xs
xsm
sm
md
lg

ทุนข้ามชาติไม่หวั่น LTV ควักเงินลงทุน-ไล่ซื้อโรงแรม ออฟฟิศ รองรับรายได้อนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


โครงการคอสโดฯของลิสต์กรุ๊ป ที่ร่วมมือกับทางฮาบิแททกรุ๊ป
บริษัทอสังหาฯ ต่างชาติไม่กังวลเรื่อง LTV เดินหน้าขยายพอร์ตลงทุนในไทย ทั้งการพัฒนาโครงการโดยตรง ปั๊มพอร์ตคอนโดมิเนียม และการไล่ซื้อโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่ดินเปล่า เพื่อสร้างรายได้จากธุรกิจการบริการ

นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทต่างชาติในไทยว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี พ.ศ.2562 จะอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ผลกระทบนโยบายจากภาครัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภาวะเศรษฐกิจโลก และภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศไทยเอง ผู้ประกอบการหลายรายเลือกเปิดขายโครงการใหม่ลดลง เพื่อเร่งขายโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ หรือมีกำหนดสร้างเสร็จในเร็ววันนี้แทน

หรือถ้าเปิดขายโครงการใหม่ก็จะเป็นโครงการที่มั่นใจแล้วว่า สามารถปิดการขายหรือทำยอดจองได้สูงๆ แม้ช่วงที่เปิดขาย เพราะผู้ประกอบการไม่อยากให้โครงการที่เปิดขายใหม่ของตนเองเหลือขายเป็นระยะเวลานาน เพราะบางโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จในการขายช่วงแรกๆ จะไม่สามารถดันยอดขายขึ้นไปได้ช่วงที่โครงการก่อสร้างใกล้เสร็จ แต่ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยหลายรายเลือกที่จะชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ออกไปนั้น มีผู้ประกอบการต่างชาติบางรายเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงนี้

ทุนประเทศมาเลเซีย ซื้อโรงแรมโฟร์พ้อยท์ บาย เชอราตัน
ผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ 1-2 ปี หรือนานกว่านั้น ที่มีการเปิดขายโครงการใหม่ในปี พ.ศ.2562 เช่น

1.ไรส์แลนด์ ที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศจีน เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่บนถนนเพชรเกษม มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน เพิ่งเปิดขายโครงการคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี มูลค่าโครงการ 3,600 ล้านบาท และมีอีก 1-2 โครงการที่อาจจะเปิดขายในปีนี้

2.ลิสต์กรุ๊ปจากประเทศญี่ปุ่น มีการร่วมมือกับทางฮาบิแทท กรุ๊ปเปิดขาย 2 โครงการคอนโดมิเนียมบนถนนทองหล่อ มูลค่าโครงการรวม 2,800 ล้านบาท

3.พีทีเอฟเรียลตี้ (2018) ในเครือ พีทีเอฟเรียลตี้จากไต้หวัน เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท จากที่เคยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาแล้ว 4 โครงการ

4.ไฮไชน์ ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากประเทศจีนอีกรายที่เปิดตัวโครงการใหม่พร้อมกัน 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 22,500 ล้านบาท และเริ่มการก่อสร้างไปแล้วด้วย

5.กรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ จากประเทศสิงคโปร์ ร่วมมือกับบริษัท เจฟัลครัมเวนอร์ส จำกัด ก่อตั้งบริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์สฯ ในประเทศไทยเพื่อลงทุนพัฒนาโครงการโรงแรม และที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเริ่มที่โครงการบ้านจัดสรร มูลค่า 1,250 ล้านบาท

ทั้ง 4 บริษัทที่กล่าวไปแล้วนั้น เป็นการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นรูปแบบโครงการที่ผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะที่มีสัญชาติทั้งจากประเทศจีนเอง รวมไปถึงนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจ เนื่องจากสามารถได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในเวลาไม่นานนัก และได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ผู้ประกอบการต่างชาติจึงนิยมลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม

โครงการของบริษัท ไรส์แลนด์ ที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศจีน
การเปิดตัวโครงการและซื้อขายที่ดินต่างๆ ที่มีการประกาศออกมาในปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงภาวะตลาดอสังหาฯอยู่ในช่วงชะลอตัวนั้น ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาที่เป็นนักลงทุนต่างชาตินั้นไม่เข้าใจตลาด หรือว่าไม่ได้สนใจความเป็นไปของตลาดอสังหาฯ ในประเทศไทยแต่พวกเขามองเรื่องของการลงทุนในตลาดอสังหาฯ ในระยะยาวมากกว่ามองแค่ช่วง 1-2 ปีนี้เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนในโครงการอสังหาฯ ที่ไม่ใช่โครงการที่อยู่อาศัย

ส่วนบริษัทที่ลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ อาจจะมั่นใจตนเองสามารถแบกรับต้นทุนในการพัฒนาโครงการต่อไปได้จนโครงการสมบูรณ์ หรือมีช่องทางในการหาแหล่งเงินทุนมาพัฒนาโครงการต่อไปได้ แม้ว่าจะไม่สามารถสร้างรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมหรือบ้านจัดสรรได้ เช่น เงินทุนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ เงินทุนจากเจ้าของบริษัท หรือการหาสินเชื่อโครงการจากช่องทางอื่นๆ บริษัทต่างๆ เหล่านี้มองการลงทุนในประเทศไทยในระยะยาวมากกว่า จึงไม่ได้เลือกช่วงเวลาในการเปิดตัว เปิดขายโครงการหรือซื้อที่ดิน ซื้อโครงการ
กำลังโหลดความคิดเห็น...