xs
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” มอบกรมทรัพย์สินฯ-ภาคประชาชนถกสิทธิบัตรกัญชาต่อให้ทุกฝ่ายพอใจ “ปานเทพ” ลั่น 7 วันต้องได้ข้อสรุป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“สนธิรัตน์” มอบกรมทรัพย์สินฯ-ภาคประชาชนถกสิทธิบัตรกัญชาต่อให้ทุกฝ่ายพอใจ “ปานเทพ” ลั่น 7 วันต้องได้ข้อสรุป
“สนธิรัตน์” ถกภาคประชาสังคมหาทางออกปมจดสิทธิบัตรกัญชายังไม่มีข้อสรุป มอบกรมทรัพย์สินทางปัญญาและภาคประชาสังคมเปิดเวทีถกร่วม แก้ปัญหาคำขอจดสิทธิบัตร 13 คำขอที่ยังมีปัญหา ยันไม่ใช่การถ่วงเวลา แต่อยากให้มีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอใจ “ปานเทพ” ขีดเส้น 7 วันต้องได้ข้อสรุป ย้ำภาคประชาชนขอให้ยกเลิกคำขอทั้งหมด หากไม่ยกเลิกเตรียมฟ้องศาลให้เพิกถอนต่อไป
       
       นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนภาคประชาสังคมที่มีความเห็นต่างเรื่องการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางในประเด็นการจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชาและสิทธิบัตรที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นองค์ประกอบที่มีอยู่จำนวน 13 คำขอ รวมถึงขั้นตอนทางกฎหมายที่ดำเนินการในปัจจุบัน โดยได้ข้อสรุปให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาและภาคประชาสังคมไปหารือกัน และทำงานร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แต่ละฝ่ายมี เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาที่ทุกฝ่ายพอใจ
       
       “ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีข้อยุติเรื่องการจดสิทธิบัตรกัญชา แต่ได้ขอให้ทุกฝ่ายไปพูดคุยกันต่อ เฉพาะ 13 คำขอที่ยังเป็นปัญหา เพราะตอนนี้ ง 2 ฝ่ายมองข้อกฎหมาย ตีความกฎหมายแตกต่างกัน ก็ให้ไปหาทางออกร่วมกันว่าจะทำยังไง วิธีการไหน โดยให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด ส่วนจะยกเลิกคำขอหรือไม่ หรือจะมีทางออกแบบไหน อยู่ที่การหารือ เพราะตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าคำขอแต่ละรายการอยู่ในขั้นตอนไหน และยืนยันว่าการหาทางออกแบบนี้ไม่ใช่การถ่วงเวลา เพราะถ้าต้องการถ่วงเวลาคงไม่เชิญทุกฝ่ายมาหารือและคงไม่เรียกประชุมในครั้งนี้” นายสนธิรัตน์กล่าว
       
       สำหรับอีก 20 คำขอจดสิทธิบัตรที่ไม่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นองค์ประกอบ แต่เป็นสารสังเคราะห์และมีโครงสร้างคล้ายกัญชา ในที่ประชุมไม่มีใครติดใจ และไม่มีปัญหาในการเข้ามายื่นจดสิทธิบัตรของต่างชาติ
“สนธิรัตน์” มอบกรมทรัพย์สินฯ-ภาคประชาชนถกสิทธิบัตรกัญชาต่อให้ทุกฝ่ายพอใจ “ปานเทพ” ลั่น 7 วันต้องได้ข้อสรุป
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ภาคประชาสังคมต้องการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญายกเลิกคำขอจดสิทธิบัตร 13 คำขอในทันทีและดำเนินการโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเป็นคำขอที่ขัดต่อ พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 5 มาตรา 9 (1) (4) (5) ขัดต่อศีลธรรม เพราะกัญชายังเป็นยาเสพติด และหากรับจดสิทธิบัตรจะเกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างต่างชาติกับคนไทย ซึ่งทางออกคือต้องยกเลิกเท่านั้น และจะให้เวลาพิจารณาในเรื่องนี้ภายใน 7 วันต้องมีคำตอบออกมา ไม่ควรจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี
       
