xs
xsm
sm
md
lg

(คำต่อคำ) ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง : ปิดฉากการประชุม ASEAN Summit “เผยธาตุแท้ของอเมริกา” ไทยควรคุยอะไรกับจีนภายใต้สถานการณ์ขณะนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (8 พ.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง โดยวันนี้ได้เล่าเรื่องปิดฉากการประชุม ASEAN Summit “เผยธาตุแท้ของอเมริกา” ไทยควรคุยอะไรกับจีนภายใต้สถานการณ์ขณะนี้






คำต่อคำ : SONDHI TALK [8 พ.ย. 62] ปิดฉากการประชุม ASEAN Summit “เผยธาตุแท้ของอเมริกา” ไทยควรคุยอะไรกับจีนภายใต้สถานการณ์ขณะนี้


สวัสดีครับท่านผู้ชมที่รักและเคารพทุกท่าน วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ก็เป็นวาระปกติที่พวกเรามาพบกันในการไลฟ์สดทุกๆ วันศุกร์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ผมได้เป็นคนที่นำกฐินของ NEWS1 ไปทอดที่วัดป่าภูแปก ที่ จ.เลย โดยไปมอบเงินกฐินให้กับหลวงปู่เฉลิม ซึ่งเป็นท่านเจ้าอาวาสของวัดป่าภูแปก ญาณสัมปันโน ซึ่งหลวงปู่เฉลิมก็เป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดพ่อแม่ครูอาจารย์ของผม คือองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก็อยากจะรายงานผลของกฐินให้ทราบ สำหรับท่านผู้ชมที่ได้ร่วมบริจาคเงินมาทำบุญกับทางพวกผม เงินรายได้เฉพาะที่พวกเราได้รับบริจาคมา และที่ท่านผู้ชมทั้งหลายมีจิตศรัทฑาในพระพุทธศาสนา และได้ส่งเงินมาร่วมบุญกฐินนั้น ยอดก็ตกอยู่ประมาณ 1.4 ล้านบาท ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านด้วยนะครับ

ส่วนยอดรวมของวัดป่าภูแปก ญาณสัมปันโน ก็อยู่ที่ 2.8 ล้าน กับอีก 1 หมื่นบาทเศษ ก็ถือว่าเป็นงานกฐินที่มีความสนุก ได้ทำ ได้บุญ ท่านผู้ชมที่ได้ร่วมบริจาคกันก็น่าจะได้รับบุญกันทั่วถึง ก็ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วย

พอหมดเรื่องบุญแล้ว ก็ต้องมาถึงเรื่องบาปกันบ้าง วันนี้มีเรื่องที่จะพูดกัน จริงๆ ก็ไม่กี่เรื่อง แต่บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาพูดนานนิดหนึ่ง

แก๊งอ้างลิขสิทธิ์ รีดเงินเด็ก 15 ผู้การฯ ควรโดน?

เรื่องแรก ไม่พูดไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับสังคมไทยมาก สังคมโซเชียลมีเดียพากันพูดในกรณีของเด็กอายุ 15 ขวบ ที่ไปทำกระทงขาย และในที่สุดแล้ว ถูกคนซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาแจ้งตำรวจ แล้วก็เอาตำรวจไปดำเนินคดีเด็กคนนั้น และในที่สุดแล้วก็ถูกเรียกเงิน 5 หมื่นบาท แต่เจรจาต่อรองไปต่อรองมาก็เหลือเพียง 5,000 บาท

ฟังดูข่าวก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าเราศึกษาเนื้อหาของข่าว และศึกษากระบวนการขั้นตอนที่ตำรวจดำเนินการกับเด็กคนนี้ เราจะเห็นช่องโหว่ ข้อบกพร่องทางกฎหมาย และเห็นความเป็นไปได้ว่าขบวนการนี้น่าจะเป็นขบวนการของมิจฉาชีพที่กระทำการกรรโชกทรัพย์ โดยที่ไม่กล้าพูดออกไปว่าตำรวจมีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ แต่รู้แต่ว่าตำรวจทำไม่ถูกต้องหลายๆ เรื่อง หลายๆ กรณี

เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามระเบียบเขามีให้อยู่แล้วว่า เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องมาแจ้งความดำเนินคดีด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจที่ถูกต้องมาให้ ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ เด็กคนนี้ได้ละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนของบริษัทญี่ปุ่น แล้วตัวแทนบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย วันนี้ก็ยืนยันมาแล้วว่า เขาไม่ได้มอบอำนาจให้ใครมาแจ้งความ ก็แสดงว่าไอ้เวรตะไล 4-5 คน ที่มาเล่นงานเด็กคนนี้มันน่าจะเป็นแก๊งกรรโชกทรัพย์มากกว่า และที่สำคัญก็คือว่า ถ้าบอกว่าตำรวจไม่รู้เห็นเป็นใจด้วย ผมว่าพวกเราคงไม่เชื่อกันหรอกมั้ง มันไม่น่าจะเป็นไปได้

คือเรื่องนี้มันผิดที่ตำรวจ จริงๆ แล้วผมรู้ว่ามันเริ่มที่ตำรวจ และมันควรจบที่ตำรวจ ถ้าตำรวจทำงานได้ตรงไปตรงมา เมื่อรู้อยู่แล้วว่าเจ้าของตัวแทนลิขสิทธิ์จะมาแจ้งความ ต้องพิสูจน์ก่อนว่าคุณเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จริงหรือเปล่า และในเมื่อบริษัทที่เป็นตัวแทนเขาบอกว่าเขาไม่ได้มอบหมายให้ใครมาดำเนินคดี ก็แสดงว่าไอ้พวกนั้นกรรโชกทรัพย์ เมื่อกรรโชกทรัพย์แล้ว มันจะเอาหลักฐานอะไรมาแสดงว่ามันเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ นี่ก็เป็นข้อสงสัยที่ทำให้เราน่าจะฟันธงลงไปได้ว่าตำรวจบางคนมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้

ที่สำคัญที่ร้ายกาจกว่านั้น ก็คือว่า ไปๆ มาๆ มีเหยื่ออีกหลายรายที่โดนกรณีแบบนี้ เริ่มร้องเรียนเข้ามาแล้ว และผมเชื่อว่าคงจะไม่ใช่เฉพาะเฉพาะที่ สภ.เมืองโคราช น่าจะมีอีกหลายๆ ที่ พวกนี้เป็นพวกที่ทำมาหากินโดยที่ใช้จุดอ่อน หรือความอ่อนไหวในเรื่องลิขสิทธิ์ แล้วไปเล่นงานคนซึ่งไม่รู้เรื่องกฎหมาย พ่อแม่พี่น้องก็ตกใจ ก็ระดมกัน ใครจะไปชอบล่ะครับว่าจะถูกดำเนินคดี เมื่อเขาเรียก 5 หมื่น ก็ต้องดิ้นรนหาทางที่จะเอาเงิน 5 หมื่นไปให้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าให้ไม่ได้ก็ต้องต่อรองกันไป

ผมคิดว่าที่ท่านผู้กำกับท่านพูดบอกว่าท่านลงมาเจรจาให้ ต่อรองจาก 5 หมื่น เป็น 5 พัน ท่านผู้ชมเชื่อผมไหม ว่าจริงๆ แล้วท่านผู้กำกับรู้ว่าเรื่องนี้มันปิดไม่อยู่แล้ว เพราะว่าคนในโซเชียล ซึ่งอันนี้ก็ต้องชมเชยท่านผู้ชมหลายรายที่รู้เรื่องนี้แล้วเห็นความอยุติธรรม ก็ส่งเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ให้แพร่กระจายกันไป แชร์กันไปมากๆ จนกระทั่งมันเกิดกระแสสังคมขึ้นมาอย่างมหาศาล ท่านผู้กำกับก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยต้องใส่เกียร์ถอยหลัง เร่งคันเร่งถอยหลังอย่างแทบไม่ทัน

