xs
sm
md
lg

“สนธิรัตน์”ถกรพ.เอกชน พิจารณามาตรการที่เหมาะสม คุมค่ายา-บริการทางการแพทย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“สนธิรัตน์”ถกรพ.เอกชน พิจารณามาตรการที่เหมาะสม คุมค่ายา-บริการทางการแพทย์
“สนธิรัตน์”ถกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับฟังความคิดเห็น หลัง กกร. มีมติควบคุม “ยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์” ยันภาคเอกชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เตรียมนำข้อเสนอแนะหารือภายในก่อนพิจารณาดำเนินการต่อ ย้ำจะไม่เปลี่ยนจุดยืนในการดูแลผู้บริโภค วงในเผยที่ต้องหารือด่วน เหตุหุ้นตก กระทบแมงเม่า ด้านรพ.เอกชนระบุค่าบริการของโรงพยาบาลมีความโปร่งใส ส่วนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะกำหนดส่วนต่างต้นทุนและกำไร ถ้าไม่ทำฟ้อง 157
       
       นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมวาระพิเศษร่วมกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข สมาคมประกันชีวิตและวินาศภัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อหารือในประเด็นที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2562 ให้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าและบริการควบคุมตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และทางโรงพยาบาลเอกชนต้องการที่จะแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะถึงมาตรการที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแล จึงได้เปิดโอกาสให้มาหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณามาตรการที่เหมาะสมและเป็นไปได้
       
       โดยในการหารือครั้งนี้ เอกชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และได้เสนอว่าโครงสร้างบริการทางการแพทย์มีความซับซ้อน ไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง โรคเดียวกัน อาจจะใช้วิธีการรักษาไม่เหมือนกัน เครื่องไม้เครื่องมือที่จะนำมาใช้แตกต่างกัน บริการก็แตกต่างกัน หรือกระทั่งหมอที่รักษาก็มีความเชี่ยวชาญต่างกัน การใช้มาตรการแบบเหมารวม ถือว่าไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาอย่างรอบคอบ
       
       “ตอนที่ กกร. มีมติให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อหารือถึงมาตรการที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแล แต่โรงพยาบาลเอกชนอยากพูด อยากเสนอข้อคิดเห็น ก็ต้องเปิดโอกาสให้ ไม่มีใครมาล็อบบี้ และเมื่อผมได้รับฟังข้อเสนอต่างๆ มาแล้ว จะนำมาพิจารณาต่อว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนจุดยืนในการดูแลผู้บริโภค แต่วิธีการที่จะนำมาใช้ในการดูแล ต้องเหมาะสม และเป็นธรรมกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ซึ่งผมจะมีการหารือภายในร่วมกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในอีกครั้งก่อนที่จะสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ส่วนการจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเป็นสินค้าและบริการควบคุมในสัปดาห์หน้าหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ หรือจะยกเลิกเป็นสินค้าและบริการควบคุมหรือไม่ ก็ยังตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน ต้องรอความชัดเจนก่อน”นายสนธิรัตน์กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดประชุมด่วนในครั้งนี้ เนื่องจากหุ้นโรงพยาบาลภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากแรงเทขายอย่างหนัก หลังจากที่ กกร. มีมติให้นำยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์เข้าสู่บัญชีสินค้าและบริการควบคุม ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับผลกระทบจากราคาหุ้นที่ตกลง โดยประเมินว่ามูลค่าตลาดหุ้นของโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์น่าจะหายไปเป็นหลักหมื่นล้านบาท
       
       นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำยาและเวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีมาตรการที่โปร่งใสอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ก็มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ควบคุมดูแล จึงมั่นใจได้ว่าการบริการของโรงพยาบาลมีความโปร่งใส่
       
       น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จะมีการติดตามการแก้ไขปัญหาของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลราคายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ โดยเห็นว่ามาตรการที่ควรจะนำมาใช้ คือ การกำหนดส่วนต่างของต้นทุนและกำไรที่เหมาะสม เพราะค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลรัฐและเอกชนมีความแตกต่างกันมาก เช่น ค่ายาแพงกว่า 20-400 เท่า ค่าผ่าตัดไส้ติ่งเอกชนแพงกว่ารัฐ 14 เท่า แต่ของสิงคโปร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนห่างกันแค่ 2.5 เท่า ซึ่งหากกระทรวงพาณิชย์ไม่เดินหน้าต่อ มูลนิธิฯ จะฟ้องศาลปกครองว่ารมว.พาณิชย์ผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดูแลประชาชน
       
       ส่วนกรณีที่หุ้นโรงพยาบาลเอกชนร่วงหนัก มองว่าเรื่องหุ้นมีขึ้นมีลง เช่น หุ้นของโรงพยาบาล ก เคยอยู่ที่ราคา 3 บาท และปัจจุบันขึ้นไป 6 บาท และร่วงเหลือ 5 บาท ถือเป็นไปตามภาวะตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ การดูแลชีวิตของคน ที่รัฐบาลควรจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า






กำลังโหลดความคิดเห็น...