       “13 คำขอต้องยกเลิก ถ้าไม่ยกเลิกภายใน 7 วันได้เตรียมการฟ้องร้องไว้แล้ว จะไปฟ้องต่อศาลปกครอง หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อให้เพิกถอนคำขอจดสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ให้เอาผิดอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรมาแล้ว” นายปานเทพกล่าว
       
       อย่างไรก็ตาม ภาคประชาสังคมยังคงยืนยันว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมาอ้างว่าไม่สามารถยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรได้ในทันที เพราะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายไม่ได้ เนื่องจากคำขอจดสิทธิบัตรทั้ง 13 คำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น ทั้งขัด พ.ร.บ.สิทธิบัตร ผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และขัดรัฐธรรมนูญในเรื่องความไม่เสมอภาคในการจดสิทธิบัตร จึงทำได้เพียงอย่างเดียว คือ ยกเลิกคำขอทั้งหมด
       
       ด้านเฟซบุ๊ก BIOTHAI ได้โพสต์ข้อความ ผลการหารือของภาคประชาสังคม เมื่อเวลา 10.00-12.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2562 ซึ่งประกอบไปด้วยไบโอไทย เอฟทีเอว็อทช์ มหาวิทยาลัยรังสิต สภาการแพทย์แผนไทย กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สรุปผลดังต่อไปนี้
       
       รัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคประชาสังคมและจะรีบดำเนินการใน 4 ประเด็นสำคัญคือ
       
       1. เห็นว่าจำเป็นต้องยกเลิกคู่มือแนวปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้แนวปฏิบัติของสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นซึ่งเปิดให้มีการจดสิทธิบัตรสารสกัดจากพืช
       
       2. ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลสาระสำคัญของคำขอสิทธิบัตรที่ผ่านกระบวนการประกาศโฆษณาแล้วผ่านเว็บไซท์ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเปิดเผยโปร่งใส
       
       3. แก้ไขกฎระเบียบและกฎหมายสิทธิบัตรให้แสดงที่มาของทรัพยากรชีภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่นเดียวกับ กฎหมายสิทธิบัตรของจีน หรือ อินเดีย เป็นต้น
       
       ส่วนประเด็นที่ 4. กรณีการยกเลิกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวน 13 สิทธิบัตร (ต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง) ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ในวันนี้ โดยรัฐมนตรีเห็นด้วยกับหลักการที่ภาคประชาสังคมเสนอในการจัดการปัญหาเรื่องสิทธิบัตร แต่ติดขัดอยู่ที่แนวและวิธีปฏิบัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานที่มีผู้เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ร่วมหารือ โดยภาคประชาสังคมกำหนดให้หาข้อยุติให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
       
       ทั้งนี้หากการตั้งคณะทำงานครั้งนี้ไม่สามารถหาข้อยุติ จนนำไปสู่การยกเลิกสิทธิบัตรได้ทั้งหมด ภาคประชาสังคมจะเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดี และเคลื่อนไหวโดยใช้มาตรการอื่นๆต่อไป
       
       มีความเป็นไปได้ว่าหากคำขอสิทธิบัตรไม่ถูกยกเลิก อาจจะส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อการบังคับใช้ "กฎหมายคลายล็อคกัญชา" ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับปรับปรุงแก้ไขซึ่งเพิ่งผ่านการพิจารณาในวาระ 3 ของสนช.เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอาจจะตัดสินใจไม่นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังเกล้าขึ้นทูลเกล้าฯ
       
       ความฝันที่จะเห็นการคลายล็อคกัญชาจะกลายเป็นฝันสลาย ในขณะที่ปัญหาการยกเลิกสิทธิบัตรกัญชาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกซื้อเวลายืดออกไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์






กำลังโหลดความคิดเห็น...