เรื่องนี้ถ้ามองไปอีกนิดหนึ่ง ที่ทราบข่าวกันแล้วว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ท่านก็ได้สั่งการเด็ดขาด ให้จัดการอย่างเด็ดขาด เพราะว่า ท่านผู้ชมครับ และผมอยากจะพูดคำพูดนี้ฝากไปถึงท่านผู้กำกับโรงพัก สภ.เมืองโคราช ด้วยว่า การที่คุณจะเรียกเยาวชนคนหนึ่งที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กคนนี้อายุแค่ 15 ปี เข้าไปสอบสวน คุณไม่มีสิทธิ์เรียกเขาเข้าไปในห้องแล้วคุณนั่งสอบสวนเขาสองต่อสอง หรือจะเอาพวกคุณไปถล่มเด็กคนนั้น คุณต้องปฏิบัติตามระเบียบของการสอบสวนเยาวชน คุณต้องมีตัวแทนจากสหอาชีพเข้าไปร่วมทำการฟังสอบสวนหรือซักถามเด็กด้วย และในขณะเดียวกันตัวแทนเหล่านั้นก็อาจจะต้องมาปกป้องเด็กด้วยเช่นกัน แต่คุณทำโดยพลการ เพราะฉะนั้นแล้ว งานนี้ผมเชื่อว่าผมอยากให้สภาทนายความ ซึ่งเป็นสาขาของสภาทนายความที่กรุงเทพฯ สภาทนายความที่โคราช ผมอยากให้ดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง ฟ้องร้อง ตั้งข้อหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในมาตรา 157 โดยเอาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งอายุจริงก็ 15 ปีไม่กี่เดือน เอามาสอบสวนแบบนี้ ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบหมด ผมก็ไม่รู้ว่าท่านผู้การจังหวัดโคราช ท่านยังอยู่สุขสบายดีหรือ และที่สำคัญ ผมจะเอ่ยต่อไปถึงท่านผู้บัญชาการจังหวัด ท่านผู้บัญชาการภาค 3 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ซึ่งภรรยาของท่านในอดีตเคยทำงานกับผม และผมคิดว่าคุณพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มาแล้ว แล้วงวดนี้ท่านถูกโยกย้ายมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ผมอยากจะถามท่านว่าท่านดูแลลูกน้องของท่านแบบไหน


เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งจัดการเด็ดขาดกับผู้กำกับแล้ว ผมคิดว่าท่านผู้การก็ควรจะโดนด้วยนะ อย่างน้อยก็ต้องโดนภาคทัณฑ์ และต้องมีการตักเตือนกันอย่างเป็นทางการไปถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ท่านผู้ชมอย่าเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยแม้แต่นิดเดียว สิทธิของประชาชน เมื่อใดก็ตามที่ถูกเจ้าหน้าที่ที่กุมอำนาจรัฐ ละเมิดสิทธิ ทำผิดระเบียบ ทำผิดกฎหมาย มันเป็นเรื่องใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ท่านผู้ชมนึกดูแล้วกัน ถ้าเป็นลูกหลานของเรา อายุ 15 ขวบ แล้วถูกเรียกเข้าไปนั่งในห้องนั้น แล้วก็ถูกสอบสวน ผมเชื่อว่าข่าวมีออกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเรียกเงิน 5 หมื่นบาท แล้วเชื่อผมสิครับ ถ้าไม่มีกระแสโซเชียล ไม่มีการบีบบังคับต่อรอง จริงๆ แล้วการรับแจ้งความตั้งแต่ต้นน่ะ มันผิดแล้ว ท่านผู้ชม มันผิด ฉะนั้นตำรวจทำผิดขั้นตอน ผิดมาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิเลยแม้แต่นิดเดียว ตำรวจถ้ารู้ตัว ตำรวจต้องแจ้งคนที่มาแจ้งความว่าคุณกำลังกรรโชกทรัพย์เขาใช่ไหม มันก็บอกไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่งั้นคุณเอาหลักฐานมาดูซิ ว่าคุณเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของใคร เขามอบอำนาจคุณมาหรือเปล่า ถ้าเขามอบอำนาจคุณมา ขอเบอร์โทรศัพท์หน่อย ตำรวจก็หยิบหูโทรศัพท์มาแล้วก็กด 7 เบอร์ 8 เบอร์ 9 เบอร์ ก็สามารถจะพูดกับบริษัทที่รับผิดชอบในเรื่องลิขสิทธิ์ ก็จะรู้ความจริง ก็จะรู้ความจริงว่าเขาไม่ได้มอบหมายให้ใครมา เพราะฉะนั้นแล้ว แทนที่จะมาดำเนินคดีกับเด็ก ตำรวจต้องจับคนที่มาแจ้งความนั่น ข้อหากรรโชกทรัพย์ เพราะมันเป็นขบวนการ

ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัด ว่าบ้านนี้เมืองนี้ที่มันมีปัญหา ก็เพราะว่าตำรวจบางคนมันไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา พูดให้ตายผมก็ไม่เชื่อว่าไม่มีตำรวจที่รู้เห็นเป็นใจกับขบวนการนี้ แล้วยิ่งมีเหยื่อหลายรายที่เริ่มร้องออกมาแล้วว่าโดนแบบนี้เหมือนกัน 4-5 ราย ลองหลับตาวาดภาพสิครับ 4-5 ราย ถ้าสมมุติว่าแต่ละราย พ่อแม่หาเงินให้ได้รายละ 5 หมื่น ก็สองแสนห้าแล้ว สองแสนห้าแล้วแบ่งตำรวจเท่าไร ไอ้นั่นรับไปเท่าไร แล้วผมก็ไม่เชื่อว่ามีแค่ 4-5 ราย ผมว่ามีเป็นสิบๆ ราย

ท่านผู้ชมครับ จะเห็นได้ชัด เรื่องราวพวกนี้มันเป็นเรื่องราวที่ผมไม่อยากใช้คำว่าบัดซบ มันเลวทรามยิ่งกว่าคำว่าบัดซบเสียอีก ผมถึงบอกว่าผมรับไม่ได้ในเรื่องนี้ ที่เป็นข่าวออกมา ผมรับไม่ได้ตรงไหนรู้ไหม ผมรับไม่ได้ตรงที่ว่า ท่านผู้กำกับยังมาพูดเอาบุญเอาคุณกับประชาชนว่า ถ้าไม่ได้ผมแล้วเหรอ ลด 5 หมื่นบาท เหลือ 5 พันบาท จะลดได้อย่างไร ผมเชื่อว่าที่ท่านพูดออกมาอย่างนี้เพราะว่ามันมีกระแสกดดันมาจากสื่อสังคม โซเชียลมีเดีย เป็นตัวที่กดดันให้ท่านผู้กำกับพูดแบบนี้ แต่ผมก็จะถามต่อ ว่าท่านผู้การมีความสุขดีหรือไม่ที่มีผู้กำกับแบบนี้ แล้วท่านผู้กำกับมีความสุขดีหรือไม่ที่ลูกน้องท่านมารับแจ้งความแบบนี้ แล้วท่านผู้บัญชาการ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ท่านมีความสุขหรือไม่ ท่านเป็นเพื่อนนักเรียนรุ่น 35 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ท่านเป็นเพื่อนรักกัน รักกันมาก ปกป้องกันมาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้ว อะไรก็ตามของท่านที่ท่านทำผิดพลาด มันสะท้อนกลับไปหาเพื่อนรักคุณนะ ที่เกษียณอายุไปแล้ว คือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ด้วยเหตุนี้ผมเลยจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้

ท่านผู้ชมครับ เรื่องตำรวจ วันหลังเรามาว่ากันสักยกหนึ่ง ดีไหม จริงๆ ผมไปที่ จ.เลย ผมได้เจอตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง เขาพูดกับผม ผมซาบซึ้งเขามาก เขาบอก ท่านสนธิครับ ผมเป็นรองผู้การอยู่ที่ จ.อุดรฯ คือตำรวจภูธรภาค 4 ผมเป็นมา 9 ปี ตามอาวุโสแล้ว ผมอยู่ใน 33 เปอร์เซ็นต์ของผู้อาวุโส พูดง่ายๆ ว่าการแต่งตั้งทุกครั้งจากนี้ไปมันมีกฎกติกาชัดเจน ว่าถ้ามีตำแหน่งว่าง 100 ตำแหน่ง 33 ตำแหน่งจะต้องจัดสรรให้กับผู้ที่มีอาวุโสมากที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็แล้วแต่ความเหมาะสม แล้วแต่โน่นนี่นั่น แต่ว่าจะปฏิเสธคนที่มีอาวุโสสูงไม่ได้แล้ว ท่านผู้การ จ.เลย พูดกับผมว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านบอกว่า ท่านสนธิครับ ถ้าเป็นสมัยก่อน ไม่ใช่สมัยนี้นะ ผมมีสิทธิ์ได้ตำแหน่ง เพราะผมอยู่ใน 33 เปอร์เซ็นต์ตัวนี้ แต่รับรองได้ว่า ผมจะต้องพูดส่งไปกินตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญ อย่างเช่น ไปเป็นผู้การประจำกรมบ้าง เป็นผู้การประจำที่โน่นที่นี่บ้าง หรือดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังเลวอยู่ ก็คือไปเป็นผู้การฝ่ายอำนวยการ มีหน้าที่พลาธิการ จัดเครื่องดื่ม ดูแลบัญชี โอกาสที่ผมจะมานั่งเป็นผู้การจังหวัด ไม่มีหรอกครับ ชาตินี้ไม่มี ไปเช็กดูได้ เหตุผลเพราะว่าสมัยนั้นมีการแต่งตั้ง พอแต่งตั้งเสร็จแล้ว ดึงโผกลับมา มาเปลี่ยนใหม่ ทำโน่นทำนี่

