xs
sm
md
lg

“ทรัมป์” สติแตก นักข่าว CNN ซักไม่เลิก สมาคมสื่อจี้ทำเนียบขาวคืนบัตรผ่านที่ระงับไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ทรัมป์” สติแตก นักข่าว CNN ซักไม่เลิก สมาคมสื่อจี้ทำเนียบขาวคืนบัตรผ่านที่ระงับไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้หน้าขณะพูดกับ จิม อะคอสตา ผู้สื่อข่าวของโทรทัศน์ข่าวซีเอ็นเอ็น ระหว่างที่ทรัมป์แถลงข่าว ณ ทำเนียบขาว วันพุธ (7 พ.ย.)
เอเจนซีส์ - “ทำเนียบขาว” ระงับบัตรผ่านของผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นคนที่โต้เถียงดุเดือดกับ “ทรัมป์” ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (7 พ.ย.) และถูกประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้หน้าว่าเป็น “ศัตรูของประชาชน” ด้านซีเอ็นต้นสังกัด รวมถึงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวออกคำแถลงตอบโต้ พร้อมเรียกร้องให้คณะบริหารยุติการการกระทำที่อ่อนแอและหลงผิดนี้ทันที
       
        ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ออกอาการหัวเสียอย่างชัดเจน ต่อว่า จิม อะคอสตา ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นประจำทำเนียบขาวว่า หยาบคายและร้ายกาจ หลังจากอะคอสตาไม่ยอมนั่งลงและคืนไมโครโฟนตามคำสั่งของทรัมป์ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (7) หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
       
        ต่อมา ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวแถลงว่า ทำเนียบขาวระงับบัตรผ่านของผู้สื่อข่าวที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งหมายถึงอะคอสตา
       
        การโต้เถียงดุเดือดเกิดขึ้นหลังจากอะคอสตายึดไมโครโฟนและจี้ถามเรื่องที่ทรัมป์ประณามคาราวานผู้อพยพชาวอเมริกากลางที่ยากจนอย่างขัดเคืองหลายครั้ง และถามว่า ทำไมต้องกล่าวหาว่า คนเหล่านั้นเป็นผู้รุกราน
       
        ทรัมป์ตัดบทให้อะคอสตาหยุดได้แล้ว และเจ้าหน้าที่ฝึกงานหญิงคนหนึ่งพยายามแย่งไมโครโฟนจากอะคอสตาแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นผู้นำสหรัฐฯ ตำหนิว่า ซีเอ็นเอ็นควรละอายที่มีนักข่าวแบบนี้
       
        เมื่อปีเตอร์ อเล็กซานเดอร์ ผู้สื่อข่าวเอ็นบีซีได้โอกาสในการถามคำถามต่อไป แต่กลับกล่าวปกป้องอะคอสตาว่าเป็น นักข่าวที่ขยันขันแข็ง ทรัมป์ฉุนเฉียวอีกรอบและว่า อเล็กซานเดอร์ก็ไม่ใช่นักข่าวที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน
       
        ประมุขทำเนียบขาวหันกลับไปมองอะคอสตาที่ลุกขึ้นมาเพื่อพยายามปกป้องตัวเองจากคำวิจารณ์เหล่านั้น และสำทับว่า อะคอสตารายงานข่าวปลอมซึ่งซีเอ็นเอ็นทำเป็นล่ำเป็นสัน และเป็นศัตรูของประชาชน
       
        คำแถลงของแซนเดอร์สยังระบุว่า ทรัมป์เชื่อมั่นในเสรีภาพสื่อและยินดีตอบคำถามยากๆ แต่จะไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวแตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวที่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะพนักงานฝึกงานในทำเนียบขาว และว่า การกระทำนี้รับไม่ได้โดยเด็ดขาด
       
        ทั้งนี้ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างอะคอสตากับพนักงานฝึกงานเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจ และดูเหมือนอะคอสตาปัดมือหญิงสาวที่พยายามแย่งไมโครโฟน เขายังขอโทษพนักงานฝึกงานด้วย
“ทรัมป์” สติแตก นักข่าว CNN ซักไม่เลิก สมาคมสื่อจี้ทำเนียบขาวคืนบัตรผ่านที่ระงับไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มองดูเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่ฝึกงานหญิงของทำเนียบขาวคนหนึ่ง พยายามเข้าไปแย่งไมโครโฟนจาก จิม อะคอสตา ผู้สื่อข่าวของโทรทัศน์ข่าวซีเอ็นเอ็น
ด้านอะคอสตาทวิตตอบโต้ทันทีว่า แซนเดอร์สโกหก ซึ่งทางต้นสังกัดคือซีเอ็นเอ็น ตลอดจนถึงผู้สื่อข่าวในวอชิงตันหลายคนที่อยู่ในงานแถลงข่าวด้วย ต่างออกมาสนับสนุนอะคอสตาและคัดค้านข้อกล่าวหาของทำเนียบขาวที่ว่า นักข่าวซีเอ็นเอ็นผู้นี้กระทำรุ่มร่ามกับพนักงานฝึกงาน
       
        ซีเอ็นเอ็นออกคำแถลงว่า แซนเดอร์สพูดปด และว่า การระงับบัตรผ่านก็เพื่อแก้แค้นสำหรับคำถามท้าทายของอะคอสตา และการตัดสินใจของทำเนียบขาวซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้กำลังคุกคามประชาธิปไตยของอเมริกาที่ควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า ซีเอ็นเอ็นย้ำว่า การโจมตีสื่อของทรัมป์มาไกลเกินไปแล้ว อันตราย และขัดต่อหลักการพื้นฐานของอเมริกา
       
        ด้านสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวยังออกมาคัดค้านการตัดสินใจของคณะบริหารทรัมป์ในการใช้มาตรการรับรองความปลอดภัยของหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี มาเป็นเครื่องมือลงโทษนักข่าวที่ปีนเกลียว พร้อมเรียกร้องให้ทำเนียบขาวยกเลิกการการกระทำที่อ่อนแอและหลงผิดนี้ทันที
       
        ทว่า แซนเดอร์ทวิตในเวลาต่อมาว่า ทำเนียบขาวยืนหยัดการตัดสินใจเดิมที่จะไม่ยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ “เห็นได้อย่างชัดเจนในวิดีโอ”
       
        การแถลงข่าวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสะท้อนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีผู้เอาแน่เอานอนไม่ได้มีการเปลี่ยนใจตลอดเวลา กับบรรดานักข่าวนั้น ได้ตกต่ำจนสร้างสถิติใหม่แล้ว
       
        นอกจากโต้เถียงกับอะคอสตาแล้ว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า สื่อไม่เป็นมิตร หลังจากสั่งให้เอพริล ไรอัน จากสถานีวิทยุ อเมริกัน เออร์บัน เรดิโอ เน็ตเวิร์กส์ นั่งลงขณะที่นักข่าวหญิงผู้นี้พยายามถามคำถาม เขายังบ่นว่า สื่อไม่ยอมรายงานข่าวภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และยังเป็นหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ทำให้การเมืองแตกขั้ว






กำลังโหลดความคิดเห็น...