนต์โบราณ อาวุธ ปืน เป็นต้น
       
        ส่วน “หนี้สิน” นอกจากหนี้สินจากสถาบันการเงิน หรือจากบุคคล นิติบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่มีหลักฐานเป็นตัวหนังสือที่ระบุใน (๑) ถึง (๓) แล้ว ยังมีข้อ (๔)ระบุว่า หนี้สินอื่น ซึ่งไม่มีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ
       
        แน่นอน “หนี้สินอื่น” ไม่ใช่หมายถึงเงิน เมื่อระบุไว้ว่าทรัพย์สินอื่นๆ คืออะไรใน (๙) ก็อนุมานได้ว่า หนี้สินอื่นๆ ก็หมายถึงทรัพย์สินเหล่านั้นใน (๙) ด้วย
       
        ดังนั้นแม้จะเป็นนาฬิกายืมเพื่อนมาจริงก็ต้องแสดงบัญชีหนี้สินเช่นเดียวกัน
       
        นอกจากเข้าเงื่อนไขที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินแล้ว ผมเคยมีความเห็นไปหลายครั้งแล้วว่า น่าจะเข้าเรื่อง “ประโยชน์อื่นใด” ของมาตรา 103 แห่งกฎหมาย ป.ป.ช.
       
        มาตรา 103 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑ์และจํานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กําหนด
       
        บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีด้วยโดยอนุโลม
       
        นอกจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้จัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เรื่องการรับทรัพย์สินอื่นใดของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามมาตรา 103 อธิบายว่า “ประโยชน์อื่นใด” หมายความว่า สิ่งที่มีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
       
        แล้วอย่าลืมว่า ยังมีตัวอย่างกรณีของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ครอบครองรถคันหนึ่งอ้างว่า เป็นของบุคคลอื่นให้ยืมใช้ มีหลักฐานออกโดยราชการว่า รถเป็นของบุคคลนั้นจริง ซึ่งเท่ากับว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของรถโดยนิตินัยรับรองโดยรัฐ แต่ศาลไม่ได้มองที่ใครเป็นเจ้าของในทางกฎหมาย แต่ดูที่พฤติกรรมการใช้และการครอบครองเป็นหลัก
       
        ผมจึงตื่นเต้นมากเมื่อเลขา ป.ป.ช.บอกว่า ตอนนี้ได้ข้อมูลจากบริษัทนาฬิกาในต่างประเทศแล้ว ป.ป.ช.จะใช้เวลาอีกไม่นานในการตรวจสอบแล้วสรุป อยากรู้ว่า จะสรุปจบง่ายๆ มั้ยถ้าบริษัทในต่างประเทศอ้างว่านาฬิกา 20 กว่าเรือนที่พล.อ.ประวิตรครอบครองนั้น มีบุคคลอื่นที่พล.อ.ประวิตรอ้างถึงเป็นผู้ซื้อจริง ในขณะที่กรณีของปลัดสุพจน์นั้นศาลไม่เชื่อ แม้จะมีหนังสือของราชการก็ตาม
       
        อย่าลืมว่า ป.ป.ช.ชุดนี้ส่วนใหญ่มีคำถามถึงเรื่องการได้อยู่ต่อในอำนาจและความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยด้วยตรรกะประหลาดว่า การเขียนกฎหมายลูกของ ป.ป.ช.เพื่องดเว้นคุณสมบัติในรัฐธรรมนูญนั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยอ้างมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญแบบสีข้างถลอกก็ตาม
       
        เรื่องนาฬิกายืมเพื่อนที่ชาวบ้านเขาฟังแล้วหัวเราะนั้นรีบวินิจฉัยออกมาไวๆ เลยครับ ถ้าชี้มูลว่าไม่ผิด ก็อยากฟังว่า พล.อ.ประวิตรไม่เข้าข่ายความผิดอย่างไร
       
       ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan






กำลังโหลดความคิดเห็น...