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมต้องเอาความจริงมาพูดกันนิดหนึ่ง อันนี้เลยเถิดไปหน่อยนะ เอาว่าเป็นน้ำจิ้มก็แล้วกันในเรื่องของการพูดเรื่องตำรวจ ตำรวจมันเละเทะมานานแล้ว เพิ่งจะมาดีในยุคนี้ ยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเป็นประธาน ก.ตร. แล้วมอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ดำเนินการในเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้ง และการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ค่อนข้างจะบริสุทธิ์ ทำไมผมถึงรู้ล่ะ เพราะผมรู้อย่างน้อยที่สุดท่านผู้การ จ.เลย พูดชัดเจนว่า ยุคนี้ผมถึงได้มานั่งเป็นผู้การ จ.เลย และท่านเหลืออีก 2-3 ปี เกษียณ แต่ถ้าเป็นยุคก่อนผมไม่มีสิทธิ์หรอกครับ อย่างน้อยที่สุดเป็นคำพูดของคนที่เป็นข้าราชการตำรวจแล้วพูดออกมา นี่คือความจริง นี่คือสัจธรรม ผมก็เจอท่านๆ หนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกของเรา และท่านก็ไปร่วมการทอดฐินด้วย ท่านเกษียณอายุในยศพลตำรวจตรี ท่านบอกท่านเป็นรองผู้การมานานแล้ว และบอกว่า ผมเหลืออีก 6 เดือน เขาถึงตั้งผมขึ้นมา แล้วเป็นผู้การที่ไม่มีความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาจะเอาตำแหน่งที่ว่าง ที่มีอำนาจ ที่มีบารมี หรือที่มีผลประโยชน์ เอาไปขายต่อ ท่านผู้ชมฟังนะครับ มีการขายต่อตำแหน่งในบางตำแหน่ง ในอดีต แต่คงไม่ใช่ยุคนี้แล้ว เท่าที่สัมผัสดูแล้ว ตำรวจส่วนใหญ่พอใจอย่างมากในการแต่งตั้งครั้งนี้ และการแต่งตั้งครั้งนี้นะ วันหลังผมจะเอาข้อมูลมาให้ดู เป็นการแต่งตั้งที่เงียบ ไม่มีการร้องเรียนอะไรทั้งสิ้น ไม่มีการตั้งแล้วดึงโผออก สับเปลี่ยนคน ว่ากันว่าสมัยหนึ่งมีการแต่งตั้ง พอแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่กำลังจะเดินทางไปรับตำแหน่งก็ต้องถูกเปลี่ยนโผ เมื่อเปลี่ยนโผมาแล้วก็แสดงว่าคนที่โผมาใหม่นี้ มันจ่ายเงินมากกว่าเก่า

ท่านผู้ชมครับ อย่าไปตำหนิท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เพราะท่านทำหน้าที่รับโผมา ท่านมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง ก็คือว่าท่านต้องทำตามคำสั่งผู้ที่มีอำนาจ ส่วนใครจะมีอำนาจเหนือท่านนั้น ผมไม่ทราบ ท่านไปคิดดูเอาเอง เอาเป็นว่าผมค้างท่านผู้ชมเรื่องตำรวจ เร็วๆ นี้เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องตำรวจมาแฉกัน ให้จะจะกัน และผมเชื่อว่าท่านผู้ชมที่มีญาติพี่น้องเป็นตำรวจ หรือท่านผู้ชมที่เป็นตำรวจ คอยตามเฟซฯ ของ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ให้ดีๆ เพราะว่าเรื่องนี้สนุกแน่นอน และท่านก็จะนึกไม่ถึงว่าทำไมมันถึงลึกซึ้ง ลึกล้ำได้แบบนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเอาเรื่องตำรวจมาพูดกัน

การบินไทยทำไมเจ๊ง?

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรับปากและผมคิดว่าต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ขอเวลาผมนิดหนึ่ง คือเรื่องการบินไทย ท่านผู้ชมครับ การบินไทยในขณะนี้ใกล้เจ๊งแล้ว ก็เลยมีการดิ้นรนกันตลอดเวลาว่าจะแก้ปัญหาการบินไทยอย่างไร ผมมีวิธีแก้ปัญหา และผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมการบินไทยมันใกล้เจ๊ง และผมจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าบางครั้งเราปล่อยให้คนที่ทำให้บริษัทเจ๊งลอยนวลไปได้อย่างไร ท่านผู้ชมครับ ถ้าเป็นบริษัทมหาชน และเป็นของรัฐบาล ถ้างานชิ้นใดทำออกมาแล้วเกิดการผิดพลาดขึ้นมา ผมคิดว่าท่านประธานกรรมการบริษัทต้องรับผิดชอบ ผมเอาน้ำจิ้มให้ฟังนิดๆ เล็กๆ น้อยๆ เปรียบเทียบ ไม่ใช่เฉพาะการบินไทยนะครับ

การบินไทยนี่ ครั้งหนึ่งต้องการที่จะเปิด route ที่จะบินจากกรุงเทพฯ ไปนิวยอร์ก แล้วเบื้องหลังการเปิด route นั้นก็คือ เนื่องจากว่า การจะสั่งซื้อเครื่องบินโดยไม่มีเส้นทางบินใหม่นั้น ตรรกะความชอบธรรมในการซื้อเครื่องบินจะไม่มี ก็เลยต้องมีการเปิดเส้นทางบิน เปิดเส้นทางบิน ซื้อเครื่องบินมา ปรากฏว่าบินได้ปีกว่าๆ มันเจ๊งหมดเลย เจ๊งเป็นหมื่นล้าน เครื่องบินที่ซื้อมาก็ยังจอดทิ้งอยู่ ผมขอถามกลับอย่างนี้ ถามกลับว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วการบินไทยเป็นของประเทศชาติ เป็นรัฐวิสาหกิจ ถ้ามีการทำงานเจ๊งแบบนี้ เสียหายเป็นหมื่นๆ ล้าน ผมถามว่านอกจากกรรมการผู้จัดการแล้ว ประธานกรรมการบริษัทการบินไทยในยุคนั้น ไม่ต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร ต้องสิครับ หรือ ... ท่านผู้ชมครับ ในกรณีทีวีดิจิตอลของ กสทช. ท่านจำได้ไหมครับ ในการประมูลทีวีตามช่องต่างๆ ในขณะนั้น พูดกันชัดเจนว่าช่องที่ให้ประมูลมันมีมากจนเกินไป แต่ท่านผู้รับผิดชอบยืนยันว่าเหมาะสมแล้ว ไปได้ดี ท่านผู้นี้ก็คือท่าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ผู้ดูแลรับผิดชอบ อ้าว ปรากฏว่าประมูลเสร็จ ทำงานเสร็จไม่กี่ปีเท่านั้นเอง เจ๊งกันเป็นแถว แล้วแต่ละช่องก็เริ่มปิดตัว แต่ละช่องก็ร้องเรียนมา รัฐบาลไม่รู้จะทำอย่างไร ปรึกษา กสทช. กสทช.ก็บอก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นใครไม่ไหวก็ให้ปิดช่องมา เราจะคืนเงินให้ บางเจ้าได้คืน 5 ร้อยล้าน บางเจ้าได้คืน 2 ร้อยล้าน แต่ได้คืนเงินหมด รู้สึกจะปิดไป 7-8 ช่อง คำถามมีอย่างนี้ครับ ถ้าอย่างนั้นแล้วผมอยากจะเรียกหาความรับผิดชอบจาก พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ด้วย จะได้ไหมท่านผู้ชม ผมถามแค่นี้ล่ะ สมควรไหม ผมคิดว่าท่านผู้ชมหลายคนก็คงจะบอกว่า สมควรแล้ว ก็ใช่สิ คุณทำให้รัฐเสียหาย อะไรก็ตามถ้าเป็นของรัฐ ถ้ารัฐเสียหาย คุณก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง นี่แค่น้ำจิ้มนะครับ เอาไว้รอเรื่องตำรวจ และเรื่องการบินไทย ผมรับรองกับท่านผู้ชมว่า สั่นสะเทือนอย่างแน่นอนที่สุด ติดตามเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ถ้ารักเพจนี้ ชอบเพจนี้ กดไลก์ไป ถ้าชอบเนื้อหาที่ผมพูด แชร์ไปให้เยอะๆ แชร์ไปให้มากๆ

