xs
xsm
sm
md
lg

“เหนื่อยแต่หลับฝันดี” เธอคืออาสาสาว ผู้เคลียร์ขยะงานไหลเรือไฟ [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เปิดใจจิตอาสาเก็บขยะงานไหลเรือไฟ นครพนม แบบอย่างที่น่าชื่นชม จนกลายเป็นฮีโร่ในโลกโซเชียลฯ มีคนเข้าไปกดไลก์ทะลุเฉียด 40,000 ครั้ง และถูกแชร์ออกไปเกือบ 20,000 แชร์ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ พร้อมสะท้อนจิตสำนึกการทิ้งขยะของคนไทย



แบบอย่างที่ดี คิดแล้วต้องลงมือทำ

คิดแล้วต้องลงมือทำด้วย เหนื่อยแต่มีความสุข นอนหลับฝันดี เป็นข้อความบนเฟซบุ๊กของ “Chawanpat Suwannawong” ที่ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพของตัวเองและเพื่อนๆ ช่วยกันเก็บขยะมากมายที่คนมักง่ายทิ้งไว้เกลื่อนบริเวณริมแม่น้ำโขง หลังจบงานไหลเรือไฟ จ.นครพนม ทำให้มีคนเข้าไปกดไลก์เฉียด 40,000 ครั้ง และถูกแชร์ออกไปเกือบ 20,000 แชร์ พร้อมทั้งคอมเมนต์ชื่นชมอีกมากมาย


นุช-ชวัสพชร สุวรรณวงศ์ หนึ่งในจิตอาสาเก็บขยะในงานไหลเรือไฟ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงกระแสชื่นชมพร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ในงานวันนั้น พร้อมสะท้อนถึงการทิ้งขยะในปัจจุบันของคนไทย



“พอเห็นขยะเยอะ น้องสาวก็เลยพูดขึ้นมาว่าเก็บขยะไหม แค่อยากช่วยพี่ๆ เทศบาล ที่เขาจะต้องมาเก็บคิดว่ามันน่าจะหนักมาก วันนั้นก็เลยตัดสินใจไปซื้อถุงดำ แล้วก็เก็บวันนั้นเลย ภายในงานก็ไม่ใช่แค่พวกหนูที่เก็บกันนะคะ หนูก็เห็นกลุ่มจิตอาสาของมหาวิทยาลัย หรือว่ากลุ่มอื่นๆ เขาก็ถือถุงขยะเก็บกันในงานอยู่แล้ว กลุ่มจิตอาสาเขาก็เก็บๆ กันไป




ส่วนน้องๆ ที่เก็บด้วยกันก็เป็นญาติกัน แต่ว่าน้องไปเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น ส่วนหนูเพิ่งเรียนจบจากวิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยนครพนม รอรับปริญญาเดือนธันวาคมนี้ ตอนนี้ทำงานอยู่ที่โรงแรม U Home Hotel ใกล้ๆ บ้าน




น้องๆ ก็กลับบ้านกันหนูก็เลยพากันไปเที่ยวเนี่ยแหละค่ะ พอนั่งดูเรือไฟแล้วก็คิดว่ามันสกปรกมาก อยากเก็บให้มันสะอาด ทำด้วยใจไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่คิดและไม่นึกว่าจะเป็นกระแสขนาดนี้


ด้วยความที่เป็นงานเทศกาล ขยะก็เลยเยอะเป็นพิเศษ แต่ว่าวันปกติก็จะค่อนข้างที่จะสะอาดมาก จังหวัดนครพนมผู้ว่าฯ เขาก็จะเก็บทุกอาทิตย์ เขาก็จะมีกิจกรรมทำอยู่แล้ว พอวันนั้นเป็นเทศกาลมันหนักมาก แล้วปีนี้คนมาเยอะเป็นพิเศษด้วย


หนูว่าวันนั้นคนน่าจะเป็นแสน เพราะว่าเลียบริมโขงแน่นไปหมดเลยค่ะ มีทั้งข้างล่างเขื่อนที่เป็นหญ้าจุดนั้นคนก็นั่งเต็มเลย แต่หนูเก็บในส่วนบริเวณอัฒจันทร์ตรงนั้นเป็นส่วนที่พวกหนูไปนั่งดูเองค่ะ

ตอนแรกก็เก็บๆ ไป หันมาอีกทีก็เก็บจนหมด แล้วก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ตอนไปตอนแรกก็กดถ่ายรูปกันเล่นๆ เนี่ยแหละค่ะ ถ่ายลงสตอรี่ ig ตามประสาวัยรุ่น พอเสร็จแล้วก็ถ่ายเก็บไว้ พอกลับมาบ้านก็เลยโพสต์เฟซบุ๊ก ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เหมือนที่บอกว่า “คิดแล้วต้องลงมือทำด้วย” พอคิดแล้วก็ทำเลย (หัวเราะ)”






