xs
xsm
sm
md
lg

“ชูศักดิ์” นักปั้นเด็กพิเศษ พัฒนาศักยภาพ “เด็กออทิสติก” จนเป็นเลิศ มีอาชีพเลี้ยงตัวเอง!

เผยแพร่:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “ชูศักดิ์ จันทยานนท์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิออทิสติกไทย ฝึกทักษะ-พัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก ให้เชี่ยวชาญด้านที่ตนถนัดและสนใจ จนกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ตนเองได้



คงไม่มีครอบครัวใดอยากมีลูกหลานเป็นโรคออทิสติก หรือโรคที่มีความผิดปกติด้านพัฒนาการของเด็ก แต่ปัญหาคือ หากครอบครัวใดมีลูกเป็นออทิสติก จะทำอย่างไร เพื่อให้ลูกของตนได้รับการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ทัดเทียมกับคนปกติทั่วไป


คุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ ไม่เพียงมีลูกเป็นออทิสติก แต่เขาสามารถส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กออทิสติก ให้มีความเชี่ยวชาญด้านที่เด็กถนัดหรือสนใจ โดยก่อตั้งมูลนิธิออทิสติกไทย เพื่อเป็นสถานดูแลส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเด็กหรือบุคคลที่เป็นออทิสติกให้สามารถมีอาชีพ เพื่อเลี้ยงดูตนเองได้ และอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่เป็นภาระต่อผู้ปกครองหรือสังคม หรือถูกมองว่า เป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถ


คุณชูศักดิ์ยอมรับว่า ตอนแรกๆ ทำใจไม่ได้ที่มีลูกเป็นออทิสติก จึงเคยคิดสั้น อยากตายพร้อมกับลูก จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้ใคร

“ผมรู้ลูกเป็นออทิสติกตั้งแต่ 3 ขวบ ตอนนี้ลูกผม 34 ปีแล้ว ผมใช้เวลา 2 ปีแรก ตั้งแต่ 3-5 ขวบ ทำใจ คือเราไม่รู้ว่า ออทิสติกคืออะไร และเราไม่รู้ว่าสุดท้าย จะหายไหม? คำถามเกิดขึ้นมากมาย ทำไมดูเหมือนลูกรู้เรื่อง ฉลาด แต่ไม่พูด ตอนที่ลูกผม 3 ขวบ ผมต้องพาลูกไปรักษาที่ปากน้ำ สมุทรปราการ ไกลมาก ผมพาลูกข้ามเรือ โป๊ะที่พระประแดง ขับรถลงไป และข้ามฟากไปหาหมอทุกวัน บางวันผมอธิษฐานให้โป๊ะล่ม จะได้ไปด้วยกันทั้งพ่อทั้งลูก จะได้ไม่เป็นภาระกับครอบครัว”


หลังทำใจได้กับการที่ลูกเป็นออทิสติก คุณชูศักดิ์เริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกมีพัฒนาการ

“ตอนที่ผมเริ่มต้นใหม่ๆ ผมทำโรงเรียนอนุบาลให้ลูกด้วยนะ ตอนหลังก็มีน้องๆ ที่มีภาวะเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจก็ไปอยู่ ทำเป็นกรุ๊ป ก็ใช้ความรักความเข้าใจ ช่วยพัฒนาได้ เขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือภายใน 6-7 เดือน พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้แล้วว่า พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก เราจะเป็นครูของลูกได้ต่อเมื่อเรามีความรู้ เราก็ได้เอาความรู้จากมหาวิทยาลัย และจากต่างประเทศ ตอนนั้นมีอเมริกาที่มาให้ความรู้เรา เราก็เห็นว่า ทักษะหรือเทคนิคการสอนเด็กออทิสติก ต้องทำอยู่ 3 เรื่อง ถ้าพ่อแม่เข้าใจ 3 เรื่องนี้ ลูกจะดีวันดีคืนเลย 1.ต้องค่อยๆ สอนเป็นขั้นเป็นตอน 2.ต้องวางแผนล่วงหน้า 3.ใช้ 4 อ คือความอดทน อบอุ่น เอาใจใส่ และให้โอกาสเขา”


ตั้ง “ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย” อยากให้ลูกและเด็กที่เป็นออทิสติกมีพัฒนาการ สามารถทำงานเป็นอาชีพได้

“เราคิดว่า เราจะทำยังไงให้ลูกมีศูนย์ฝึกพัฒนาการ ก็เลยตั้งเป็นศูนย์อาชีพออทิสติกไทย และทำเป็นมูลนิธิออทิสติกไทย ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าน้องๆ ของเรายุคนั้นก็ประมาณ 10 กว่าปี เรามองว่าการศึกษาคงไปได้ระดับหนึ่ง เราเลยหันมาทำงานเรื่องเตรียมความพร้อมเพื่อการทำงาน ทำอาชีพ และฝึกทักษะการดำเนินชีวิตอิสระ เพราะเราคิดว่าอนาคตเมื่อเราไม่อยู่แล้ว พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ลูกต้องอยู่ได้ ซึ่งเราทำงานร่วมมือกับสมาคมผู้ปครองบุคคลออทิสซึ่มไทย ซึ่งตอนนี้เราก็มีสมาชิกอยู่หมื่นกว่าครอบครัว และมี 70 กว่าจังหวัด เราก็ถ่ายทอดองค์ความรู้ไปให้ มีทั้งอบรม พัฒนา เสริมพลัง เราก็มาทำเรื่องอาชีพและการมีงานทำ”


มูลนิธิออทิสติกไทย ที่ก่อตั้งโดยคุณชูศักดิ์ ไม่เพียงช่วยฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพให้เด็กหรือผู้ที่เป็นออทิสติก แต่ยังประสบความสำเร็จในการดึงความสามารถของเด็กออทิสติกแต่ละคน ไปสู่ความเป็นเลิศ จนมีอาชีพและมีรายได้จากความสามารถของตนเอง โดยใช้ศิลปะเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพ


“เราก็เริ่มโครงการ From Art To Product จริงๆ คือ From Art Therapy To Product เพราะฉะนั้นจากการรักษากลายเป็นอาชีพและผลิตภัณฑ์ เลยเกิดเป็นงานที่เรียกว่า ART STORY BY AUTISTIC THAI ซึ่งเรามีกลุ่มออทิสติกไม่ต่ำกว่า 20 คน และวันนี้เราก็ทำแคมป์ศิลปะทั่วประเทศ ก็ดึงน้องๆ ที่สนใจ มีศักยภาพมาเรียนรู้กัน ไม่ได้หวังว่า จะสร้างงานศิลปะ แต่มาเพื่อพัฒนา และสุดท้ายมันจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นมา ตอนนี้เราทำเรียกว่า Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคม คือบริษัท ออทิสติกไทยวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด แต่แนวคิดของเราคือ พยายามดึงสิ่งที่เป็นความสามารถเขามาสู่งานอาชีพ อันนี้เป็นอีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่เราทำและประสบความสำเร็จ”


กิจกรรมที่ครูประจำมูลนิธิออทิสติกไทยอบรมให้เด็กออทิสติกได้เรียนรู้และฝึกทักษะมีหลายด้าน ไม่ใช่แค่งานศิลปะเท่านั้น แต่ยังมีการทำเบเกอรี่, เล่นดนตรีไทย, ชงกาแฟเพื่ออาชีพ ฯลฯ

“เรื่องการทำกาแฟ จะมีเรื่องของอันตรายด้วย ถ้าเป็นกลุ่มที่กล้ามเนื้อมือยังไม่ดี หรือระมัดระวังความปลอดภัยให้ตัวเองยังไม่ได้ เราก็ยังไม่นำน้องเข้ามา ก่อนจะดึงน้องลงแต่ละอาชีพ จะมีการทำเป็นฐานการเรียนรู้ให้น้องเวียนกันเข้า และให้น้องเลือกเองตัดสินใจเองว่าเขาชอบอาชีพอะไร” ณัฐกานต์ วนันโท ครูสอนกิจกรรม


จากเด็กออทิสติก สู่พนักงานออฟฟิศกว่า 20 บริษัท ถือเป็นความสำเร็จของมูลนิธิออทิสติกไทย ที่พยายามพัฒนาทักษะและศักยภาพให้เด็กออทิสติกมีความเชี่ยวชาญด้านที่ตนเองสนใจ แถมบริการซ่อมฟรี หากทางบริษัทต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมด้วย


“เตรียมความพร้อมด้านอาชีพ เราพัฒนาถึงขั้นเป็นศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงาน เมื่อก่อน อาชีพแรกที่เราฝึกกัน จำได้สมัยเด็กๆ ทำ ทำไข่เค็ม และเอาไปขายในชุมชน คนแถวนี้เขาก็ซื้อ แต่เราก็ขายได้ครั้งละ 100 ฟอง 200 ฟอง แต่นั่นคือการฝึก ตอนหลังเราก็เลยพัฒนาเป็นหลักสูตรร่วมกับภาคธุรกิจว่า เด็กออทิสติกทำอะไรได้บ้าง เราก็พบว่า น้องๆ เหล่านี้ 1.ทำงานที่เป็นระบบขั้นตอนได้ดี เพราะฉะนั้นเรามองว่า บางคนที่เขามีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น word, ExceL, Powerpoint พวกนี้เรื่องเล็กๆ ของเขาเลย ทำได้สบาย บางคนถึงขั้นทำ Photoshop ได้ ตัดต่อหนังได้ เราก็ภูมิใจ”


“แต่สุดท้ายเราคิดว่าถ้าเราพัฒนาจนเป็นอาชีพได้ จะดีไหม บริษัทบอกว่า ถ้าได้ จะจ้างงานเลย ปรากฏว่า วันนี้เราก็ส่งเด็กเข้าไปเป็นพนักงานของบริษัทหลายแห่ง ไปทำงานออฟฟิศ ผมว่าไม่ต่ำกว่า 20 บริษัทนะที่รับน้องๆ ไปทำงาน เพราะที่นี่ประกาศนโยบายว่า ส่งไปทำงาน แล้วเรารับบริการซ่อมฟรี ซ่อมฟรีคืออะไร ถ้าเกิดไปทำงาน แล้วยังต้องเติมอะไรบางอย่าง เรากลับมาเทรนให้ได้” ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย


ส่วนเด็กออทิสติกหรือผู้ปกครองรายใดไม่อยากให้ลูกทำงานออฟฟิศ แต่อยากทำงานอิสระมากกว่า ทางมูลนิธิออทิสติกไทย ก็พร้อมจะอบรมให้เช่นกัน

“มีกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่อยากไปทำงานในหน่วยงาน อยากทำอาชีพอิสระ ที่มูลนิธิเราเปิดกว้างเลย ผู้ปกครองอยากมาทำเบเกอรี่ เราก็มีโรงฝึกหัดเบเกอรี่ให้ ตอนนี้เราวางแผนจะเปิดร้านขายเบเกอรี่ ปีนี้เราขยายการอบรมไปถึงต่างจังหวัด กำลังจะไปเปิดที่นราธิวาส เพราะกลุ่มผู้ปกครองที่เป็นมุสลิม เขาก็อยากให้ลูกมีงานทำ”


แนะพ่อแม่ผู้ปกครองมองลูกออทิสติก ทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด

“ตอนนี้เรารวมคนได้ประมาณ 1 หมื่นกว่าครอบครัว ยังไม่มาก แต่นี่คือพลังของการทำงานแบบภาคี งานทุกอย่างเป็นการบำบัดลูกด้วย ให้มีรายได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ น้องออทิสติกทำอะไรก็ได้อย่างไร้ขีดจำกัด คือทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด ทุกอย่างจะเดินไปได้เอง ถ้าไม่เปลี่ยนความคิด ก็ยังจมอยู่กับความทุกข์”


หากเด็กออทิสติกได้รับการพัฒนา อาจสามารถสร้างรายได้ให้ตนเองมากกว่าคนจบปริญญาด้วยซ้ำ

“อย่างพ่อน้องทิว เมื่อก่อนก็ไม่คิดว่าน้องจะวาดรูปได้ เดี๋ยวนี้ทิววาดจนเป็นเงิน 6 หลักบัญชีธนาคาร รูปเขาไม่ได้ขาย 5-10 บาท รูปนี้ 5,000-6,000 บาท รูปสูงสุดที่ทิวขายได้ 30,000-40,000 บาทนะ มีคนซื้อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเงินที่เขาได้มา ก็กลายเป็นเงินทุนสำหรับใช้ชีวิตของเขาในอนาคต จากเด็กที่ครูบอกว่าไม่ต้องเรียนหรอก เรียนได้แค่ ม.3 แต่สุดท้ายสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าคนจบปริญญา เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาจุดนี้มาเป็นกำลังใจ ผมคิดว่าเราไม่มีทางท้อ ต้องสู้”


“จริงๆ สิ่งที่เราได้จากการทำงานตรงนี้ ก็คือ ความรู้สึกว่าชีวิตของคนเรามีคุณค่าทุกคน เราอย่ามองที่ความแตกต่าง แต่เราจงมองที่ศักยภาพที่เขามีอยู่ในตัว ถ้าเราดึงศักยภาพออกมาได้ เขาก็เป็นคนที่สมบูรณ์”


หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดเชื่อมั่นว่า ลูกออทิสติกสามารถพัฒนาศักยภาพได้ หรืออยากปรึกษามูลนิธิออทิสไทยของคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ สามารถติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Autistic Thai Foundation มูลนิธิออทิสติกไทย

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )


รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos






กำลังโหลดความคิดเห็น...