สหรัฐฯ เมินซัมมิตอาเซียน ถึงเวลาไทยต้องตัดสินใจเด็ดขาด

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะพูดอยู่บางเรื่อง ซึ่งอาจจะต้องเกี่ยวพันกับบางเรื่องเหมือนกัน คือเรื่องการประชุมซัมมิตของอาเซียนที่ผ่านมานี้ ที่มีการประชุมอาเซียน วันที่ 4-5 การประชุมซัมมิตอาเซียนมันคืออะไร มันก็คือการที่หมุนเวียนให้แต่ละประเทศซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน ได้มาเป็นเจ้าภาพในการประชุมซัมมิตอาเซียน เวียดนามก็เป็นเจ้าภาพมาแล้ว ลาวก็เป็นเจ้าภาพมาแล้ว งวดนี้ไทยก็เป็นเจ้าภาพ สิงคโปร์ก็เคยเป็นเจ้าภาพ เขมรก็เป็นเจ้าภาพ เพราะฉะนั้นแล้วก็จะเวียนกันไปเรื่อยๆ

อาเซียนสำคัญอย่างไร อาเซียนเป็นจุดรวมของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ไกลไปจนถึงอินโดนีเซีย ก็เป็นสมาชิกอาเซียน อยู่ข้ามทะเลไปอีกฟากหนึ่ง เช่น บรูไน ก็เป็นสมาชิกอาเซียน อยู่ติดกับประเทศเรา อย่างพม่า ก็ยังเป็นสมาชิกอาเซียน อยู่ใต้ประเทศเรา มาเลเซีย กับสิงคโปร์ ก็เป็นสมาชิกอาเซียน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านเรา คือลาว ก็เป็นสมาชิกอาเซียน ถัดจากลาวไป คือเวียดนาม ก็เป็นสมาชิกอาเซียน ประชากรในสมาชิกอาเซียนมีประมาณ 300-400 ล้านคน ต้องถือว่าไม่น้อย และมีอิทธิพลสูงมากต่อการค้าของโลก ท่านผู้ชมรู้หรือไม่ว่าสถานภาพของประเทศไทยในอาเซียน ในสายตาของต่างชาติ ประเทศไทยสำคัญแค่ไหน ประเทศไทยสำคัญที่สุด ประเทศไทยคือหลักของอาเซียน ท่านผู้ชมจำคำพูดผมไว้นะ ไม่ใช่อินโดนีเซีย อินโดนีเซียอยู่ไกลเกินไป แล้วก็มีประชากรเป็นมุสลิมเสียส่วนใหญ่ มาเลเซียก็อยู่ห่างไกลเกินไป พูดถึงทางภูมิศาสตร์แล้ว ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ศูนย์กลางของการค้า หรือศูนย์กลางของโน่นนี่นั่น ประเทศไทยเหมาะที่สุด แล้วท่านผู้ชมเชื่อผมไหม ในรายงานลับของประเทศจีนและของอเมริกานั้น คนที่ใกล้ชิดกับการเขียนรายงานเขายืนยันว่าประเทศจีน เมื่อมองอาเซียนแล้ว เขามองประเทศไทย ท่านผู้ชมจำคำพูดผมไว้นะ ประเทศจีนเมื่อมองอาเซียนแล้ว เขามองประเทศไทย


แต่อเมริกาเองก็เช่นกัน มองอาเซียนแล้ว มองประเทศไทย แต่อเมริกาโชคร้ายที่มีคนบ้าเป็นประธานาธิบดี คือไอ้ทรัมป์ นายทรัมป์นี่นะ เป็นคนหลงตัวเอง มันไม่สนใจ การประชุมครั้งนี้นายทรัมป์ตบหน้าผู้นำสมาชิกอาเซียน ด้วยการส่งคนระดับกระจอกมากมาร่วมประชุม ในขณะซึ่งจีนเขาต้องการจะซื้อใจของสมาชิกอาเซียน แล้วที่สำคัญที่สุด งานนี้จีนมาเพื่อซื้อใจไทยโดยเฉพาะ เขาส่งนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง มา แล้วท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็น่าจะรู้ถึงสัญญาณตัวนี้ และมีสัญชาติญาณบอกว่า ตอนนี้จีนกำลังยื่นมือมาให้ประเทศไทยจับ ท่านถึงดูแลประเทศจีนเป็นอย่างดี นอกเหนือจากการประชุมกันในเวทีประชุมที่จัดตั้งแล้ว ท่านยังนำพาหลี่ เค่อเฉียง มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะมานั่งพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวในหลายๆ เรื่อง และออกแถลงการณ์ระหว่างไทยกับจีนเป็นพิเศษ ถึงกับขนาดบอกว่า เราเป็นเรือหางยาว เขาเป็นเรือเดินสมุทร เราขอขับเรือหางยาวตามเรือเดินสมุทรไปได้ไหม ไปด้วยกัน ไปไหนมาไหน ไปด้วยกัน

ทีนี้ ปัญหาที่ผมจะชี้ให้ท่านผู้ชมเห็นว่าทุกๆ ครั้งที่มีการประชุมอาเซียน จริงๆ แล้วมันเป็นเวทีการเมืองระดับโลกที่ประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่น ประเทศจีน กับประเทศอเมริกา หรือญี่ปุ่น ใช้พื้นที่อาเซียนเป็นที่ปะทะกันในเรื่องแนวโน้มและในเรื่องความขัดแย้งต่างๆ เหมือนอย่างการประชุมที่เขมร อเมริกาต้องการให้มีแถลงการณ์ออกมาว่าอาเซียนไม่เห็นด้วยกับการที่จะไม่เปิดเสรีน่านน้ำทะเลของทะเลจีนตอนใต้ ที่ประเทศจีนตอนนี้มีความขัดแย้งกับหลายๆ ประเทศ อาเซียนอีกประเทศหนึ่งที่ผมลืมเอ่ยถึงก็คือฟิลิปปินส์ วันนั้นนายกฯ ฮุน เซน ปฏิเสธที่จะออกแถลงการณ์นี้มา ปฏิเสธที่จะประณาม น่าเห็นใจ เพราะว่านายกฯ ฮุน เซน ใช้เงินจีนเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนที่เมืองสีหนุวิลล์ หรือการที่ประเทศจีนให้เงินมาสร้างโน่นสร้างนี่ ฮุน เซน เป็นหนี้บุญคุณจีนมาก ฮุน เซน ก็เลยไม่ยอมประกาศออกเป็นแถลงการณ์ร่วม และท่านผู้ชมสังเกตไหม การประชุมทุกครั้ง ให้จำคำพูดของผมไว้นะ ถ้าเป็นการประชุมที่ราบรื่น ไม่มีความขัดแย้ง มีฉันทามติพร้อมกัน ก็จะมีการนั่งแล้วก็แถลงการณ์ร่วม เอาล่ะนะพวกเราทุกคน 10 ประเทศ 11 ประเทศ มีความเห็นร่วมกันต่อเรื่องดังต่อไปนี้ 1 2 3 4 5 แต่ที่เขมรไม่มี ที่ลาวมี เพราะความสามารถของท่านนายกรัฐมนตรีลาวท่านเก่ง ท่านสามารถจะประสาน แล้ววางแนวโน้ม ท่านพูดคุยทุกคน บอกให้เอาความขัดแย้ง เรื่องทะเลจีนตอนใต้ หรือเรื่องนั้นนี้ตัดทิ้งไป เอาอะไรที่ตกลงใจกันได้ แล้วก็มีแถลงการณ์ร่วม ประชุมประเทศไทยครั้งนี้ ก็ไม่มีแถลงการณ์ร่วม ซึ่งผมไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีแถลงการณ์ร่วม แต่เอาเป็นว่า ไม่มีก็แล้วกัน