ด้วยความที่มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด บวกกับสงสารเจ้าหน้าที่ เพราะโดยปกติ ตามงานเทศกาลต่างๆ เรามักจะเห็นภาพหลังเลิกงานที่เต็มไปด้วยขยะจำนวนมากจนชินตา ทั้งจากพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของ และขยะจากคนที่มาร่วมงาน ปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ต้องตามเก็บ

“จริงๆ แวบแรกที่คิดก็คือคนกวาดขยะมีแต่คนแก่ๆ หนูก็เลยคิดว่าถ้าเราเก็บไปแล้ว เขามาเห็นเขาคงจะดีใจ พอดีหนูเก็บแล้วเป็นจังหวะที่เดินไปชนกันกับป้าที่เก็บขยะ หนูก็หันไปบอกกับน้องๆ ที่มาด้วยกันว่า เธอดูสิคนเก็บขยะมีแต่คนแก่ๆ แล้วมันตีสามตีสี่แล้วนะ ป้าคนเก็บขยะก็หันมาพูดกับหนูว่า จิตอาสาบ่นิลูกหรือว่ามาขายของ หนูก็บอกว่าไม่ได้มาขายของค่ะ หนูอยากเก็บช่วยเฉยๆ แกก็บอกว่าคือน่ารักแท้ บ่มีกล้องเนาะ แล้วเขาก็บอกว่าน่าจะมีแบบนี้สัก 20 คน วันนั้นพวกหนูก็เก็บกันถึงประมาณตี 3 ตี 4 แต่กว่าจะกลับบ้านก็ได้นอนตี 5 เห็นแล้วแบบไม่เก็บไม่ได้จริงๆ แต่หนูก็ไม่คิดเลยนะว่าจะดังขนาดนี้ หนูทำตัวไม่ถูกเลย”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีจิตใจอาสาชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้ นุชยังเล่าอีกว่าโดยปกติแล้วตัวเองกับน้องๆ กลุ่มนี้จะชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว อย่างมีนักท่องเที่ยวผ่านมาหน้าบ้านแล้วเห็นว่าถือกระเป๋าหนักก็จะรีบเข้าไปช่วยทันทีพร้อมไปส่งโดยไม่คิดค่าตอบแทน

“อย่างมีนักท่องเที่ยวผ่านหน้าบ้านแล้วเขาถือกระเป๋าหนัก หนูก็จะเข้าไปถามเขาว่าจะไปไหนคะ ให้หนูไปส่งไหม หนูเคยไปส่งแบบนี้ 3-4 คนแล้วค่ะ คือบ้านหนูจะอยู่เยื้องๆ แถว ขบส.แล้วก็จะเห็นคนถือกระเป๋าเดินทางบ่อยๆ
คือหนูกับน้องก็จะเหมือนกัน ถ้าเจออะไรแบบนี้ หนูก็จะบอกว่า เธอฉันผ่านไปไม่ได้จริงๆ นะ เขาเป็นลุงกับป้าเขาแก่แล้ว หนูก็ขับไปถาม อีกรอบหนึ่งก็เป็นเด็ก ตอนนั้นฝนตกเขาก็สะพายเป้ หนูก็เดินเข้าไปถามว่าไปไหนคะ มีอะไรให้ช่วยไหม”

อีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการทำความดีในครั้งนี้ เพื่อส่งต่อผ่านเป็นกุศลให้แก่ในหลวง ร.๙ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และจะเป็นจุดเริ่มต้นน้อยๆ ให้ผู้คนตระหนักถึงการทิ้งขยะยิ่งๆ ขึ้นไป

“วันนั้นที่เราเก็บขยะตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวง ร.๙ ด้วย คือก็มีท่านเป็นแบบอย่างที่ดีอยู่แล้ว หนูก็เลยคิดอยากจะทำความดี สิ่งแรกที่คิดจะทำกับน้องๆ คือหนูจะไปเป็นวินมอเตอร์ไซค์ด้วยซ้ำ เพราะว่าหนูเห็นว่ารถยนต์มันติด หนูคิดว่าจะติดธงแล้วเขียนบอกว่าจิตอาสาไปส่ง เราก็ต้องคิดดีๆ ถ้าพาเขาล้มมันก็จะอันตรายมาก”

กระตุ้นจิตสำนึก สร้างวินัยคนไทยทิ้งขยะ

“อยากให้ทุกคนตระหนักช่วยกัน คนละไม้คนละมือก็ได้ค่ะ ทิ้งขยะลงถังแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ทิ้งมั่วหรือทิ้งเกลื่อนกลาด ต้องมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมด้วย ถ้าเราทิ้งไว้ก็เหมือนเราทิ้งภาระให้แก่คนข้างหลัง

จิตอาสาสาว ย้ำอีกว่า อยากให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องการทิ้งขยะให้มาก สร้างจิตสำนึกปลูกฝังให้แก่คนไทยมีวินัยกับตัวเองจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่นและของโลก