เรื่องที่ผมอยากจะพูดและผมอยากจะให้ข้อคิดเห็น และตั้งข้อสังเกต เราพลาดท่าพลาดโอกาสในการประชุมอาเซียนไป ตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราเคยเป็นเจ้าภาพในการประชุมอาเซียน ในการประชุมอาเซียนโดยที่เราเป็นเจ้าภาพนั้น เราขาดวิสัยทัศน์ ในการลงทุน ลงทุนอะไรท่านผู้ชม ไหนๆประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมอาเซียน ทั้งปัจจุบันและในอดีต เราน่าจะตัดสินใจแล้วว่า เราควรจะไปสร้างศูนย์ประชุมที่ใหญ่ระดับนานาชาติ ไม่ใช่เพิ่มเติมในกรุงเทพมหานคร ให้เจ้าสัวทั้งหลายที่ได้รับสัมปทานจากศูนย์ประชุมพวกนี้รวยมากขึ้นกว่าเก่า

ทำไมเราไม่ไปตั้งศูนย์ประชุมใหญ่ระดับนานาชาติที่เชียงใหม่ เราไม่ตั้งศูนย์ประชุมระดับใหญ่ที่สงขลา หรือที่ภูเก็ต หรือที่ทางภาคตะวันออก มีแต่ศูนย์ประชุมระดับชาติใหญ่ๆทั้งนั้นที่เกิดขึ้น อาจจะลงทุน เสียเงินเสียทองบ้าง หรืออาจจะให้คนเข้ามาประมูลแล้วเอาไปสร้าง แทนที่ทุกอย่างจะมารวมที่กรุงเทพฯ การเดินทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ไปภูเก็ต หรือกรุงเทพฯ ไปจันทบุรี หรือตราดนั้น ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เราพลาดไปตรงนี้

ในที่สุด ทุกอย่างก็มาลงที่กรุงเทพฯ มาลงที่กรุงเทพฯ ก็กลายเป็นกระบวนทัศน์ที่พวกเราเคยชินกับคำว่า คนจนในประเทศไทยมีแต่จนลง คนรวยมีแต่รวยขึ้น เหมือนรายการชิม ช้อป ใช้ ในเฟสแรก ไม่ได้วางแผนกันดีเท่าไหร่นัก ก็ปรากฏว่า พอแจกเงินไปปังปั้บ บรรดาเจ้าสัวทั้งหลายที่เป็นเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าเซนทรัล เซเว่นอีเลฟเว่น ไม่ว่าจะเป็นเทสโก โลตัส แมคโคร บิ๊กซี ได้เงินจากชิมช้อปใช้ ไปหมด แต่ร้านคูหา 2-3 คูหาเล็ก ซึ่งขายอาหาร หรือขายของ ไม่มีสิทธิ์ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในลิสต์รายชื่อ เพิ่งจะมาแก้ทีหลัง แต่กว่าจะมาแก้ทีหลัง คนรวยรับทรัพย์ไปแล้วเท่าไหร่ ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างเล็กๆน้อยๆให้ฟัง

งวดนี้อเมริกา มากับอาวุธอีกตัวหนึ่ง ซึ่งท่านผู้ชมอาจจะไม่รู้ อเมริกามาด้วยรายงานของกระทรวงกลาโหมเพนตากอน อเมริกา เขาเรียกว่า ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิค สมัยก่อนเป็นยุทธศาสตร์แปซิฟิค คือ อเมริกากระทรวงกลาโหมจะร่างยุทธศาสตร์พวกนี้มา เพื่อให้ทุกสมาชิกในอาเซียนยอมรับ เมื่อยอมรับแล้วแสดงว่าอเมริกาก็จะมีบทบาทต่อไปในยุทธศาสตร์อันนี้ ก็กลายเป็นพี่เบิ้ม คืออเมริกาอันธพาล ต้องการจะเป็นนักเลงโตอยู่ในภูมิภาคนี้ งวดนี้เพิ่มคำว่าอินโดเข้าไปอีก คือนอกจากจะดูแลแล้ว เช็กบิลจีนแล้ว ยังต้องการที่จะดูแลและเช็กบิลอินเดียด้วย

เพราะฉะนั้นอเมริกานิสัยผูกขาด นิสัยก้าวร้าว นิสัยนักเลงโต นิสัยสร้างระบบอะไรต่างๆก็ตาม เพื่อให้ตัวเองมีช่องว่างที่จะเดินเข้าไป แล้วสามารถที่จะใช้อำนาจเหตุผลของตัวเอง โดยใช้การยอมรับเข้าไป แต่ท่านผู้ชมรู้ไหม ว่าวาระอันนี้ ผมไม่เข้าใจกระทรวงการต่างประเทศประเทศไทย ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ผมคิดว่า ถ้าเป็นวาระมาจากประเทศจีน หรือวาระมาจากอเมริกา จะเข้าไปในที่ประชุมซัมมิตอาเซียน ไม่ควรที่จะเอาเข้าวาระเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าทั้งอเมริกาและทั้งจีน หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น เป็นสมาชิกนอกกลุ่มอาเซียน มีสิทธิที่จะพูดคุยกันตัวต่อตัวได้

นายกรัฐมสตรีชินโซ อาเบะ อาจจะขอคุยกับนายกรัฐมนตรีเวียดนามในเรื่องของการลงทุนของคนญี่ปุ่น ในประเทศเวียดนาม ก็คุยกันได้ตัวต่อตัว หรือนายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง ต้องการคุยกับนายกรัฐมนตรีไทย ในเรื่องของการลงทุนในการร่วมมือ คุยกันได้ตัวต่อตัว เหมือนอย่างที่คุยกัน แต่ไม่ใช่เอาวาระของภูมิภาคนี้มาใส่เข้าไปในที่ประชุมอาเซียน นี่คือนิสัยเกเรของอเมริกา คือถ้าพลาดท่า อเมริกาก็จะบอกว่า เห็นไหม กลุ่มประเทศอาเซียนยอมรับแล้ว วาระ Indo-Pacific Strategy ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ถูก โชคดีที่ไม่มีใครให้ความสนใจ

และผมก็ต้องขอบคุณ ผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนทุกกลุ่มที่ตบหน้าอเมริกาอย่างหนัก ด้วยการที่ เมื่อการประชุมระหว่างประเทศอาเซียนที่เข้าประชุมกับสหรัฐฯ หรือกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าประชุมกับประเทศจีน ถ้ากลุ่มประเทศอาเซียนได้ประชุมวาระกับประเทศจีนก็จะกลายเป็นประเทศจีนประชุมกับทุกประเทศในอาเซียน โดยที่ประเทศจีนมีตัวแทนคือนายหลี่ เค่อเฉียง คือนายกรัฐมนตรีของจีนมีศักดิ์และมีศรีมากพอกับนายกรัฐมนตรีไทย กับท่านมหาเธร์ แห่งมาเลเซีย กับอีกหลายๆประเทศ แม้กระทั่งกับสุลต่านบรูไน กับอีกหลายๆประเทศ ไม่เหมือนอเมริกา อเมริกาส่งข้าราชการระดับกระจอกมาก ระดับที่ปรึกษามา แล้วก็จะมาร่วมประชุม คือเชิญผู้นำทุกประเทศเข้ามา ถ้าส่งไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามา ก็น่าที่จะเข้า แต่นายทรัมป์ ประธานาธิบดีที่สติไม่สมบูรณ์ของอเมริกา ตัดสินใจส่งพวกกระจอกงอกง่อยมา แสดงว่าเขาดูถูก เหยียดหยามพวกอาเซียนมาก ไม่มีความหมาย

มิหนำซ้ำ พอประชุมเสร็จเรียบร้อย ผมเข้าใจว่า หลังจากที่ 7 ประเทศ ผู้นำประเทศปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมประชุมด้วย ประเทศไทยต้องเข้า เพราะว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ หนีไม่พ้น

7 ประเทศที่ไม่เข้าร่วมประชุม มันก็เลยส่งสัญญาณอย่างแรงกลับไปที่ทูตอเมริกันประจำประเทศไทย ทูตอเมริกันประจำประเทศไทยก็คงจะส่งสัญญาณกลับไปที่นาย ไมค์ ปอมเปโอ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ คงไปเล่าให้นายทรัมป์ฟัง ว่า เฮ้ย ไม่ได้นะ ผู้นำ 7 ประเทศเขาไม่สนใจ เพราะคุณส่งคนไประดับกระจิบกระจอก ระดับแมลงวัน ไม่มีความหมาย เขาไม่ต้องการ แล้วเขารู้สึกคุณดูถูก

นายทรัมป์บ้าก็เลยทำไงรู้ไหมครับ ท่านผู้ชม เลยประกาศออกมาว่า เขาจะเชิญผู้นำอาเซียนทุกคน ไปประชุมซัมมิต ที่อเมริกา ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมเป็นผู้นำไทยจะไปไหม ผมไม่รู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ผมคิดว่า ท่านไม่ควรไป เพราะผมไม่เชื่อว่า ผู้นำประเทศต่างๆในอาเซียนเขาอยากจะไปกัน

จริงๆเรื่องนี้ ทำได้โดยแสดงฉันทามติ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะให้คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งค่อนข้างจะกลัวอเมริกามาก ให้ประสานไปเลยกับผู้นำแต่ละประเทศ ว่าทรัมป์ว่าอย่างนี้ เราจะไปไหม เราไม่ควรจะไปนะ ทำไมจะต้องไป แสดงว่าเราเป็นข้าทาสในบ้านมันหรือยังไง มันบอกให้มาประชุมที่บ้านมันเราก็ต้องไป อ้าวนี่บ้านเราอยู่ที่นี่ เวลา เราประชุมกัน ทำไมมึงไม่มา ใช่ไหม ท่านผู้ชม

ด้วยเหตุนี้ เราต้องมีศักดิ์ศรีบ้างในเรื่องบางเรื่อง ผมถึงอยากจะชี้ให้เห็น ว่าอเมริกาไม่เคยใส่ใจเราเลย กลับเป็นจีน ที่ใส่ใจเรามากที่สุด บางทีถึงเวลาหรือยังที่เราอาจจะต้อง ตัดสินใจให้เด็ดขาดสักทีว่า เราจะยืนข้างจีน หรือเราจะยืนข้างอเมริกา หรือเราจะยืนทั้งสองข้าง ที่ผมพูดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าผมเชียร์จีน ถ้าเรายืนข้างจีนก็ดีไป เพราะว่าเขาเป็นช้าง เวลาเรายืน เราอยู่กับคนที่ตัวใหญ่ เวลามันพลิกตัว มันก็ทับเราได้ แต่คำถามมีอยู่อย่างนี้ ถ้าเราจะยืนข้างจีน ก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิด ถ้ามองในแง่หลักยุทธศาสตร์แล้ว เพราเขาใหญ่ เขามีอิทธิพลสูงมาก แต่ในแง่ของการเจรจา เราต้องปรับกระบวนทัศน์ของเราซะใหม่ หมายความว่า ถ้าเราจะเอากับจีน เราต้องรู้จักเจรจากับจีน เราต้องไม่ยอมเขาทุกเรื่อง

เพราะว่าจีน ในเมื่อจีนเขามองว่าประเทศไทยเป็นประเทศหลักของกลุ่มอาเซียน เราต้องทำให้เขารู้ ว่าจากการที่เรารู้ว่าเขารู้ว่าเราเป็นกำลังหลักของกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้นแล้วคุณจะมาเอาอะไรง่ายๆเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ นาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เอาใจจีนอย่างมหาศาลในอดีต และก็เซ็นสัญญาสร้างรถไฟความเร็วสูงที่จีนเสนอมา จะมูลค่าเท่าไหร่ผมไม่รู้ แต่สูงพอสมควร พอท่านมหาเธร์ขึ้นมา ท่านสั่งให้หยุดโครงการนี้ แล้วท่านแจ้งจีนไปบอกว่า มาเลเซียจน มาเลเซียไม่มีตังค์ และหลังจากนั้นท่านก็ไปเยือนจีน 2 ครั้ง แล้วทุกครั้งที่ไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ของจีน ที่ดูแลเรื่องรถไฟความเร็วสูง และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนจากสี จิ้นผิง มาคุยกับท่านมหาเธร์ ท่านมหาเธร์บอก มาเลเซียนายจ๋า ไม่มีตังค์ สู้ไม่ได้ ขอยกเลิกดีกว่า

เราขอใช้ระบบรถไฟรางคู่ ไม่จำเป็นต้องเร็วถึง 200 กิโลฯต่อชั่วโมง เอาแค่ 100 กว่ากิโลฯ ต่อชั่วโมง เราก็พอแล้ว เราเงินน้อย ปรากฏว่า เจรจาแค่สองครั้ง จีนตัดสินใจ ลดราคารถไฟความเร็วสูง ลดให้ 30-40% นี่คือจากการที่เราเจรจาเป็น ถามว่าท่านมหาเธร์เจรจาเป็น ประเทศไทยมีคนกล้าเจรจาอย่างนี้บ้างไหม หรือว่าพอเรายืนข้างจีน เราก็กลัวจีน พอเรายืนข้างอเมริกา อเมริกาบอกให้เรากินแฮมเบอร์เกอร์ เราก็กินแฮมเบอร์เกอร์ เราทิ้งข้าวไป


ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับตัวเรา ด้วยเหตุนี้ เราต้องจำเรื่องนี้ให้ดีๆ ประเทศไทย ยังจะต้องเจรจาเป็นอยู่ การออกแถลงการณ์ร่วม ไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมไม่เป็นไร แต่การเซ็นสัญญาบันทึกความทรงจำ ที่ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า MOU (Memorandum of Understanding) อันนี้เป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุด เพราะว่าการประชุมทุกครั้ง จะมีการเซ็น MOU ทุกครั้ง พอเซ็น MOU ทุกครั้งแล้วมันไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายเลย มันก็คือชื่อของมันชัดเจนแล้ว คือบันทึกความทรงจำระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย ซึ่งงวดนี้ก็เซ็นไป 3-4 เรื่อง และก่อนหน้านั้นเราก็เซ็นไปเยอะแล้ว คำถามว่า เราเคยเข้ามานั่งไล่ดูไหมว่า MOU ต่างๆที่เราเซ็นไป ได้มีการปฏิบัติการแล้ว นำสู่การปฏิบัติอย่างไรให้เป็นรูปธรรม ให้พัฒนาจาก MOU นั้นกลายเป็นข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ กลายเป็นการเซ็นสัญญากัน

RCEP ผลงานซัมมิตที่กรุงเทพฯ

ท่านผู้ชมครับ ข่าวดีอยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากการที่ประชุมซัมมิตอาเซียน วันนี้ว่าด้วยเรื่องต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ท่านผู้ชม ไม่ต้องไปกลัว ผมจะอธิบายให้ฟังอย่างง่ายๆ มีการตกลงกันว่า จะฟื้นฟูและส่งเสริมเขตการค้าเสรีอาร์เซ็ป คือ เขตการค้าเสรีทีใหญ่กว่าอาเซียนเยอะ ที่เคยผนวกอินเดีย จีน เข้าไป มีประชากรที่อยู่ในกลุ่มอาร์เซ็ปทั้งหมด เบ็ดเสร็จ 3,500 ล้านคน เกินครึ่งนะของประชากรโลก ถ้าอาร์เซ็ปเป็นรูปเป็นร่าง แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร อาร์เซ็ปตัวนี้คือทางออกของกลุ่มประเทศต่างๆ ที่ไม่ต้องการค้าขายกับอเมริกา เพราะอเมริการังแกคนมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจีเอสพีเมืองไทย มารังแกเรา เนื่องจากว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรก หรือเรื่องโน้นเรื่องนี้

ตลาดอาร์เซ็ปจะใหญ่เพียงพอ ที่จะทำให้ทุกประเทศมารุมค้าขายในกลุ่มประเทศอาร์เซ็ป และในที่สุดก็จะโดนเหยื่ออเมริกา เพราะในที่สุดแล้วอียู ในยุโรป เมื่อเห็นว่าอาร์เซ็ปเข้มแข็ง ก็จะมาค้าขายกับอาร์เซ็ป แต่อาร์เซ็ปมีอุปสรรคชะงักอยู่นิดหนึ่ง ก็คือว่า อินเดียประกาศถอนตัวจากอาร์เซ็ป ที่ประเทศถอนตัวจากอาร์เซ็ป ก็เลยทำให้ประชากรชาวอินเดีย 1,100 ล้านคนหายไป ก็เลยทำให้อาร์เซ็ปแทนที่จะมีจำนวนคนประชากรในกลุ่มนี้ 3,500 ล้านคน ก็เหลือแค่ 2,400 ล้านคนเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นตลาดใหญ่อยู่

และทำไมอินเดียถึงถอนตัว อินเดียถอนตัวเพราะอินเดียกลัวจีน เพราะจีนในนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก เขาให้ฉายาจีนว่า จีนเป็นโรงงานโลก เขาเรียกว่าเป็น World Factory คือผลิตได้ทุกอย่างหมด ที่อยู่ในโลกนี้ จนผลิตหมด แล้วของก็ถูก อินเดียก็กลัวว่า ถ้าเข้าอาร์เซ็ปแล้ว สินค้าจากจีนเข้าอินเดียไม่ต้องเสียภาษี ก็จะมีสินค้าราคาถูกจากจีน ไปถล่มตลาดอินเดีย ก็เลยจะทำให้ผู้ประกอบการอินเดียที่กำลังจะฟื้น กำลังจะเจริญเติบโต ต้องล่มสลายไป นายโมดี เห็นแก่ประโยชน์ของอินเดียก็เลยถอนตัวออกจากอาร์เซ็ป ถ้าเราเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศไทย เราก็คงจะกล้าตัดินใจอะไรหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับเรามาตลอด

ท่านผู้ชมครับ ยังมีเรื่องที่อเมริกันอันตราย และอเมริกันอันธพาลอีกมาก ท่านผู้ชมเอาตัวอย่างเป็นน้ำจิ้มให้ฟังเล็กๆน้อยๆแล้วกัน วันนี้ถือเป็นการโหมโรง เรื่องราวใหญ่ๆที่จะเกิดขึ้นในอาทิตย์ สองอาทิตย์ สามอาทิตย์ สี่อาทิตย์ต่อไป

ท่านผู้ชมครับ อเมริกาถอนทหารออกจากซีเรีย ที่ไปสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ถอนเสร็จเรียบร้อยนึกว่าจะเอากลับมาที่อเมริกา ไม่ใช่ เอาไปยึดบ่อน้ำมันของกบฏซีเรีย ที่กบฏซีเรียยึดอยู่ เพื่อไม่ให้ตกเป็นของรัฐบาลซีเรีย เพราะรัฐบาลซีเรียคนที่หนุนหลังรัฐบาลซีเรีย มีอิหร่าน จีน รัสเซีย อเมริกาต้องการจะยึดบ่อน้ำมัน นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ยึดเพื่อบริษัทน้ำมันของอเมริกัน หนึ่งในนั้นก็คือเอ็กซอน เห็นไหมครับ ว่านี่มันพิสูจน์ชัดเจน ว่าวัตถุประสงค์ของอเมริกาที่เข้าไปในแต่ละประเทศ ในที่สุดแล้ว ไม่ได้ต่างจากสมัยที่สงครามฝิ่น ที่อังกฤษส่งเรือเข้าไปเพื่อปล้นประเทศจีน วันนี้อเมริกาเข้าไปในระบอบการเพื่อปล้นน้ำมันในประเทศจีน

คบจีนต้องระวัง จากนี้ไปมีแต่เรื่องผลประโยชน์

ท่านผู้ชมครับ ใจเย็นๆ เรื่องต่างประเทศไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน ท่านไม่ต้องตกใจ ผมจะใช้วีการอธิบายของท่านผู้ชมให้ฟังมากๆ และจะมีแผนที่ให้ดู ท่านผู้ชมฟังผมในเรื่องของอเมริกันอันธพาล อเมริกันอันตรายแค่นี้ ท่านผู้ชมจะเข้าใจประวัติศาสตร์ และไม่ต้องไปอ่านหนังสืออะไรเลย เพราะว่าผมจะพูดแบบมุมกว้าง แล้วอธิบายป่าทั้งป่า ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจ เรากลับมาที่ซัมมิตอาเซียนตอนที่ใกล้จะหมดเวลานะครับ

ซัมมิตอาเซียนครั้งนี้ถามว่า ประสบความสำเร็จไหม ต้องพูดว่า ถ้าจะวัดจากการที่จีนเทตัวเองมาให้ประเทศไทย คือ จีนงานนี้เดินเข้ามาหาเรา เราคือเจ้าสาว ท่านผู้ชม จีนคือเจ้าบ่าว หลี่ เค่อเฉียง มา แล้วบอกว่า ไทยกับจีน จะต้องอยู่ด้วยกัน จะต้องเดินไปด้วยกัน จะต้องไปพร้อมกัน แสดงว่าเขาก็ลองมาสู่ขอเราอยู่ แน่นอนที่สุด คนจีนที่ใช้ไม่ได้ นักลงทุนจีนเลวๆก็มีไม่น้อย แต่ประเด็นสำคัญที่สุด จีนต้องการไทยเป็นเพื่อน ในเวทีนานาชาติ เพราะจีนกำลังถูกรุก จากประเทศทางตะวันตก หลักๆก็คือสหรัฐอเมริกา และถ้าวันนึงจีนตกลงเรื่องการค้ากับอเมริกาได้ ไม่ทะเลาะกัน ถามว่าจีนจะมีบทบาทอย่างไรกับอาเซียนต่อไป ในเมื่อจีนไม่เดือดร้อนอะไรมากมายนัก และประเทศไทยก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พอเซ็นสัญญาทำ Memorandum of Understanding แล้ว ประเทศไทยก็ออกในรูปแบบขอ เรานี่เป็นลูกที่ช่างขอจริงๆ ขอให้ประเทศไทย ขอให้ประเทศจีนช่วยซื้อข้าว ช่วยซื้อยางจากเรา

มันเป็นวัฏจักรที่เมื่อไหร่จะสิ้นสุดสักทีท่านผู้ชม เมื่อไหร่เราถึงสามารถที่จะไม่ต้องขอให้เขามาซื้อข้าว ซื้อยางกับเรา เมื่อไหร่เราสามารถจะทำให้ข้าวของเรายืนอยู่บนตัวเราเองได้ โดยที่ไม่ต้องให้จีนมาซื้อ ยางพาราราคาเกินกว่า 60-70 บาทขึ้นไป ยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองให้ได้ โดยที่ไม่ต้องไปขอร้อง เมื่อการทำบันทึกสัญญาในความเข้าใจตกลงกัน พอบันทึกข้อแรกคือ อย่างประเทศไทยอยากจะขอให้สหรัฐอเมริกามาช่วยซื้อข้าว ซื้อยาง ผมวันไหนที่เรามีบันทึกข้อตกลงกับจีนแล้วขาดคำว่า “ขอ” เรื่องยาง กับข้าวไป ผมถือว่าประเทศไทยก้าวเข้าไปสู่มิติใหม่ของการเปลี่ยนประเทศไทยต่อไปแล้วนะครับ

ผู้ชมครับ วันนี้ก็พูดมาพอสมควร วันนี้ผมคิดว่าประมาณ 45 นาทีได้ เอาไว้รออะไรที่มันๆ วันนี้เอาเป็นว่า ฟังเรื่องของอาเซียนซัมมิต เข้าใจของประวัติอาเซียนซัมมิต เข้าใจการประชุมครั้งที่ผ่านมานี้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็คือ เป็นการประชุมในระหว่างการที่จีน อเมริกา แลละญี่ปุ่น มาแสดงอิทธิพลเพื่อเชื้อชวน ชักชวน ให้ประเทศไทย เห็นด้วยกับประเทศของเขา อเมริกาต้องการเอาประเทศเป็นพวก เพื่อเอาประเทศไทยเป็นตัวคานจีน

ในขณะเดียวกัน จีนก็เห็นว่า ประเทศไทยสำคัญกว่าเวียดนาม เพราะว่าความรักระหว่างจีนกับเวียดนาม สู้ความรักระหว่างไทยกับเวียดนามไม่ได้ ประวัติศาสตร์ของจีนที่เคยช่วยไทย มีมามาก ที่เห็นชัดๆ แล้วไม่เคยมีใครพูด เป็นเรื่องเก่าๆ ซึ่งไม่นาน ไม่กี่สิบปีมานี้เอง ท่านผู้ชมครับ ตอนสงครามในเวียดนามจบสิ้นลงไปใหม่ๆนั้น ประเทศเวียดนาม มีอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ อเมริกันทิ้งเอาไว้ มีรถถังเป็นพันๆคัน มีเครื่องบินเป็นร้อยๆลำ

ตอนนั้นเป็นยุคที่เวียดนาม กับท่าน ฮุน เซน สนิทสนมกัน และก็จับมือกัน เวียดนามส่งกองทัพรถถังมาประชิดพรมแดนไทย ในทางเขมรนะ เข้ามาทางเขมรเรียบร้อยหลายอย่าง น่ากลัวมากตอนนั้น สงครามจะเกิดขึ้นตอนนั้น และเราสู้เขาไม่ได้เลย ไม่มีทาง กำลังอาวุธเราไม่มี คนหนึ่งคนที่สำคัญมาก ได้ช่วยประเทศเราไว้ แต่ว่าไม่มีใครพูดถึง ก็คือ ท่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมัยนั้นท่านเป็นแค่พันเอก ท่านติดต่อ ใช้เส้นสายไป จนกระทั่งสามารถพาผู้ใหญ่ในประเทศไทย ไปพบท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ไปพูดกับท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ไปบอกว่าให้ช่วยประเทศไทยหน่อย เพราะว่าประเทศเวียดนามนั้น กำลังคุกคามประเทศไทย โดยผ่านมาทางกัมพูชา ท่านเติ้งบอกว่า เดี๋ยวประเทศจีนจะช่วยให้ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าอะไรเกิดขึ้น

สงครามสมัยนั้น หลายๆท่านที่กำลังฟังผมอยู่ยังเป็นเด็กอยู่ หลายๆท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ไม่เคยสนใจเรื่องเบื้องหลังต่างๆเหล่านี้ ประเทศจีนประกาศสงครามรบกับเวียดนามที่มณฑลกวางสี คือมณฑลกวางสี อยู่ติดพรมแดนเวียดนาม ยิงถล่มปืนใหญ่ รถถังประจันหน้ากัน ยิงใส่กันตลอดเวลาทั้งนั้นทั้งคืน ทำให้เวียดนามกลัว เลยต้องถอนกองกำลังรถถังทั้งหมดเลย ที่ประชันอยู่ทั้งหมดที่พรมแดนเขมรกับไทย กลับไปเสริมกำลังตัวเองที่อยู่ริมชายแดนระหว่างเวียดนามเหนือกับกวางสี ก็เลยทำให้ประเทศไทยรอดจากปากเหยี่ยวปากกาไป นี่คือคุนูปการที่จีนทำให้

สมัยนั้น จีนผู้นำจีนค่อนข้างจะนักเลง ตรงไปตรงมา บอกช่วยก็ช่วย แต่มาสมัยยุค สี จิ้นผิง ผมต้องเรียนท่านผู้ชมนิดหนึ่ง เราต้องระวังตัว เพราะว่าอดีตความเป็นพี่น้องกัน มันคือคำพูดที่สวยหรู แต่ข้อเท็จจริงวันนี้ จีนกับไทย ใครจะพูดอย่างไรก็ตามผมไม่เชื่อ ผมเชื่อว่าจีนกับไทย ในอนาคตจะคบกันบนพื้นฐานของผลประโยชน์เท่านั้น ไทยเราถ้าจำเป็นต้องคบกับจีนและต้องเสียผลประโยชน์ให้เขา เราต้องถามตัวเรากลับ ว่าเราจะได้ผลประโยชน์อะไรกับเขา

เหมือนกับหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง One Belt One Road จีนมีหมดแล้ว ทั้งเส้นทางสายไหม ทั้งทางเรือ ก็ไป จีนมีกองเรือที่จะเดินทางไป เส้นทางสายไหมบนบก จีนไปตั้งที่ต่างๆที่จะให้มีการสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ทุกอย่างเชื่อมได้หมดเลย ติดอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง คือ ประเทศไทย เพราะว่าถ้าขาดประเทศไทย การเชื่อมระหว่างเส้นทางสายไหมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ที่เชื่อมจากจีน ทางตอนใต้ หรือทางตะวันตก ทางเสฉวน ยูนนาน กวางสี ลงมาที่ทางเหนือของไทย แล้วจากทางเหนือของไทยไล่ลงมาเรื่อยๆ มาต่อไปที่มาเลเซีย แล้วก็สิงคโปร์ จะขาดช่วงตรงนี้

ทำให้หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเรารู้ว่าจุดยืนเรา หรือว่าสถานภาพทางภูมิศาสตร์เรา เป็นประโยชน์แก่จีนมหาศาล แล้วถ้าจำเป็นต้องมีรถไฟความเร็วสูงกับเขา เราต้องเจรจาให้เป็น อ๋อ แน่นอนถ้าไทยประกาศลงทุนเอง โดยขอเงินกู้จากจีน จีนก็ยิ้ม แต่จริงๆ การเจรจาต้องดูว่าความต้องการของเขา กับความต้องการของเราต่างกันไหม ต่างกันมหาศาล เพราะว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ยุทธศาสตร์ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของเขาสมบูรณ์ เพราะถ้าไม่มีเราแล้ว หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางจะไม่สมบูรณ์ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราต้องใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้ได้


หรือแม้กระทั่งสนามบินอู่ตะเภา ที่กำลังจะกลายเป็นสนามบินที่ให้เกิดการประมูลขึ้นมา เชื่อผมเถอะ ถ้าประมูลขึ้นมาแล้ว ถ้าจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้ด้วย จีนไม่สบายใจ เพราะอะไร เพราะว่าอเมริกาต้องการจะใช้ประเทศไทย หรือประเทศที่อยู่รอบประเทศจีน ตั้งเป็นฐานทัพ หรือตั้งเป็นฐานยิงจรวด หรือตั้งเป็นฐานทัพเรือ ฐานทัพอากาศ เพื่อที่จะบล็อกประเทศจีน เป็นจุดๆไป สมัยก่อนอเมริกามาใช้อู่ตะเภา หลังสงครามโลกในเวียดนาม เพื่อที่จะมาบล็อกประเทศจีนไป แต่มาวันนี้ อู่ตะเภา ประเทศไทยไม่มีสงครามแล้ว แต่อันนี้มีสงคราม แต่ว่าอเมริกายังคงต้องการที่จะอยู่ที่อู่ตะเภา และจีนเอง ก็ต้องการที่จะเข้ามาอยู่ในอู่ตะเภาเหมือนกัน

ฉะนั้น ท่านผู้ชมจะเห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในแง่ยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ หรือที่เขาเรียกว่า Geopolitics สำคัญมาก ในเอเชียตัวันออกเฉียงใต้ไม่มีประเทศไหนจะสำคัญเท่าประเทศไย เราเป็นเจ้าสาวที่ใครๆก็อยากจีบ ญี่ปุ่นก็อยากมาจีบ จีนก็อยากจะมาจีบ อเมริกาก็จะมาจีบ แต่จีนพร้อมที่จะเสียค่าสินสอดทองหมั้นแพงหน่อย อเมริกาจะใช้บทนักเลงเพื่อมาข่มขู่ให้เราไปแต่งงานกับมัน แล้วก็ไม่ให้อะไรเราเลย ท่านผู้ชมครับ จำเอาไว้คำพูดของผม

วันนี้ผมคิดว่าเกือบชั่วโมงวันนี้ ก็พอสมควรครับท่านผู้ชม เอาเป็นว่า เราพอกันแค่นี้ ท่านผู้ชมครับ ถ้าคิดว่าเรื่องที่ผมพูดวันนี้มีสาระ อยากให้เพื่อนฝูงที่รัก รู้เรื่องนี้ก็แชร์ไปเยอะๆ แลละถ้าชอบเรื่องที่ผมพูดในวันนี้ก็กดไลค์เข้าไปแล้วกันครับ ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผม สนธิ ลิ้มทองกุล วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ขอลาไปก่อน แค่นี้ครับ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...