“อย่างเรื่องการทิ้งขยะแค่ไม่ต้องเก็บเผื่อคนอื่นก็ได้ค่ะ แต่แค่กินแล้วก็ทิ้งลงถัง แค่เก็บของตัวเองแค่นั้นก็พอแล้ว แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ใช่แค่จังหวัดนครพนม แทบจะทุกๆ ที่ก็มีแบบนี้ ก็อยากให้นักท่องเที่ยวที่ไปคิดยาวขึ้นนิดนึง”

ส่วนหนึ่งคือผู้เป็นแม่ คือต้นแบบที่ดีในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการทิ้งขยะจะโดนย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าให้ทิ้งให้เป็นที่ และทำอะไรก็ให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มาก

“แม่หนูจะชอบพูดตลอดว่า ทิ้งไว้ให้ใครเก็บ คำนี้จะได้ยินบ่อยมาก เราก็ต้องเก็บเอง อยู่บ้านจะโดนพูดคำนี้บ่อยมาก คือเราก็โดนปลูกฝังมากจากคนเป็นแม่ด้วยส่วนหนึ่งที่เราเป็นแบบนี้ คือคุณแม่จะดุตลอดเรื่องการทิ้งขยะ
แม่เลี้ยงหนูมาดีมาก ในเรื่องของประโยชน์ส่วนรวมว่าจงรักคนอื่นเหมือนให้รักตัวเอง ทำอะไรก็ต้องนึกถึงส่วนรวม ทำดีอย่าอาย ทำอะไรแล้วต้องไม่เดือดร้อนคนอื่น รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองใช้แค่นี้ก็พอแล้ว



เราก็ถูกปลูกฝังมาดีอยู่แล้ว หนูนับถือศาสนาคริสต์ แล้วหนูจะยึดคำนี้มาใช้ “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขกว่าการรับ” หนูก็เลยใช้อันนี้ดำเนินชีวิตมาตลอด รู้สึกดีตลอดที่ได้ทำ แต่ไม่เคยโพสต์อะไรเยอะ แค่จะมองหน้ากับน้องและบอกกันว่า แฮปปี้”


แม้ไม่เคยเข้าชมรมจิตอาสา แต่ด้วยใจรักในการทำความดี ก็พร้อมจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นได้ทุกเมื่อ

“อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็มีอย่างนี้อยู่บ้าง แต่ว่าหนูไม่ได้เข้าชมรมจิตอาสาโดยตรง ถ้าหนูเห็นตรงไหนที่เขาต้องการความช่วยเหลือหนูก็ยินดีที่จะช่วย อันนี้เป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่แล้วอะไรที่ดีก็อยากทำ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนตรงไหน หนูก็อยากจะช่วยอยู่แล้ว มันเป็นเหมือนสัญชาตญาณ อย่างถ้าเห็นคนเป็นลมเราก็เข้าชาร์จตัวเลย คือยังไม่รู้เลยว่าเขาจะเป็นอะไร แต่รู้สึกว่าเดี๋ยวเขาจะเป็นอะไร เป็นอย่างนี้หลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าทำแล้วจะต้องเป็นจิตอาสา เป็นพลเมืองดี เป็นคนดีของสังคมไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น”




สำหรับคำชื่นชมที่ได้รับมาจิตอาสาผู้นี้ก็รู้สึกดีใจมาก พร้อมแบ่งปันคำชื่นชมนี้แบ่งเผื่อแผ่ไปยังจิตอาสาทุกคนให้มีกำลังใจในการทำความดีต่อไป

“หนูคิดว่ามีคนที่ทำความดีอย่างนี้มีอยู่เยอะ คนที่ปิดทองหลังพระก็มีเยอะ หนูก็อยากจะให้ความชื่นชมกับคนที่ให้หนูมาแบ่งเผื่อแผ่ไปถึงจิตอาสาทุกคน เพราะหนูรู้สึกว่าคนเหล่านั้นก็อาจจะทำมานานกว่าหนูอีก เราทำแค่นิดเดียวแต่กลับเป็นกระสที่ดังมาก ก็เลยคิดว่าจริงๆ ก็ไม่อยากให้มันดัง ก็ตกใจมาก





ตอนนี้อยากให้คนที่เห็นข่าวแล้วเขาคิดได้ หรือมีเยาวชนเขาอยากทำเหมือนกันคงจะดีมากเลย หนูอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นด้านนี้ด้วย

อยากให้น้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่คิดดี ทำดี ถ้าเห็นขยะที่เราพอจะเก็บได้เราก็ช่วยๆ กันก็ได้ค่ะ เพื่อบ้านเมืองของเราเอง แล้วก็จะพยายามสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่จังหวัดและประเทศต่อไป”







ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก Chawanpat Suwannawong




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **