xs
xsm
sm
md
lg

(คำต่อคำ) ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง : เปิดโปงมอนซานโต้กับแผนอำมหิตเรื่อง “สารพิษ” - ทางรอด“การบินไทย” รัฐบาลต้องขายหุ้นทิ้งให้เอกชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (6 ธ.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง เปิดโปง มอนซานโต้ กับแผนการแยบยลเรื่อง “สารพิษ” และบทสรุป “การบินไทย” กับทางออกที่ต้องฟัง



คำต่อคำ SONDHI TALK [6 ธ.ค. 2562] : เปิดโปง มอนซานโต้ และบทสรุปการบินไทย

สวัสดีครับท่านผู้ชมที่เคารพรักทุกท่าน วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ท่านผู้ชมครับ เผลอแป๊บเดียวก็จะปลายปีแล้ว อากาศค่อนข้างเย็น วันนี้ ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะครับ

วันนี้เป็นวันที่ผมจะมาพูด 2 เรื่องต่อเนื่องกัน จริงๆ แล้วหัวข้อก็เหมือนกับอาทิตย์ที่แล้ว เรื่องแรกก็คือเรื่องสารพิษ แต่เป็นเรื่องตอนจบแล้ว ถ้าเป็นศัพท์ของคนเล่นละคร เขาเรียกว่าฟินาเล่ นั่นก็คือ วันนี้ผมจะอธิบายความเรื่องสารพิษให้ท่านผู้ชมทุกท่านได้เข้าใจ และเมื่อเข้าใจที่ผมพูดแล้ว ท่านผู้ชมจะรู้เรื่องโดยอัตโนมัติเลยว่าทำไมคนถึงสนับสนุนสารพิษ พวกเจ้าหน้าที่ พวกข้าราชการ และฝรั่งได้ทำอะไรไว้กับเรา ได้ฝังหุ่นฝังรอยออกมา ไม่ได้ใช้เวทมนต์คาถาหรอกครับ แต่ใช้เทคนิคของการประชาสัมพันธ์ และการโฆษณาชวนเชื่อ โดยปั้นแต่งข้อมูลต่างๆ ออกมาให้ ท่านผู้ชมตามผมมาแล้วท่านผู้ชมจะเข้าใจว่า ทำไมคุณสุริยะถึงตัดสินใจไปอย่างนั้น และในขณะเดียวกัน ทำไมข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการกรมวิชาการเกษตรถึงค่อนข้างจะมั่นใจว่าสารพิษที่ถูกแบนนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ มันมีที่มาที่ไปครับ


เรื่องที่สองก็เป็นฟินาเล่เหมือนกัน ตอนจบของการบินไทย จริงๆ ก็มีอยู่บ้างเกี่ยวกับตัวบุคคลในตอนต่อๆ ไป แต่ผมขอคิดดูก่อนนะครับ ถ้าพูดถึงวันนี้ แล้วสามารถจบได้ในวันนี้ก็จบไปเลยดีกว่า เพราะว่าเรื่องราวของชาติบ้านเมืองยังมีอีกเยอะมาก และในขณะนี้ทีมงานของผมก็ไปทำงานหาข้อมูลกัน อีกประการหนึ่งมันก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว มันเป็นช่วงเทศกาลของการหยุดงานหรือพักผ่อน หรือไปอวยพรกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ปลายเดือนนี้ก่อนที่จะหยุดเทศกาลหยุดยาว ก็อาจจะมีรายการที่เบาๆ จะเป็นเรื่องราวเกีก่ยวกับตัวผม เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านพระอาทิตย์ เรื่องราวเกี่ยวกับภาพวาดต่างๆ หรือแม้กระทั่งผมจะอธิบายพระในห้องพระที่ผมไหว้อยู่ทุกวัน เพื่อให้ท่านผู้ชมเข้าใจ

ตอนจบของการบินไทยวันนี้มันมีเบื้องหน้าเบื้อหลังสารพัด และจะมีจุดหักเหของการล่มสลายของการบินไทยที่เกิดขึ้น เพราะการเมืองมาครอบงำ และความโลภของผู้บริหาร ทั้งสองฝ่ายใช้ช่องโหว่ที่การบินไทยไม่มีเจ้าของ แล้วมาสูบ มาโกงกินกัน และผมก็มีทางออกให้การบินไทยอยู่บางประการ ซึ่งทางออกของผมบางครั้งอาจจะไม่ค่อยจะรื่นเริงหรือรื่นรมย์เท่าไร แต่ก็เป็นความจริง เป็นสัจธรรมที่ท่านผู้ชมฟังแล้วจะปฏิเสธไม่ได้

เรากลับมาเรื่องสารพิษ ในช่วงก่อนหน้านี้ผมก็อ่านเอกสารมามากมาย เยอะแยะไปหมด และอาจจะเป็นเพราะผมเรียนจบมาทางสายประวัติศาสตร์ ผมก็เลยตั้งคำถามมากมายหลายข้อ ประวัติศาสตร์ที่ผมเรียน สายประวัติศาสตร์มันมีอยู่ 2 สาย สายหนึ่งเขาเรียกว่า Traditional History คือ อดีตเขาบันทึกมาอย่างไร ก็ว่ากันอย่างนั้น ประเทศนี้กษัตริย์สิ้นพระชนม์ เจ้าชายขึ้นมาแทน ยกทัพไปรบ เจ้าหญิงถูกฉุดคร่าตัวไป พระสวามีโกรธก็เลยไปรบราฆ่าฟัน นี่คือ Traditional History ก็เหมือนกับสงครามเวียดนาม ที่เขาเรียก Traditional History แปลว่าอะไร ก็แปลว่า เพราะอเมริกาบอกว่าคอมมิวนิสต์เป็นภัยที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้นเมื่อเวียดนามเหนือเป็นคอมมิวนิสต์ ในที่สุดแล้วเวียดนามใต้ก็ต้องเป็นคอมมิวนิสต์ต่อ และต่อไปก็ต้องเป็นเขมร เป็นลาว และก็ต้องเป็นไทย ซึ่งกลายเป็นทฤษฎีโดมิโน แต่สายประวัติศาสตร์ของผม คือสายที่เขาเรียกว่า Revolutionist ก็คือ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดนะ เดี๋ยวขอดูอะไรอีกนิด พอดูลึกไปๆๆ ก็จะเห็นว่ามันไม่ชอบมาพากล ที่มันรบกันเพราะว่าสายน้ำมันเปลี่ยนเส้นทางเดิน พอสายน้ำมันเปลี่ยนเส้นทางเดินปั๊บ พื้นที่ที่เคยเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยผลผลิตทางการเกษตร มันกลายเป็นพื้นที่ทะเลทราย อีกฝ่ายหนึ่งดันมีน้ำไปทางนั้น ก็เลยแย่งชิงพื้นที่กันเพราะสายน้ำนั้นเปลี่ยนไป


เรื่องสารพิษก็เช่นกัน เรื่องสารพิษนี้ ตัวพระเอกหรือตัวผู้ร้าย สำหรับผมคือตัวผู้ร้าย คือบริษัทมอนซานโต้ บริษัทมอนซานโต้ เป็นบริษัทที่ทำพันธุกรรมทางพืช เขาพยายามเอาพืชมาสร้างพันธุกรรมใหม่ เพื่อให้เป็นพืชที่แมลงไม่สามารถจะกัดกินได้ และในขณะเดียวกัน ไม่ต้องใช้สารเคมี แต่พืชพวกนี้มันตรงกันข้ามกับระบบนิเวศ ซึ่งมันต้องมีแมลงเข้ามา เพียงแต่ว่าเราต้องป้องกันแมลงเหล่านั้นอย่างไร และในขณะเดียวกัน ชาวไร่ชาวนาที่ต้องการที่จะปลูกมะละกอ ปลูกส้ม ปลูกกล้วย ก็สามารถจะเอาเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองมีอยู่ เอาไปลงใหม่ แล้วก็ปลูกใหม่ได้ แต่มอนซานโต้กำลังอ้างถึงความหิวโหยของโลก ว่าอีกหน่อยอาหารของโลกจะไม่พอกิน เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเขาผลิตเมล็ดพันธุ์พืชขึ้นมาได้ เมล็ดพันธุ์พืชพวกนี้สามารถจะทำให้คนหายหิวโหย เลี้ยงดูคนทั้งโลกได้ เป็นความคิดที่น่ายกย่อง เพียงแต่ว่าพอสืบไปสืบมา มอนซานโต้มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก มันคือบริษัททางธุรกิจบริษัทหนึ่งที่ต้องการกำไร เมื่อต้องการกำไรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะทำ ไม่ต้องคำนึงถึงสุขภาพของคน เมล็ดพืชของมันตัดต่อพันธุกรรม หลายๆ แห่งในยุโรป หลายๆ แห่งในประเทศ ไม่ยอมให้เข้า ประเทศไทยก็เคยไม่ยอมให้เข้า แต่แอบเอาเข้ามากัน มอนซานโต้ก็ผลิตสาร เขาเรียกว่าสารเคมีในการกำจัดวัชพืช ตัวหนึ่งที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บอกว่ายังไม่แบน ก็คือไกลโฟเซต


ไกลโฟเซต คือสารเคมีซึ่งเอามากำจัดวัชพืช อุตสาหกรรมการเกษตรใหญ่ๆ อย่างเช่น อุตสาหกรรมอ้อย ที่ผลิตอ้อยให้โรงงานน้ำตาล อุตสาหกรรมข้าวโพด อุตสาหกรรมถั่วเหลือง เนื่องจากต้องการผลิตโดยเร็ว ก็ไม่สนใจ ก็ใช้สารนี้เพื่อฆ่าวัชพืช ไม่ต้องการที่จะเสียเวลา แต่เผอิญอุตสาหกรรมตัวนี้ สารตัวนี้ เป็นที่ถกเถียงกัน บริษัทมอนซานโต้พยายามต่อสู้ตลอดเวลาว่า นักวิจัยของเขาวิจัยออกมาแล้วว่าสารตัวนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ คุณไปดูสิ EPA (Environmental Protection Agency) หรือว่าสำนักงานสิ่งแวดล้อมของอเมริกา ซึ่งต้องคอยดูและตรวจตราดูว่าสารตัวนี้มีพิษหรือไม่มีพิษ เขายังรับรองออกมาเลย อ้าว คุณดูองค์การสหประชาชาติสิ องค์การสหประชาชาติยังมีหน่วยงานบางหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมกันขององค์กรอาหารระหว่างประเทศ กับองค์การอนามัยโลก สองตัวนี้ผสมกันแล้วก็ตั้งทีมวิจัยออกมา ก็เป็นภาพพจน์ที่สวยหรู จนกระทั่งวันหนึ่ง คนที่ได้รับพิษจากสารพิษพวกนี้โวยวายขึ้นมา ว่าเขาเป็นมะเร็ง เขาตาย ครอบครัวของเขาอยู่ไม่เป็นสุข เพราะสุขภาพของเขาไม่ดี เพราะสารพิษนี้ที่เขาใช้

ทีนี้ สังคมในอเมริกากับสังคมในประเทศไทยไม่เหมือนกัน สังคมในอเมริกาถ้าเขาเดือดร้อนขึ้นมามากๆ เขาจะรวมตัวกัน และจ้างทนาย ทนายก็สนใจที่จะมาว่าความในเรื่องนี้ ที่ทนายสนใจจะมาว่าความในเรื่องนี้ เพราะทนายคิดว่าคดีนี้ถึงจะไม่มีการเก็บเงินค่าทนาย แต่มีข้อตกลงกันว่า ถ้าศาลพิพากษาแล้วได้เงินค่าชดเชยเป็นร้อยล้าน พันล้านบาท สองพันล้านบาท หมื่นล้านบาท เขาขอ 25 เปอร์เซ็นต์ ทนายพวกนี้เขาจ้องดูตรงนี้ ในขณะเดียวกัน มอนซานโต้ก็จะมีทนายเต็มเลย ออกมาสู้กัน ... พักตรงนี้ไว้ก่อน

เรากลับมาดูเรื่องของงานวิจัยกันนิด บริษัทมอนซานโต้จะมีหน่วยงานวิจัยของเขา เหมือนกับบริษัทยาทั่วๆ ไป ที่เขาต้องมีหน่วยงานวิจัยว่ายานี้ ยานั้น กินแล้วรักษาโรคนี้ได้ ขณะเดียวกัน วิจัยต่อว่าถ้ากินแล้วมีโรคข้างเคียง ก็ต้องเอามาดัดแปลงแก้ ด้วยเหตุนี้แต่ละประเทศจึงต้องมีคณะกรรมการอาหารและยา ในอเมริกาเขาเรียกว่า FDA - Food and Drug Administration ในบ้านเราเรียกว่า อย. เพราะฉะนั้นแล้ว หน่วยงานพวกนี้ก็จะคอยกำกับพวกคุณ

เอาล่ะ ปัญหามันเริ่มเกิดกับมอนซานโต้ เมื่อคนเริ่มเป็นมะเร็งมากขึ้นเพราะสารไกลโฟเซต เริ่มมีคนตายมากขึ้น และเริ่มมีคนฟ้องร้องมอนซานโต้มากขึ้น มอนซานโต้ก็ยืนกระต่ายขาเดียว ยืนกระต่ายขาเดียวว่าของๆ เขาไม่มีปัญหา เพราะงานวิจัยของเขาออกมาชัดแล้วว่าไม่มีผลเสียต่อร่างกาย จนกระทั่งมีหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติหน่วยงานหนึ่ง เขาเรียกว่า IARC คือ International Agency for Research on Cancer ก็คือสถาบันวิจัยโรคมะเร็งของโลก ซึ่งอยู่ภายใต้สหประชาชาติ สถาบันนี้เขาตัดสินใจมาวิเคราะห์วิจัยในเรื่องของสารพิษ วิธีวิเคราะห์วิจัยของเขาทำอย่างไร เขาเอางานศึกษาการวิจัยทั่วโลก เกือบ 2,000 งาน ท่านผู้ชมเกือบ 2,000 งานนี่เยอะนะครับ เพราะจะมีนักวิจัยอิสระวิจัยแล้วเอาผลออกมารายงาน เขาเอาผลพวกนี้มาศึกษา 2,000 กว่า ศึกษาไปศึกษามาแล้วเขาสรุปอย่างนี้


เขาใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะศึกษาหมด ติดต่อคนที่ทำวิจัย ขอดูผลงานวิจัย ขอดูหลักฐานข้อมูล เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาสรุปว่า งานวิจัยที่เขาได้มา คืองานวิจัยเปิด เขาเรียกว่า Open Research งานวิจัยเปิดหมายความว่า คนที่วิจัยเรื่องนี้แล้วมีผลสรุปอย่างไร เขาเอามาลงอินเทอร์เน็ต เอามาลงเว็บไซต์ ใครอยากเข้ามาดูก็เข้ามาดูได้ ขณะนั้นเขาทำงานวิจัยเปิด เขาก็พยายามเข้าไปหาข้อมูลในงานวิจัยปิด งานวิจัยปิดคืออะไรบ้าง ก็คือ สำนักงานสิ่งแวดล้อมของอเมริกา ได้รับงานวิจัยปิดมา มอนซานโต้ก็มีงานวิจัยปิด ไม่เปิดเผยให้ใครดู เขาบอกว่าพวกงานวิจัยปิด เขาไม่มีข้อมูล พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะพูดอะไรว่าของคุณดี คุณก็มีสิทธิ์พูด แต่ว่าคุณไม่สามารถจะพูดได้เมื่อคุณเจองานวิจัยเปิดที่เขาเปิดมา 2,000 กว่าราย เขาบอกว่าสารไกลโฟเซต ยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นสารที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งขึ้นได้อย่างแน่นอนที่สุด อันนี้พิสูจน์ชัดเจนนะครับ เพราะว่าผมดูแล้วงานนี้ IARC สถาบันวิจัยโรคมะเร็ง เขากำลังเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเขาวิจัยกันทั่วโลกมาหลายปีแล้ว มอนซานโต้กลัวตรงนี้มาก กลัวจริงๆ มอนซานโต้ก็เลยออกแบบ IO ออกแบบการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบัน IARC ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเรื่องเกี่ยวกับมะเร็งในโลกนี้ ว่าอะไรบ้างที่ก่อโรคมะเร็ง อะไรบ้างที่สามารถหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ และโรคมะเร็งนั้นมาจากทางใด สินค้าอะไร พืชผลอะไร สารอะไร ที่ทำให้ก่อโรคมะเร็ง เขาก็ออกมาต่อต้าน ในการต่อต้านเขาก็ไปอ้างผลงานวิจัยที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของอเมริกา ว่าพิสูจน์แล้ว ไม่มี

ท่านผู้ชมครับ ผมถามท่านผู้ชมคำหนึ่ง หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย ประเทศจีน หรือประเทศสหรัฐอเมริกา บางครั้งเราเชื่ออะไรไม่ได้เลย ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่าว่าสิ่งที่เขาประกาศออกมา พูดออกมานั้นจริง มีกี่ครั้งในรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะชุดนี้นะ ทุกๆ ชุด ที่หน่วยงานนี้พูดมา หน่วยงานนี้พูดมา ปรากฏว่าไม่จริงสักเรื่องเลย ท่านผู้ชม อุปมาอุปไมยอย่างนี้ก็แล้วกัน หน่วยงานวิจัยอะไรก็ตาม เมื่ออยู่ในประเทศๆ หนึ่ง ย่อมถูกการเมืองหรือรัฐบาลครอบงำ เมื่อรัฐบาลสร้างความกดดันลงไปปั๊บ หน่วยงานวิจัยก็ต้องวิจัยออกมาในทิศทางที่รัฐบาลต้องการ เอาง่ายๆ ท่านผู้ชม ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนการทำโพล ท่านผู้ชมครับ ช่วงหลังๆ นี่ ไม่ใช่ช่วงหลังๆ ล่ะ สมัยทักษิณก็เช่นกัน โพลออกมาแต่ละโพล เชียร์ทักษิณหมด โพลวันนี้ก็เชียร์ลุงตู่ ผมถามคำหนึ่งว่า เจ้าของโพลถูกกดดันไหม ต้องถูกกดดันอย่างแน่นอนที่สุด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่สถาบันวิจัยนิด้าโพลออกมา แล้วปรากฏว่าอาจารย์ที่คุมเรื่องโพลนี้ประกาศลาออก เพราะถูกกดดัน เพราะท่านอธิการบดีนิด้าตอนนั้นไม่ต้องการให้ผลนี้ออกมาแล้วทำให้เสียหายต่อรัฐบาลลุงตู่ เป็นผลทำให้อาจารย์ท่านนั้นต้องลาออก เพราะเขาถูกกดดัน แล้วปรากฏว่าท่านอธิการบดีนิด้าได้รางวัลตอบแทนด้วยการเป็นสมาชิก สนช. เห็นหรือยังท่านผู้ชม นี่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง

ถ้าสมมุติว่าโพลนี้อยู่กับเอแบค โพลนี้อยู่กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ แล้วไม่คิดหรือว่าผู้บริหารหรือเจ้าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเอแบค จะไม่โดนกดดัน คุณออกโพลมาแบบนี้เป็นอันตรายต่อรัฐบาลนะ ไม่จริงนี่ คุณต้องช่วยรัฐบาลก่อน นี่ผมไม่ได้พูดถึงเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นะครับ ย้อนหลังไปทุกชุด ไปดูได้เลย อันหนึ่งซึ่งมีชื่อมาก คือสวนดุสิตโพล ตอนนี้ผมไม่รู้ แต่ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งกลายเป็นโพลปากกระบอกเสียงของรัฐบาลผู้มีอำนาจ ท่านผู้ชมครับ ฉันใดฉันนั้น เห็นหรือยังครับ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าไปถือว่าสิ่งที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมของอเมริกาพูดว่างานวิจัยมีแล้ว ออกมาแล้ว พิสูจน์ได้ว่าสารพิษพวกนี้ ไกลโฟเซต ไม่มีพิษภัยอันตรายต่อมนุษย์ อย่าไปเชื่อ

ที่ผมบอกว่าอย่าไปเชื่อ เพราะว่ามันเริ่มมีความจริงปรากฏขึ้นมาทีละนิดๆ จากการที่ประชาชนชาวอเมริกาที่ได้รับผลพวงจากสารพิษพวกนี้ เริ่มรวมตัวกันไปฟ้องศาล เป็นคดีอยู่ในอเมริกากว่า 1 หมื่นคดี ท่านผู้ชมครับ อเมริกามีกี่มลรัฐ ท่านผู้ชมเอา 1 หมื่นกว่า หารด้วยมลรัฐ มลรัฐหนึ่งมีไม่รู้กี่ร้อยคดี ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วนะครับ เรื่องใหญ่นะ สู้กันมาตลอดเวลาเลย แล้วปรากฏว่าศาลพิพากษาไป 2 คดี ทั้ง 2 คดีนั้นมอนซานโต้ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้นับหมื่นล้านบาท และที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง ในการสู้คดีครั้งนี้ฝ่ายมอนซานโต้ก็เอาผลงานวิจัยออกมายัน ทนายของฝ่ายโจทก์ก็เอาผลงานวิจัยที่เป็นผลงานวิจัยอิสระมายัน ยันไปยันมา ปรากฏว่ามอนซานโต้แพ้ แพ้นี่ไม่เท่าไรนะ แต่ในกระบวนการสืบพยาน ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นศาลขอให้เรียกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นอีเมลที่มอนซานโต้เคยส่ง หลักฐานต่างๆ เอกสารต่างๆ จากมอนซานโต้ ต้องส่งมาให้ศาล

ทีนี้ ในอเมริกามีข้อดีอย่างหนึ่ง ถ้าศาลสั่งให้ส่งข้อมูลมา ถ้าไม่ส่งข้อมูลมา ถ้าปิดข้อมูล เก็บข้อมูลเอาไว้ ติดคุกติดตารางเลยนะ เพราะฉะนั้นฝรั่งจะกลัวเรื่องนี้ เมื่อศาลบอกให้เอาอีเมลมา ก็ต้องเอามา ไม่เอามาไม่ได้ ท่านผู้ชมรู้ไหมอีเมลที่เอามาน่าสนใจมาก ปรากฏว่าในอีเมลมันพิสูจน์ชัดเจน ว่ามอนซานโต้ได้ตั้งขบวนการ IO (Information Operation) ก็คือขบวนการปั่นข้อมูลข่าวสาร วิธีการเขาทำอย่างไรรู้ไหม มีแม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงทางวิทยาศาสตร์ของมอนซานโต้เขียนอีเมลไปสั่งลูกน้อง ว่าเราจ้างคนไว้ตั้งเยอะตั้งแยะ จ้างนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ด็อกเตอร์ ไม่ว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เราเขียนงานวิจัยของเราดีกว่า เพื่อประหยัดเงิน ไม่ต้องเอานักวิจัย เราเขียนเลย เขียนให้เข้าข้างเรา ขอแค่ให้เขาลงชื่อแล้วก็รับเงินไป นี่คืออีเมลหลักฐานซึ่งมีมา เห็นได้ชัดเจน หลักฐานมันมีอยู่ชัด จากการที่มอนซานโต้ต้องส่งเอกสารมา มันก็เลยกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้ฝ่ายโจทก์ คือฝ่ายประชาชน เอามานำเสนอต่อศาล และในที่สุดศาลก็ได้พิพากษาให้ฝ่ายโจทก์ชนะ เห็นหรือยังท่านผู้ชม


และที่มันกว่านั้น สนุกกว่านั้น เขามีแม้กระทั่งคอลัมนิสต์ นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นคอลัมนิสต์ แล้วในอีเมลที่เขาแลกเปลี่ยนกันไปแลกเปลี่ยนกันมา ระหว่างบริษัทมอนซานโต้กับพวกมือปืนรับจ้าง คนพวกนี้ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่ามือปิศาจ มือปิศาจดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้นักเขียนผี ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Ghost Writer นักเขียนผี ทีนี้มีนักเขียนผีอยู่รายหนึ่ง ชื่อ มิลเลอร์ มิลเลอร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์และเป็นนักเขียนคอลัมน์ประจำลงในนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ฟอร์บส์เป็นนิตยสารที่มีชื่อที่สุดฉบับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าเขาลงและเขาเชียร์มอนซานโต้มาตลอด และในอีเมลระบุชัดเจนเลยว่า นายมิลเลอร์ ได้รับว่าจ้างจากมอนซานโต้ในการ Plant คือปลูกฝังบทความต่างๆ เหล่านี้ลงไปในนิตยสารฟอร์บส์ ปรากฏว่าเจ้าของนิตยสารฟอร์บส์ เห็นรายงานอีเมลตัวนี้ สั่งถอดบทความนายมิลเลอร์ออกหมด ทั้งปัจจุบันและในอดีต ที่อยู่ใน archieve ทิ้งไปหมดเลย ไม่ยอม ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง นี่คือวิธีการของเขา

แล้วมอนซานโต้ก็จะใช้วิธีการเอาข้อมูลเท็จพวกนี้ ที่ตัวเองทำงานวิจัย ในข้อที่ดีของตัวเอง แต่ไม่ยอมแตะต้องในข้อที่เสียของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว มันไม่มีพิษภัย แต่ไม่ยอมแตะต้องว่ามันมีโอกาสเกิดมะเร็งหรือเปล่า ไม่ยอม งานพวกนี้เอามาโชว์ โชว์ใครล่ะท่านผู้ชม โชว์ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร โชว์นักวิทยาศาสตร์ไทยบางคน แล้วก็มาตั้งสมาคมองค์กรต่างๆ ในประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยนะ ทุกประเทศ พวกนี้มีหน้าที่ออกมาปกป้องสารเคมีของมอนซานโต้ ปกป้องสารพิษพวกนี้ ก็คือคล้ายๆ ว่า ฉันมีหน้าที่ สมมุติว่าเป็นสมาคมกำจัดวัชพืช เขาก็จะบอกว่าวิธีกำจัดวัชพืชต้องใช้สารเคมีนี้นะ รับรองไม่มีอันตราย เพราะมีผลวิจัยอันโน้นอันนี้ เสร็จ ก็จะเชิญคนพวกนี้ไปสัมมนาที่ต่างประเทศ ท่านผู้ชมก็คงจะนึกออกใช่ไหมว่าใครจ่ายเงินค่าสัมมนา ใครจ่ายเงินค่าเดินทาง ใครจ่ายเงินค่าโรงแรม มิหนำซ้ำอาจจะมีเงินติดกระเป๋าบ้างเป็นค่าการเข้ามาร่วม คนพวกนี้ก็เลย ... จะโดยไร้เดียงสา หรือจิตใจที่บริสุทธิ์ ค่อนข้างที่จะโง่เขลา และไม่คิดอะไรมาก เออ เขามีงานวิจัยมาแล้วนะ มันเป็นอย่างนี้นะ และผมเชื่อว่าคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้งานวิจัยแบบนี้มา คุณสุริยะถึงบอกว่าผมจะรับผิดชอบ เดี๋ยวค่อยกลับมาที่คุณสุริยะอีกครั้งหนึ่ง ว่าคุณสุริยะจะรับผิดชอบได้อย่างไร


ด้วยเหตุนี้ ท่านผู้ชมไปดูคณะกรรมการสารพิษที่พิจารณา ดูให้ดีๆ คณะกรรมการทุกคนที่นั่งอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรฯ ทุกคนที่เป็นตัวแทนมา เขาไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก เขารู้อยู่อย่างเดียวว่า ตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ บอกว่าสารพวกนี้ไม่เป็นพิษ สารพวกนี้มีความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมการเกษตรของบ้านเรา และถ้าใช้เป็นจะไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ เอาข้อมูลมาจากไหนครับท่านผู้ชม ก็เอาข้อมูลมาจากมอนซานโต้ที่ผมบอกไงล่ะ โดยผ่านหลายช่องทาง เขาอาจจะไม่ส่งข้อมูลให้โดยตรง เขาก็บอก เอ้า นี่นะ หลักฐานก็มีว่าสำนักงานสิ่งแวดล้อมอเมริกาก็ยังอนุมัติให้สารพิษนี้ขายได้ ใช้ได้ ก็อเมริกาให้ใช้ได้ ทำไมเราจะใช้ไม่ได้ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ

ทีนี้ ทำไมกระทรวงสาธารณสุขเขาค้าน ที่เขาค้าน เขาค้านในประเด็นที่สำคัญมาก (วงเล็บนะ เขาอาจจะไม่ได้พูด แต่ในใจเขานึกนะ) ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะมีงานวิจัยที่ไหนมา แต่ที่ผมรู้แน่ๆ คนตายไปแล้ว 4 ปี 2 พันกว่าคน และคนที่ไม่สบาย รักษาตัวอยู่ มี 2 หมื่นคน ผมไม่รู้ว่าคุณจะเอางานวิจัยอะไร มาจากไหน ผมรู้แต่ว่านี่ล่ะ มาจากสารพิษพวกนี้

ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายในการรักษาชีวิตมนุษย์ เขาถึงออกมาต่อต้านอย่างแข็งขัน และเขาไม่ผิด เพราะเขาเห็นแล้วไงว่าปัญหามันเกิดขึ้น และพอเรื่องต่างๆ มันเริ่มเกิดขึ้น เริ่มมีการแพร่กระจายกันออกไป เอาล่ะสิ ประเทศไทยเริ่มขยับแล้วสิ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทย์รามาฯ หลายๆ แห่งเริ่มทำงานวิจัย เขาเรียกวิจัยเปิด ไม่ใช่วิจัยปิด วิจัยจากสารต่างๆ ที่ออกมา วิจัยจากคนไข้ที่ตายไป คือวิจัยจากตัวอย่างที่โดนสารพิษนี้จริงๆ ไม่ใช่จากทฤษฎี ไม่ได้วิจัยจากหนู ไม่ได้วิจัยจากลิง ไม่ได้วิจัยจากหมา แต่คนที่นอนพะงาบๆ นั้น เขาเอาเลือดไปตรวจ เขาดูโน่นดูนี่ แล้วเขาพบส่วนผสมของไกลโฟเซต เขาถึงออกมาบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แล้ว มันเรื่องใหญ่อย่างไร คุณสุริยะอาจจะไม่รู้และไม่เข้าใจว่าเรื่องมันใหญ่ขนาดไหน


เรื่องมันใหญ่เพราะสารบ้านี้ เวลาเอาฉีดต้นไม้หรือฉีดวัชพืช มันจะลงไปในดิน สารมันจะตกค้างในพืชผักผลไม้ พอฝนตกลงมามันก็จะชะสารพวกนี้ไปเรื่อยๆ ไปจนกระทั่งถึงแม่น้ำลำคลอง ไม่เว้นแม้กระทั่งปลาในแม่น้ำ ซึ่งสมัยก่อนปลาแม่น้ำเป็นปลาที่ปลอดภัยที่สุด ไม่เหมือนปลาทะเล เพราะปลาทะเลพอจับมาได้ เนื่องจากอยู่ในทะเลเป็นเดือน ต้องราดด้วยสารฟอร์มาลีน เขาก็เลยโยงไปว่า เอ๊ะ ทำไม เพราะพวกที่อยู่มหาวิทยาลัยรามาฯ คณะแพทย์รามาฯ มหิดลเขาก็มีคณะแพทย์ของเขา หมอมหิดลเอย หมอจุฬาฯ เอย หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เอย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทุกคนกำลังมองผลข้างเคียงที่มันเกิดขึ้น และเขากำลังสงสัยว่าทำไมเด็กไทยยุคหลังๆ เกิดมา เปอร์เซ็นต์ของเด็กปัญญาอ่อนมีมากขึ้น เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่สมาธิสั้นมีมากขึ้น เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่เกิดมาแล้วเป็นไทรอยด์ก็มีมากขึ้น และคนที่เป็นมะเร็ง ทำไมเดี๋ยวคนที่เป็นมะเร็งเป็นมากกว่าเก่า เพราะผลพวงไงล่ะครับ ผลพวงที่ชาวบ้านไปกินพืชผักผลไม้ที่มีสารพวกนี้ตกค้างอยู่และล้างออกไม่หมด และมันสะสมไปเรื่อยๆ สะสมมาเป็นปีๆ สิบปี ยี่สิบปี จนกระทั่งโตขึ้นมา มีครอบครัวแล้ว สารนี้ก็ตกอยู่ในท้อง เวลาตั้งครรภ์ขึ้นมา สารพวกนี้ก็มีผลต่อครรภ์ตัวเอง เขาก็เลยบอกว่า เฮ้ย เรื่องนี้ไม่ได้แล้ว เรื่องนี้เป็นชีวิตของคนไทย เรื่องนี้เป็นอนาคตของคนรุ่นต่อไปของคนไทย เพราะฉะนั้นต้องออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้ นั่นคือที่มาว่าทำไมเขาถึงค้านกัน

แต่การค้านครั้งนี้มันก็โดนผลประโยชน์ทางธุรกิจออกมา คุณกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทย ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ระบุเลยว่า ถ้าแบนสารพวกนี้ทันทีจะมีปัญหา 1...2...3...4...5...6... จะทำให้อุตสาหกรรมอ้อยลำบาก จะทำให้อันนั้นลำบาก ทำให้อันนี้ลำบาก ก็คือพูดง่ายๆ ว่าต้องขาดทุน





นี่คือสันดานโดยแท้จริงของนักธุรกิจไทยที่ไม่ยอมขาดทุนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ เอาล่ะ ไม่เป็นไร แต่ข้อเสนอของเขาบอกว่า อันนี้ต้องชะลอไปอย่างน้อย 3-5 ปี อันนี้ชะลอไป 3-5 ปี ก็คือพูดง่ายๆ ว่าซื้อเวลา ซื้อเวลาแล้วดูว่ามีโอกาสที่จะพลิกผันแล้วก็ใช้สารนี้ตลอดไป พวกนี้อำมหิตมาก เลือดเย็น เห็นว่าตัวเองขาดทุนกำไร เห็นว่าตัวเองจะส่งออกของออกไป พวกนี้ก็จะบอกว่า ... ที่สำคัญคือพวกเลี้ยงสัตว์ พวกเลี้ยงไก่ พวกเลี้ยงหมู พวกเลี้ยงวัว พวกนี้จะบอกว่า ถ้าเราแบนสารพิษนี้ ถั่วเหลืองเอย ข้าวโพดเอย ที่เราสั่งมาจากเมืองนอกเพื่อเอามาทำอาหารสัตว์ ก็สั่งเข้ามาไม่ได้ เพราะมันผิด เมื่อสั่งเข้ามาไม่ได้แล้ว อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นวัว ไม่ว่าจะเป็นหมู หรือไม่ว่าจะเป็นไก่ ก็ย่ำแย่สิ ก็ไม่สามารถจะผลิตไก่ ผลิตวัว ผลิตหมูออกมา ลำบาก เขาก็เลยเสนอว่าให้แบนเรื่องนี้ไปก่อน อุตสาหกรรมบอกให้แบน 3-5 ปี พวกสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์พวกนี้กลับไม่บอกว่าให้แบนกี่ปี บอกให้เลื่อนไปก่อน ก็คือตลอดชีวิตนั่นเอง

ท่านผู้ชมไม่ได้เข้าถึงข้อมูลมากเหมือนผม ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมต้องมีความรู้สึกแน่ แล้วลองหลับตาวาดภาพถึงความรู้สึกของผมนะ ในเรื่องข้อมูลพวกนี้ว่าผมรู้สึกอย่างไร ผมเจ็บปวด เจ็บช้ำมาก

ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า เวียดนามยกเลิกการใช้สารไกลโฟเซต ยกเลิกไปแล้วนะเวียดนาม หวั่นว่าเกิดโรคมะเร็ง เพราะเขาดูรายงานของ IARC คือสถาบันวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติของสหประชาชาติว่าผลของมันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง บางประเทศก็แบนไปแล้ว คำถามมันมีอย่างนี้ท่านผู้ชม คำถามมีอยู่ว่า ประเทศที่แบนสารไกลโฟเซตสรุปแล้วชาวบ้านอดตายหรือเปล่า สรุปแล้วผลผลิตทางการเกษตรมันเป็นอะไรหรือเปล่า สารที่เขาแบน ไกลโฟเซต แบนในเวียดนาม ท่านผู้ชมรู้ไหมครับเวียดนามคืออะไร เวียดนามคือประเทศที่ส่งออกข้าวแข่งกับไทย บางปีเวียดนามได้อันดับ 1 ล่าสุดเวียดนามได้ข้าวหอมมะลิอันดับ 1 ไทยเคยได้ที่ 1 ตกมาที่ 2 ท่านผู้ชมไม่คิดหรือว่าทางสายการเกษตรของเวียดนามเขาไม่คิดบ้างเลยหรือว่าถ้าแบนสารนี้แล้วสารนี้มันจำเป็นกับการเกษตรกรรม 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วอุตสาหกรรมทางการเกษตรของเขาจะเป็นอย่างไร แสดงว่าเขาคิดแล้ว ท่านผู้ชมครับ แล้วทำไมเวียดนามคิดออก แล้วทำไมเราคิดไม่ออก


ผมถึงพูดมาตลอดว่าบทบาทและจุดยืนของกรมวิชาการเกษตรไม่มีเลย ผมถึงพูดตลอดเวลาว่ากรมนี้ไม่ควรจะมีต่อไปในประเทศไทย น่าจะตั้งเป็นสถาบันวิจัยการเกษตร ให้งบประมาณที่จะมาใช้กับกรมวิชาการเกษตร โยนไปให้จุฬาลงกรณ์ โยนไปให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โยนไปให้มหาวิทยาลัยเอกชน รังสิต โยนไปให้คนโน้นคนนี้ เพื่อทำงานวิจัยเรื่องการเกษตรและเอางานวิจัยนั้นไปเป็นของรัฐบาล ยังจะดีกว่าใช้พวกนักวิชาการทางการเกษตรที่อยู่กรมวิชาการเกษตร ท่านผู้ชมไม่รู้หรอกว่าพวกนี้ถูกตัวแทนบริษัทสารพิษครอบงำมานานแล้ว ผมจะยกตัวอย่างที่เลวร้ายอย่างหนึ่ง

ท่านผู้ชมรู้ไหม กรมวิชาการเกษตรรับใช้บริษัทเคมียิ่งใหญ่ขนาดไหน ปุ๋ยของลุงจำลอง ปุ๋ยของลุงจำลองเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้แล้วขายได้ดี คนใช้กันเยอะมาก





จนกระทั่งวันหนึ่งบริษัทสารเคมีนี้แอบเจรจากับกรมวิชาการเกษตร ให้ไปจับปุ๋ยอินทรีย์ของลุงจำลอง ข้อหาอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ข้อหาคือ เนื่องจากปุ๋ยเอาไปตั้งไว้ที่ร้านแล้วน้ำหนักมันไม่เท่ากับตอนที่ไปตั้ง ก็น้ำหนักจะไปเท่ากันได้อย่างไร มันตั้งอยู่ 1-2 เดือน น้ำหนักก็ต้องลดถดถอยลงไป คือเขาเอาเรื่องราวต่างๆ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยออร์แกนิกหรือปุ๋ยอินทรีย์เกิดได้ ให้พวกนี้ตายไปเลย แล้วพวกนี้ทุนมันเยอะนี่ ท่านผู้ชมเห็นถึงความอำมหิตไหม เพราะฉะนั้นแล้วผมถึงบอกว่า ถ้าเวียดนามเขาทำได้ ถ้ามาเลเซียเขาทำได้ ถ้าหลายประเทศเขายกเลิกได้ ทำไมเราถึงจะยกเลิกไม่ได้ สารไกลโฟเซต ทำไมเรายกเลิกไม่ได้

นักวิจัยทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แม่โจ้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่มีสติปัญญาแล้วหรือคนที่เรียนทางการเกษตร โง่กว่าต่างชาติมากหรือ ทั้งที่เรามีภูมิปัญญาของบ้านเรา สามารถจะคิดค้น แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่าไอ้สารบ้านี่นะ จริงๆ แล้วควรจะคิดสารทดแทนมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมมันไม่คิดรู้ไหมท่านผู้ชม เพราะไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีคนแบน และแบนได้สำเร็จ ถ้าเขารักชาติ รักบ้านเมือง แล้วตั้งใจรักสุขภาพ รักประชาชน เขาต้องรู้ว่าสารนี้เป็นอันตรายต่อชาวบ้าน เมื่อเป็นอันตรายต่อชาวบ้านแล้ว นักวิชาการทางการเกษตรที่กรมวิชาการเกษตร จะต้องติดต่อหางานวิจัย ให้ทุนมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ไปวิจัยเรื่องนี้หน่อยได้ไหม มีอะไรมาแทนไกลโฟเซตได้บ้าง เขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เขาไม่ทำกันเพราะว่าเขาถูกครอบงำโดยฝรั่ง เพราะฉะนั้นไอ้คนที่อำมหิต เลวทรามต่ำช้า ชั่วช้าที่สุด ก็คือนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการทางการเกษตรจอมปลอม ที่รับเงินรับทองต่างชาติมา แล้วก็ฆ่าคนไทยโดยทางอ้อม

ท่านผู้ชมครับ เห็นหรือยัง นี่คือทั้งหมด แล้วทั้งหมดนี้มันถูกบิดเบือนด้วยบริษัทแม่ คือมอนซานโต้ บิดเบือนด้วยการว่าจ้างนักวิชาการทางการเกษตร นักวิทยาศาสตร์ เขียนงานวิจัย มันเขียนของมันเองแล้วมันจ้างนักวิทยาศาสตร์เซ็นชื่อลงไป มันก็เลยออกมาในรูปแบบที่ว่า นี่นะข้อมูลของผม มันไม่มีพิษ ไม่เป็นภัย ท่านผู้ชมรับได้ไหมเรื่องนี้ นี่คือลักษณะของการค้นข้อมูลของผม นี่คือลักษณะของคนที่เรียนประวัติศาสตร์สาย Revolutionist คือไม่เชื่อ ผมสงสัย ถ้าคุณดีจริงๆ ทำไมถึงมีคดีในอเมริกาตั้งหมื่นกว่าคดี แล้วท่านผู้ชมครับ เวลาเขาสู้กันในศาลในอเมริกานั้น เขาเอาหลักฐานมาหงายมางัดกัน มอนซานโต้ก็บอกว่าหลักฐานนี้ ฝ่ายโจทก์ก็บอกนี่ก็มีหลักฐาน ของคุณโกหก งัดกันไปงัดกันมาจนกระทั่งในที่สุดฝ่ายโจทก์เรียกร้องให้มอนซานโต้ต้องส่งเอกสารลับ เอกสารที่หมุนกันภายในบริษัท ส่งไปให้ดู ถึงรู้ ถึงบางอ้อว่า อ๋อ พวกแกนี่ปลิ้นปล้อน หลอกลวงประชาชน เอาข้อมูลเท็จมาให้ ท่านผู้ชม แค่ฟังแค่นี้ผมก็สงสัยแล้ว ผมเห็นแล้วผมรับไม่ได้จริงๆ

ท่านผู้ชม มันมีเรื่องๆ หนึ่ง เล็กๆ ก่อนจะจบเรื่องนี้ แต่ความเล็กอันนี้มันอธิบายให้ถึงความยิ่งใหญ่ของคนที่จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องราวต่างๆ พวกนี้ได้ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเคยสงสัยไหมว่า การกดดันจากประเทศสหรัฐอเมริกา กดดันทุกจุดเลยมาที่รัฐบาลไทย ทำไมถึงกดดัน ก็เพราะว่าชาวไร่ ชาวนา ชาวเกษตรกรที่อเมริกาที่ผลิตข้าวโพดกับผลิตถั่วเหลืองนั้น ไม่สามารถส่งออกไปที่จีนได้แล้ว เหตุผลที่ไม่สามารถส่งออกไปที่จีนได้เพราะสงครามการค้า ก็เลยขาดทุนวายป่วงเลย เพราะฉะนั้นแล้วเขาก็เลยมุ่งมั่นที่จะส่งออกมาทางประเทศที่ไม่ใช่ประเทศจีน คำถามมีอย่างนี้ท่านผู้ชม ถ้าเราจะยุติวงจรอุบาทว์ที่ทำร้ายประชาชนไปถึงชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าเราจะยุติตรงนี้นะ ทำไมเราไม่คำนวณว่าประเทศไทยต้องการข้าวโพดปีละกี่ตัน ถั่วเหลืองปีละกี่ตัน เรามีทางไหมที่จะเจรจากับประเทศที่มีพื้นที่เกษตรกรรมมากๆ ไม่ต้องมากหรอก ลาวก็ได้ คุยกับลาวเลย คุณปลูกถั่วเหลืองและปลูกข้าวโพดได้ไหม แต่คุณใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แล้วผมจะรับซื้อของคุณหมด เพื่อเอาป้อนอุตสาหกรรมในบ้านเรา แค่นี้คิดไม่ออกเหรอ ทางออกมันมีอยู่แล้ว มันไม่เสียหายอะไรเลย และเมื่อเราใช้วัตถุดิบที่เอามาป้อนเป็นอาหารสัตว์ที่ไม่มีส่วนเจือปนของสารพิษ มันหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตเด็กไทยในรุ่นต่อๆ ไป ทำไมเราทำอย่างนี้ไม่ได้ล่ะ ผมไม่เข้าใจ

ประเทศลาวมีพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าเยอะแยะไปหมดเลย ท่านนายกฯ ของเราไปนั่งคุยกับนายกฯ ลาว ช่วยปลูกหน่อยได้ไหม ตามมาตรฐานของคนไทย ที่ไม่มีสารพิษพวกนี้เจือปน ใช้เกษตรอินทรีย์ แล้วประเทศไทยจะรับซื้อหมดเลย ทำไมลาวจะไม่เอา ทำไมเขมรจะไม่เอา เขามีพื้นที่เยอะ เขามีประชากรน้อย นี่ไงท่านผู้ชม เห็นหรือยังครับ

ผมจะเล่าเรื่องที่มันค่อนข้างจะสนุกสนานและอธิบายความได้พอสมควรว่า มนุษย์เราสามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ในชั้นเรียนชีววิทยาของมหาวิทยาลัย UC ที่เบิร์กเลย์ University of California ที่เบิร์กเลย์ น่าสนใจอย่างหนึ่งนะครับ เป็นมหาวิทยาลัยที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จบมาด้วย มีเด็กผู้หญิง นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ แมคเคนซีย์ เฟลด์แมน (Mackenzie Feldman) ผมจะเรียกว่าคุณ MF ก็แล้วกัน แกกำลังนั่งฟังวิชาชีววิทยา แล้วเผอิญอาจารย์แกพูดว่า สนามฟุตบอลที่อยู่ใน UC Berkeley และพื้นที่สนามหญ้าที่ UC, Berkeley มีเต็มไปหมด ใช้สารไกลโฟเซตฉีดกำจัดวัชพืช อาจารย์เขาบอกว่าสารพิษนี้ สำนักงานประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของรัฐแคลิฟอร์เนีย บอกว่าสารนี้อยู่ใน 1 ใน 65 สารเคมีที่มีความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง เด็กคนนั้นตกใจ ก็เลยไปหาข้อมูลมา แล้วก็ปรากฏว่าใช่จริง




เขาก็เลยเขียนจดหมายชี้แจงข้อเท็จจริงไปที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ชื่อ The Daily Californian หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็ลงบทความนี้ พอลงบทความนี้ปั๊บ คนที่อยู่แถวนั้นได้อ่านก็มีความตื่นตัว เด็กคนนี้ก็เลยเดินไปหาคนที่ฉีดสารพิษนี้กำจัดวัชพืช ซึ่งเป็นผู้จัดการสนามฟุตบอล อธิบายว่ามันอันตรายนะ อย่างโน้นอย่างนี้ ปรากฏว่าเขาเห็นด้วย เขาก็บอกว่าเขาก็รู้สึกว่ามีโรคผิวหนังเกิดขึ้นหลายๆ อย่าง เขาก็เลยไปเชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านเกษตรมา ว่ามีทางไหนที่จะกำจัดวัชพืชได้โดยไม่ต้องใช้สารพิษ เขาทำได้ พอเขาทำได้ มหาวิทยาลัย University of California ที่เบิร์กเลย์ เขาก็เลยเป็นแห่งแรกที่สามารถที่จะยกเลิกสารพิษนี้แล้วใช้อย่างอื่นแทน แล้วในที่สุดความคิดนี้ก็กระจายไปทุกวิทยาเขต ปรากฏว่ามีวิทยาเขตอยู่ 10 วิทยาเขต UC Berkeley, UC San Francisco, UCLA, UC ที่เดวิส, UC ที่ซานตาบาบารา ทั้งหมดมี 10 วิทยาเขต มีทั้งนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ 2 แสนกว่าคน ระบบ UC ผลิตนักวิชาการที่ได้รับรางวัลโนเบลถึง 32 คน เขายกเลิกหมดเลยวิทยาเขต 11 วิทยาเขต นี่เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์และเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ผมหวังว่าประเทศไทยน่าจะมีคนอย่าง MF - Mackenzie Feldman


จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเริ่มต้นได้ มันเริ่มต้นได้ด้วยตัวเราเอง แล้วก็เดินหน้าต่อไป ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ฟัง ผมคิดว่าประการแรกที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่า รัฐบาลจะต้องจริงใจกับเรื่องนี้ ท่านผู้ชมครับ อเมริกาทำไมกดดัน อเมริกาเป็นนักเลงอันธพาลกดดันเรื่องนี้ เพราะว่าคนที่ปลูกถั่วเหลืองและคนที่ปลูกข้าวโพดเป็นฐานเสียงรีพับลิกันของนายทรัมป์ อย่าว่าแต่ฐานเสียงรีพับลิกันเลย ในอเมริกา ท่านผู้ชมจำได้ไหมที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าขนาดนายกรัฐมนตรีเราจะไปที่ทำเนียบขาว จะพบนายทรัมป์ ยังโดนพวกนั้นขวาง บอกว่าถ้าคุณไม่ยกเลิกการประชุมเพื่อศึกษาวิธีการเก็บภาษีดิจิทัลจากกูเกิล จากเฟซบุ๊ก คุณจะไม่มีวันได้พบทรัมป์ ในที่สุดนายกฯ ก็ยอมทำตาม ได้พบ แถมมันยังแอบขายอาวุธเข้ามาอีกก้อนหนึ่ง


ท่านผู้ชมครับ เมื่อไม่กี่อาทิตย์มานี้ ที่ฝรั่งเศส ประธานาธิบดีมาครง ได้ประกาศว่าจะเก็บภาษีกูเกิล กับเก็บภาษีเฟซบุ๊ก ในการที่มาใช้ธุรกรรมในฝรั่งเศสแล้วกำไร แต่ไม่ยอมจ่ายภาษี ท่านผู้ชมรู้ไหมอะไรเกิดขึ้น อเมริกาประกาศตอบโต้เลยว่าจะขึ้นภาษีสินค้าฝรั่งเศสทันที เห็นความเกเรของเขาหรือยัง และผมคิดว่าการเกเรของเขา เป็นการเกเรเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเขา ผมไม่ว่าเขา




แต่เมื่อมาถึงสารพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อตัวเราและลูกหลานของเรา ผมไม่มีงานวิจัยอะไรที่จะต้องมาพิสูจน์กับคุณ แต่ผมมีชีวิตคนที่ตายไปแล้ว 4 พันคน เป็นหลักฐานพิสูจน์ และผมมีชีวิตของคนที่ไม่สบายอยู่อีกกว่า 2 หมื่นกว่าคน 4 ปี ที่ยังรักษาอยู่ เป็นหลักฐานพิสูจน์ เพราะฉะนั้นแล้วผมไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้รับรางวัลโนเบล ผมก็รู้ว่ามันเสีย มันไม่ดี ตรงนี้ผมจะถามคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าคุณรับผิดชอบได้จริงหรือเปล่า จริงหรือเปล่า

ผมอยากจะเสนอคนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษพวกนี้ คุณสามารถที่จะฟ้องแผนกคุ้มครองผู้บริโภคได้ที่ศาลแพ่ง คราวที่แล้วผมบอกว่าเมืองไทยยังไม่มี Class Action ท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งท่านกรุณาโทรมา ท่านบอกว่าท่านดูรายการของผมอยู่ อยากเรียนคุณสนธิให้ทราบ ตอนนี้ใครได้รับผลกระทบตรงนี้ ไปที่ศาลแพ่ง แผนกคุ้มครองผู้บริโภค ไปรายงานว่าต้องการฟ้อง เวลาไป ให้เอาหลักฐานทางการแพทย์ไปด้วย เอาไปเลย หมื่นคน ไปสักพัน-สองพันคน ไปเรื่อยๆ ไปยื่น ศาลท่านจะแต่งตั้งนิติกรออกไปค้นหาความจริง เราไม่ต้องไปกลัวอะไร เพราะความจริงคือเราไม่สบาย และความจริงก็คือหมอพิสูจน์แล้ว หมอบอกว่ามันมาจากสารพิษตัวนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ถ้าคนที่พ่อแม่ตายไปแล้ว ประมาณ 4 พันคน ตระกูลเขา 4 พันตระกูล 4 พันครอบครัว ไปรายงาน ไปแจ้ง และคนป่วยอีก 24,000 คน ไปแจ้งที่ศาลนี้ ผมว่าบรรพบุรุษของมอนซานโต้มันก็ต้องสะดุ้ง เพราะมันต้องการจะยึดหัวหาดเมืองไทย และตัวแทนมอนซานโต้ทั้งหลายมันก็ต้องสะดุ้ง เพราะทำไมรู้ไหม หลักฐานที่ดีที่สุดก็คือรายงานทางการแพทย์

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมถือว่าเป็นฟินาเล่ของเรื่องสารพิษ ท่านผู้ชมที่กำลังรอเรื่องการบินไทยอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ใจเย็นครับ ของดีๆ ก็กำลังจะมาอยู่แล้ว

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะเป็นวันที่ฟินาเล่เรื่องการบินไทย ดีหรือไม่ดี น่าจะดี ก่อนจะเดินเรื่องต่อไปของการบินไทย ผมจะเล่าเรื่องๆ หนึ่งให้ฟัง แล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าผมจะโยงเรื่องนี้ต่อไปที่ความเน่าเฟะ ความเละเทะ ของผู้บริหารการบินไทย ท่านผู้ชมครับ การบินไทยที่เจ๊งทุกวันนี้ พนักงานไม่ได้ทำเจ๊ง ผู้บริหารทำเจ๊งแล้วก็มาลงที่พนักงาน ผู้บริหารก็คือตัวร้าย


ที่ประเทศอินเดีย กรุงนิวเดลี มีผู้จัดการภาคพื้นที่อินเดีย ผู้จัดการทั่วไปของการบินไทย ชื่อคุณกรกฎ ชาตะสิงห์ เป็น AA อยู่ที่อินเดีย ปรากฏว่ามี Local staff คือคนอินเดียซึ่งเป็นพนักงานท้องถิ่นที่ทำงานอยู่ด้วย ทำเรื่องร้องเรียนมาที่การบินไทย เรื่องการเงินการทอง ก็เลยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา สอบสวนไปพอสมควรก็ปรากฏว่าเขาก็บอกว่า คุณกรกฎ ชาตะสิงห์ ร่วมมือกับคุณวิเศรษฐ์ สนธิชัย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายกลุ่มอนุทวีปอินเดีย อนุทวีปนี่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นอินเดีย หรือปากีสถาน หรือบังกลาเทศ


แต่ว่าคุณกรกฎ ชาตะสิงห์ เป็นผู้จัดการอยู่ที่นิวเดลี สอบออกมาแล้วว่าผิด ผิดเรื่องอะไร ผิดเรื่องที่ว่า เขาได้เบิกเงินออกจากบัญชีที่อินเดีย เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านรูปี เป็นเงินไทยประมาณ 21 ล้านบาท แล้วเงินก้อนนี้ส่งผ่าน local staff คือเจ้าหน้าที่ของการบินไทย แต่เป็นคนอินเดีย ที่ชื่อ นายวีเจย์กุมาร ไม่ใช่วีเจย์ ซิงห์ นักกอล์ฟนะ วีเจย์กุมาร เงิน 21 ล้านบาท (50 ล้านรูปี) ผ่านมือหมอนี่คนเดียวเลย แล้วปรากฏว่าเขาอ้างว่าเป็นส่วนของสวัสดิการ แต่ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าในการตรวจสอบไม่มีข้อมูลการจ่ายเงินว่าจ่ายให้กับใคร ไม่มีเอกสารการรับเงิน จึงถือว่ามีมูลความผิดทางวินัยตามระเบียบบริษัท แค่นี้เอง ผมก็เลยอยากจะถามต่อว่า คำสั่งการพิสูจน์ตัวนี้ออกมาแล้ว สรุปแล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ประมาณ 4-5 เดือนแล้ว ว่าผิดวินัย ปรากฏว่าวันนี้คุณกรกฎ ชาตะสิงห์ ได้รับเลื่อนตำแหน่ง น่ามหัศจรรย์ไหมท่านผู้ชม


ผมถามคำหนึ่ง จู่ๆ เงินหายไป 21 ล้านบาท (50 ล้านรูปี) ไม่รู้ไปไหน ไม่มีการเซ็นรับ ไม่มีการว่าใครรับเงินไป แต่ว่าส่งผ่านนายวีเจย์กุมาร นอกจากนั้นแล้ว พอนายวีเจย์กุมาร เกษียณอาวุ ท่านผู้ชมรู้ไหมเขายังจ้างให้ทำงานต่อ เป็นพนักงาน ให้เงินเดือน 150,000 รูปี หรือประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท และปีที่ 2 ลดเงินเดือนเหลือ 100,000 รูปี ก็เหลือประมาณสัก 4 หมื่นกว่าบาท และปีที่ 3 ก็ได้ 100,000 รูปี ท่านผู้ชมเข้าใจที่ผมพูดหรือยังว่าจู่ๆ เงินหายไป 21 ล้านบาท แล้วบอกว่าผิดระเบียบ ผิดวินัย ผมไม่รู้นะ แต่ในกรณีถ้าผมเป็นผู้บริหารบริษัทของผม ฝ่ายการเงิน หรือฝ่ายขาย เอาเงินออกไป หายไปแบบนี้ผมถือว่าฉ้อโกงแล้วนะ ไม่ใช่ผิดระเบียบวินัย ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง

และนี่เป็นตัวอย่างที่น่าเศร้ามาก ว่าการบินไทยมันมีแบบนี้ แล้วท่านผู้ชมตามผมมาก็แล้วกัน ถ้าสมมุติว่าการบินไทยมีตัวอย่างแบบนี้ เงินหายแล้วไม่มีใครรู้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ก็ยังได้ทำงานต่อและได้เลื่อนตำแหน่ง ท่านผู้ชมคิดว่าการบินไทยจะมีอนาคตไหม


เผอิญคุณกรกฎ ชาตะสิงห์ เป็นนักเรียนอัสสัมชัญบางรัก รุ่นเดียวกับคุณสุเมธ ดีดีคนปัจจุบัน รุ่น 97 คุณกรกฎ หมายเลขประจำตัวคือ 29114 คุณสุเมธ หมายเลขประจำตัว 27494 เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน คุณสุเมธครับ ผมไม่อยากให้เขากล่าวหาคุณว่าคุณสมรู้ร่วมคิดช่วยเพื่อน แต่ถ้าคุณสุเมธ ซึ่งเป็นนักการเงินมาก่อน คุณสุเมธก็รู้ว่าเงินหาย 21 ล้านบาท โดยที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีคนเซ็นรับ ไม่รู้เอาไปให้ใคร นอกจากตั้งกรรมการสอบแล้ว ยังต้องให้ออกจากการบินไทย และต้องดำเนินคดีอีกด้วย แล้วคุณไปเลื่อนตำแหน่งให้เขาได้อย่างไร ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง นี่แค่ sample เดียวในการบินไทยนะ ที่เผอิ๊ญ...เผอิญ local staff ร้องเรียนมา แล้วเรื่องอื่นที่ไม่มีใครร้องเรียนล่ะ อีกกี่จุด นี่คือจุดเริ่มต้นฟินาเล่ของผมว่า แล้วการบินไทยมันไม่เจ๊งได้อย่างไร แล้วคนพวกนี้คือคนที่ใส่เสื้อนอกทั้งนั้น เท่ มีอภิสิทธิ์หมดทุกอย่าง ตกลงแกก็เลยกลายเป็น ... ผมไม่รู้ตำแหน่งในการบินไทยนะ แกเป็น NN แล้วก็มีหน่วยเหนือแกขั้นหนึ่ง อีก N หนึ่ง แล้วสูงสุดก็คือ DN

ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าการบินไทย ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า มันมีเจ้าอสูร แล้วมันสร้างทายาทอสูรขึ้นมา ผ่องถ่ายมาเรื่อยๆ มี DN การบินไทยคนหนึ่ง DN ก็คือรองผู้อำนวยการใหญ่สาขาสายพาณิชย์ คนๆ นี้ติดการพนันหนัก ก็ให้ AA คือผู้จัดการทั่วไป ที่ตัวเองมีอำนาจจะส่งใครไปเป็นก็ได้ แบ่งปันผลประโยชน์ที่ตัวเองไปทำมาหากินตามต่างแดนต่างๆ แล้วส่งเข้ามา เพื่อตัวเองจะได้เล่นการพนันต่อ นี่เป็นเรื่องที่เศร้ามากท่านผู้ชม

คราวที่แล้วผมพูดถึงจุดรั่วไหลของการบินไทย วันนี้ผมเอาตัวอย่างชัดๆ มาให้ท่านดู ผลรายงานการสอบอยู่ในมือผม สรุปก็คือ เงินไม่รู้หายไปไหน ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ใครรับไป ส่งให้ใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าส่งผ่านมือนายวีเจย์กุมาร ในทางสืบสวนสอบสวน ถ้าผมเป็นตำรวจ ผมก็ต้องบอกว่า นายวีเจย์กุมาร นั่นล่ะเป็นมือฟอกเงินให้ มิหนำซ้ำพอเกษียณอายุแล้วยังได้ทำงานต่อ

พนักงานการบินไทยครับ ผมเชื่อว่ามีหลายคนฟังอยู่ ตอนนี้คุณรู้หรือยังว่าบริษัทคุณเจ๊งเพราะอะไร มันไม่ใช่ว่า 21 ล้าน ทำบริษัทเจ๊ง แต่มันเอา 21 คูณด้วย 10 คูณด้วย 100 เข้าไป ทุกจุด มันจะมีลักษณะแบบนี้ตลอดเวลา นั่นคือการขาดทุน หลังจากนั้นแล้วก็เป็นนโยบายที่ผิดพลาดของผู้บริหาร พวกที่มีค่ารถเดือนละ 75,000.- พวกนี้ล่ะ ประชุมกันใหญ่เหลือเกิน ออกนโยบายโน้นนโยบายนี้ ตอนที่ตั้งไทยสไมล์ขึ้นมา ซื้อซอฟต์แวร์จองตั๋วเกือบ 500 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Amadeus ของการบินไทยได้ ก็เลยต้องทิ้งไป เพราะอะไร เพราะการบินไทยมันไม่มีเจ้าภาพ มันไม่มีเจ้าภาพจริงๆ เดี๋ยวผมจะพูดว่ามันไม่มีเจ้าภาพแล้วมันเหมือนอะไร แต่ถ้าผมพูดไปแล้วอย่าโกรธผมนะ


การบินไทยมันเละเทะมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่มันเจ็บหนักที่สุดในช่วงที่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ในยุคแรก ตั้งแต่ 2544 ไปจนถึง พ.ศ. 2548 ยุคนั้นการบินไทยเกือบจะเป็นซอมบี้ไปแล้ว บาดเจ็บสาหัส โดนกระแทกกระทั้น แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วผมจะปิดท้ายด้วยสินบนโรลส์-รอยซ์ สินบนโรลส์-รอยซ์ ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าคนบางคน เช่น ดร.ทนง ลำไย ที่เคยให้สัมภาษณ์นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ "หมาแก่" และ น.ส.อมรรัตน์ ที่สปริงนิวส์ ตอนที่มีเรื่องมีราวว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้อะไร ผมจะจับผิดจับโกหก ดร.ทนง ลำไย ว่าคุณนี่โกหก คุณรู้เรื่อง คุณรับทราบในเรื่องของการซื้อเครื่องโรลส์-รอยซ์มาตลอด และคุณทนง เผอิญ หรือจะว่าเวรกรรมก็ไม่รู้ เป็นคนๆ หนึ่งซึ่งอยู่ในลิสต์ของ ป.ป.ช. และจะต้องถูกสอบด้วย


ท่านผู้ชมครับ การเมือง กับการบินไทย มันเป็นทุกยุคทุกสมัย การเมืองเข้ามาเพื่อสูบการบินไทย ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่หรือว่า ครั้งแรกสุดนั้น การเมืองเข้ามา กินของใหญ่ กินแอร์เฟรม (air frame) กินเครื่องยนต์ กินระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ กินเก้าอี้ พอล่างลงมาระดับผู้บริหารระดับสูงอีกระดับหนึ่ง อย่างที่กินเงิน AA เงินหายที่อินเดีย 21 ล้าน นั่นก็อีกระดับหนึ่ง ลงมาข้างล่าง ผมเรียกว่าพวกลักเล็กขโมยน้อย อาจจะกินปีละ 10 ล้าน 20 ล้าน แต่ว่ามันมีหลายๆ จุด เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น catering ไม่ว่าจะเป็นโรงครัว มีได้หมด ซื้อข้าวซื้อของต้องมีเปอร์เซ็นต์

การเมืองทำไมถึงกินใหญ่ การเมืองเข้ามาการบินไทย ในช่วงที่การบินไทยได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดมาตลอด และมีการโกงบริษัทด้วยฝีมือของผู้บริหาร ที่ใช้อำนาจในสายงานเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง และกลุ่มของตัวเอง การเมืองเข้ามาซ้ำเติมการบินไทยที่บอบช้ำมากเกือบ 20 ปี จากสนิมเนื้อใน และทำให้สภาพที่ร่อแร่ของการบินไทยต้องทรุดหนัก วันนี้การบินไทยเป็นซอมบี้ไปแล้ว การเมืองเข้ามาแทรกแซง มากอบโกย ไม่มีครั้งไหนที่มาแทรกแซงได้มากเท่ายุคทักษิณ ชินวัตร แทรกแซงอย่างไร

ทนง พิทยะ
ตั้งแต่ปี 2546-2548 ผมจะแนะนำตัวละครให้ก่อน สมัยนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หรือที่เขาเรียกกันว่า สุริยะ CTX คุณสุริยะนี่เป็นอะไรก็ไม่รู้ โด่งดังมาก เมื่อวานนี้ก็มาเรื่องของสารพิษ ไกลโฟเซต คุณทนง พิทยะ เป็นประธานบอร์ดการบินไทยในยุคนั้น คุณกนก อภิรดี เป็นดีดี เพื่อความยุติธรรมนะครับ คุณกนก อภิรดี ไม่ได้เข้ามาเป็นดีดีการบินไทยเพราะคุณทักษิณ แต่เข้ามาเพราะอดีตประธานการบินไทยคนเก่า ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นคนบอกให้เข้ามาสมัครดีดี ต้องการจะใช้ แต่พอคุณกนกเป็นดีดีได้ไม่นาน ดร.วีรพงษ์ ก็ลาออกไปเพราะถูกกดดัน คนอื่นก็มาแทน

ดีดีทุกคนที่เข้ามาในยุคทักษิณ ท่านผู้ชมรู้ไหม ต้องเซ็นใบลาออกทุกคน คุณกนก ถูกคุณผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เรียกตัวไปที่ทำเนียบรัฐบาลในวันหนึ่ง แล้วยื่นใบมาบอกให้เซ็นใบลาออกทิ้งเอาไว้ คุณกนกไม่ยอมเซ็น พอไม่ยอมเซ็น ปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะคุณกนกเป็นคนแข็ง ไม่ยอมทำอะไรที่มันผิดหลักการ คุณกนก ในที่สุดในช่วงท้าย หลังจากทนงลาออก อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม วันชัย ศารทูลทัต ก็ขึ้นมาเป็นประธานบอร์ด ก็เลยแขวนคุณกนกไปเลย ไม่ให้อำนาจ ไม่ให้ทำงาน แต่เนื่องจากมีสัญญาผูกมัดว่าจะต้องจ้างกี่ปี ก็เลยให้อยู่เฉยๆ จนครบสัญญาแล้วออกไป ส่วนใบลาออกที่คุณกนกหรือดีดีทุกคนต้องเซ็นน่ะ เซ็นโดยไม่ใส่วันที่นะท่านผู้ชม แล้วแต่การเมืองพอใจว่าจะให้ออกวันไหน ก็เซ็นลงไปในวันนั้น ฝีมือวิชามารของเขาใช้ได้ไหมครับ

ตัวละครต่อไปที่ผมอยากให้รู้ ชื่อคุณเต๋า ชื่อจริงชื่อสุเนตร นามสกุล บุรกสิกร คุณเต๋าเป็นเอเยนต์ของแอร์บัส คุณเต๋าเป็นน้องชายเพื่อนคนสนิทของคุณบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งคุณบรรณพจน์มีบทบาทในยุครัฐบาลไทยรักไทยมาก เพราะถ้าคุณบรรณพจน์เดินไปแล้วบอกว่าเรื่องนี้ๆๆ คนก็จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่มาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังคุณบรรณพจน์ อีกคนก็คือ ชื่อเล่นชื่อคุณเขียว เป็นเอเยนต์เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์

ผมเรียนให้ทราบนะครับว่า โรลส์-รอยซ์มันโดนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ของมันที่อังกฤษเล่นงาน เล่นงานจนกระทั่งโรลส์-รอยซ์ต้องยอมจ่ายค่าชดเชย ค่าปรับ 808 ล้านเหรียญดอลลาร์ หรือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท เหตุผล ข้อหาก็คือว่า จ่ายสินบนให้กับประเทศต่างๆ ประเทศไทยมี 2 เจ้าที่จ่าย ปตท. และการบินไทย นอกนั้นก็มียังมีอินเดีย มีอินโดนีเซีย มีจีน มีไทย เอาล่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยมาเรื่องสินบนตอนท้าย เอาตอนนี้ดีกว่า

ช่วงนั้นพรรคไทยรักไทยกำลังจะยุบสภาและเลือกตั้ง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นปกติธรรมดา ต้องมีการทำมาหากิน หาเงินมาเลือกตั้ง แล้วในสายของกระทรวงคมนาคม ไม่มีอะไรที่จะหาเงินเป็นกอบเป็นกำได้ดีเท่าการบินไทย ด้วยการซื้อเครื่องบิน ในยุคที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และยุคคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อด้วยคุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และคุณทนงเป็นประธานบอร์ดการบินไทย ยุคนี้เป็นยุคที่ทักษิณซื้อเครื่องบินไปมูลค่า 2 แสนล้านบาท ถ้าคำนวณหลัก 3 เปอร์เซ็นต์ ของ 2 แสนล้าน ซึ่งเป็นคอมมิชชันที่บริษัทที่ขายเครื่องบินเขายอมรับกันว่าทุกคนจ่ายเหมือนกันหมด โบอิ้งก็จ่าย 3 เปอร์เซ็นต์ แอร์บัสก็จ่าย 3 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่าคอมมิชชันในยุคคุณทักษิณ ชินวัตร ก็คือ 6 พันล้านบาท 6 พันล้านบาทนี่เฉพาะค่าเครื่องบินนะครับ ค่า air frame นะครับ ยังไม่รวมถึงค่าเครื่องยนต์ ยังไม่รวมถึงค่าเก้าอี้นั่ง ยังไม่รวมถึงค่า Entertainment system ข้างในนั้น ยังไม่รวมอะไรทั้งสิ้นเลย จะเห็นได้ชัด

เผอิ๊ญ...เผอิญ มันมีความจำเป็นต้องหาเงินสักก้อนหนึ่ง แล้วการหาเงินสักก้อนหนึ่งเพื่อซื้อเครื่องบินทันที มูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท มันต้องมีอะไรมารองรับ ความจริงเรื่องนี้ผมเคยพูดเมื่อปี 2553 แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ท่านผู้ชมที่เคยตามผมในรายการ "มองโลก มองเรา" ถ้าเข้าไปฟังก็จะเห็นว่าผมพูดปีนั้นกับปีนี้ จะเหมือนกันหมด ก็คือว่าตอนนั้นถ้าคุณจะซื้อเครื่องบิน คุณต้องทำแผนวิสาหกิจระยะยาวขึ้นมา ว่าปีนี้จะบินโน่น ปีนี้จะบินนั่น ปีนั้นคุณจะซื้อเครื่องบินใหม่ โน่นนี่นั่น แล้วคุณกำหนด อย่าไปว่าเขาเลยนะครับ ประชาธิปัตย์ก็มีแผนจัดซื้อเครื่องบิน 75 ลำ เช่นกัน ผมกำลังบอกว่าทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นภาพพจน์อะไรก็ตาม (ขอโทษนะครับ) มันระยำตำบอนทั้งนั้น และการบินไทยเป็นแหล่งที่สูบเงินสูบทองได้ เพราะว่าไม่มีเจ้าภาพ มีเงินมีทองอยู่

เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อจะซื้อเครื่องบิน ก็ต้องหาความชอบธรรมในการซื้อ ความชอบธรรมในการซื้อ ถ้าซื้อเพื่อเปลี่ยนลำเก่า มันก็มีความชอบธรรมอยู่แล้ว แต่เผอิญช่วงนั้น ซื้อไปแล้วเกือบ 2 แสนล้าน เพื่อจะเปลี่ยนลำเก่าอยู่แล้ว มันต้องการเงินอีกสักประมาณ 1 พันล้านมั้ง ก็เลยต้องซื้อเครื่องอีกชุดหนึ่ง นั่นคือที่มาของแอร์บัส A340-500 และ A340-600 ด้วยเหตุนี้ก็เลยต้องมี route กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก คิดขึ้นมา ผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่ออดีตผู้บริหารการบินไทยคนหนึ่ง ชื่อคุณวีรวัฒน์ โชติรส

คุณวีรวัฒน์ มีอยู่ครั้งหนึ่ง โดน ดร.ทนง กับคุณศรีสุข จันทรางศุ ที่เป็นรองประธานบอร์ดการบินไทย เรียกเข้าไปพบในห้อง กดดันอะไรก็ไม่รู้ หนักหนาสาหัสจนคุณวีรวัฒน์ ตัดสินใจเดินลงมา เก็บข้าวเก็บของ แล้วบอกว่าผมลาออก แล้วไปบริหารรีสอร์ตของตัวเองที่หัวหินอย่างสบายใจ คุณวีรวัฒน์ไม่เคยพูดว่าเรื่องอะไร แต่ผมรู้ว่าเรื่องอะไร เผอิญคุณวีรวัฒน์เป็นคนที่คุมฝ่ายวางแผน คุณวีรวัฒน์ ตอนนั้นเป็นรองผู้อำนวยการใหญ่แล้วนะ เขาต้องการให้ฝ่ายวางแผน เขียนแผน route กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก เขียนออกมาให้มีกำไร เขาก็ไปนั่งคิดแล้วมันไม่มีกำไร มันจะมีกำไรได้อย่างไร เมื่อมันไม่มีกำไร เขียนมากี่แผนมันก็ไม่ผ่าน เขาไม่ยอม ก็เลยกดดันคุณวีรวัฒน์ จนคุณวีรวัฒน์ทนไม่ไหว ลาออก ก็เลยให้ลูกน้องของคุณวีรวัฒน์ขึ้นมาแทน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าคุณทำได้ คุณก็ขึ้นมาแทน ก็ปรากฏว่าแผนผ่าน ก็มีกำไร ท่านผู้ชมจำไว้นะ ท่านพนักงานการบินไทยจำไว้นะ แผนผ่าน มีกำไร ก็เลยเอาแผนนี้เข้าบอร์ดบริหาร บอร์ดบริหารเห็นว่าแผนที่เสนอมา ผ่าน บอร์ดบริหารก็ผ่านไปที่บอร์ดใหญ่ บอร์ดใหญ่ผ่าน ก็เอาไปที่ ครม. พอ ครม.ผ่านปั๊บ ก็เลยเป็นการซื้อเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และ A340-600 จำนวนหนึ่ง รวมแล้วเบ็ดเสร็จ 11 ลำ วงเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท ยังไม่รวมเครื่องยนต์นะ ยังไม่รวมอะไรทั้งสิ้นนะ แล้วคนที่ขายก็คือ คุณสุเนตร บุรกสิกร แล้วคนที่ประสานงานให้คือคุณบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และคนที่รับลูกจริงๆ ก็คือ ดร.ทนง นามสกุลเดิม ลำไย ตอนหลังก็ไปขอนามสกุลพระราชทานมา เป็น พิทยะ ดูวิชาการหน่อย

เพราะฉะนั้นแล้ว คอมมิชชันธรรมดาแล้ว 3 เปอร์เซ็นต์ แต่เผอิญช่วงหลัง ช่วงนั้น แอร์บัส A340-500 และ A340-600 ขายไม่ค่อยออก เพราะบิน long range มันไม่คุ้ม ไม่กำไร มันจะบินระยะสั้นเท่านั้นเอง แต่บินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก อย่างไรก็ขาดทุน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าขาดทุนอย่างไร


ว่ากันว่า คอมมิชชันที่ได้งวดนั้นไม่ใช่ 3 เปอร์เซ็นต์ สูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 7 เปอร์เซ็นต์ เสียด้วยซ้ำ ถ้าตี 5 เปอร์เซ็นต์ ของ 16,000 ล้านบาท ก็ประมาณเกือบๆ พันล้านบาท แล้วยังมีค่าเครื่องยนต์ต่อมาอีก บวกแล้วมีเงินเข้ามาเติมในการหาเสียงได้อีกประมาณพันกว่าล้านบาท นอกเหนือจากการซื้อเครื่องบิน 2 แสนล้านไปเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีคนมีเงินช็อตขึ้นมา อาจจะมีคนมีความรู้สึกว่างวดนี้ต้องใช้เงินมากกว่าเก่าเป็นพิเศษ ก็เลยบอก ต้องหาเงินเข้ามา

ท่านผู้ชมครับ การเมืองเมืองไทยไม่มีที่ไหนที่ไม่ใช้เงิน ขนาดพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร ยังต้องกู้คุณธนาธรไปตั้ง 191 ล้าน ฉะนั้นจะบอกว่าไม่มีการใช้เงิน เป็นไปไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ พอ route กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก เริ่ม นั่นคือจุดล่มสลายจุดที่สำคัญที่สุดของการบินไทย เข้าใจไหมครับท่านผู้ชม การบินไทยตอนนั้นร่อแร่แล้ว พอเจอ route กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก เข้ามา กลายเป็นพิการเลย ทันทีเลย บินอยู่ 2 ปี 3 ปี เครื่องแอร์บัส A340-500 และ A340-600 บินตรงกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก เพื่อไปแข่งกับสิงคโปร์ และท่านผู้ชม วันที่เขาตัดสินใจที่จะสร้าง route กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก เป็นวันที่ประธานาธิบดีบุชกำลังเล่นงานอิรักอยู่ เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ คนที่มีสติปัญญาจะเห็นชัดเจนว่าช่วงนี้ไม่ใช่เป็นช่วงที่จะลงทุน แต่การบินไทยกินดีเสือมา ตัดสินใจลงทุน ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพราะข้าพเจ้าเป็นบอร์ดมาจากนักการเมือง และคุมการบินไทย เกือบ 3 ปี บินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก แล้วแอร์บัส A340-500 บินกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส direct flight เพื่อจะแข่งกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งมี direct flight จากสิงคโปร์ ไปนิวยอร์ก

ในช่วงที่การบินไทยซื้อเครื่องมาเพื่อบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ปรากฏว่าสิงคโปร์แอร์ไลน์มันลดเที่ยวบินหมดเลย เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่การบินไทยเผอิญบอร์ดมันต้องการเงินเอาให้ทางการเมือง เลยไม่สนใจว่าความเป็นอยู่เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นแล้ว 3 ปีกว่า มาจนถึงวันนี้ ขาดทุนเบ็ดเสร็จโหลงโจ้ง เก๋าเจ้ง 2 หมื่นกว่าล้าน ท่านผู้ชมครับ ผสมผเสกับการขาดทุนมาตลอดในเรื่องโครงการต่างๆ ในเรื่องนโยบายที่ผิดพลาด ผมว่าบวกๆ กันแล้วน่าจะมีประมาณเกือบแสนล้าน หลายหมื่นล้านก็แล้วกัน งานนี้ แล้วการบินไทยจะอยู่ได้อย่างไร

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้การบินไทยเจ๊กอั๊ก (ขอประทานโทษ) ก็คือเรื่องที่ทักษิณ ชินวัตร และชินคอร์ป ต้องการมาลงทุนในลอจิสติกส์ ช่วงนั้นคุณกนก อภิรดี กำลังตั้งสายการบินสกายเอเชียขึ้นมา ซึ่งตอนหลังต่อมากลายเป็นชื่อนกแอร์ สกายเอเชีย การบินไทยถือหุ้นอยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และกำลังให้ Strategic Partner ก็คือพาร์ทเนอร์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบินเข้ามาลงด้วย ปรากฏว่ามีอยู่วันหนึ่ง ดร.ทนง พิทยะ เรียกคุณกนก ไปพบที่อาคารชินฯ 3 ขึ้นไปชั้น 20 กว่า เปิดประตูเข้าไปเจอคุณทนงนั่งดูเพดาน ดูจิ้งจก ตุ๊กแก ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คุณหญิงอ้อ พจมาน ตอนนี้ใช้นามสกุล ณ ป้อมเพชร นั่งอยู่ คุณบุญคลี ปลั่งศิริ คนที่พูดคือคุณบุญคลี คนเดียว นอกนั้นนั่งเงียบหมด คุณบุญคลี บอกว่าตอนนี้ชินคอร์ปใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชินคอร์ปอยากจะลงทุนในลอจิสติกส์ ตอนนี้การบินไทยถือหุ้นในสกายเอเชียเท่าไร คุณกนกบอก 30 เปอร์เซ็นต์ แกบอก ที่เหลือชินคอร์ปจะขอเทคหมด คุณกนกบอกว่าไม่ได้ครับ ได้อย่างมากก็ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าท่านจะเอา ท่านคุยกับท่านประธานของผม คุณทนงนั่งอยู่ คุณทนงมัวแต่นั่งนับจิ้งจก ไม่สนใจ แล้วคุณกนกก็กลับไป ออกไปจากห้องนั้น หลังจากนั้นไม่นาน คุณทักษิณก็เปิดเสรีการบินทันที เปิดเสรีทางการบินเลย ให้เครื่องบินสามารถบินได้ในประเทศไทย จะบินจากกรุงเทพฯ ไปโน่น บินจากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์ บินจากกรุงเทพฯ ไปไหนได้หมดเลย แล้วก็ไปลงทุนในแอร์เอเชีย


ตอนที่ลงทุนในแอร์เอเชีย ทักษิณถืออยู่ 50 เปอร์เซ็นต์ แอร์เอเชียที่มาเลเซีย นายเฟอร์นานเดซ ถืออยู่ 49 เปอร์เซ็นต์ อีก 1 เปอร์เซ็นต์ ถือโดยคนกลาง คุณทัศพล ท่านผู้ชมรู้ไหม คนที่อยู่การบินไทยทุกวันนี้ พวกลูกเรือที่เก่าๆ จะจำได้ ตั้งแต่แอร์เอเชียเข้ามาบินในเมืองไทย route หลายๆ route ที่ทำเงินและดีที่สุดของการบินไทย ถูกยกเลิกหมดเลย แล้วให้แอร์เอเชียเข้าไปเสียบ ผมจำได้ท่านผู้ชม TG632 กรุงเทพฯ-ฮ่องกง-ไทเป เป็น route ที่ทำเงินให้การบินไทยมากที่สุด เพราะมันเต็มตลอดเวลา มีคนบินจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกง และจะต่อไต้หวัน และมีคนจากฮ่องกงขึ้นไปต่อไต้หวัน ทั้งไปทั้งกลับเต็ม ถูกยกเลิก อ้างว่าไม่เต็ม ปรากฏว่าแอร์เอเชียบินเสียบเข้าไปแทน route นี้ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง-ไทเป นี่คือแค่ตัวอย่างๆ หนึ่ง

แล้วรัฐบาล กระทรวงคมนาคมอยู่ภายใต้ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องคุมการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เมื่อคุมการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แอร์เอเชียจะได้สล็อตในการจอดที่ดีที่สุด เพื่อที่จะ turn around หมุนให้เร็วที่สุด ใช้เวลาคนลงเครื่องและขึ้นเครื่องสั้นที่สุด เพื่อที่จะได้หมุนและบินต่อไป นี่ก็อีกจุดหนึ่งที่ทำให้การบินไทยพังพินาศฉิบหาย ท่านผู้ชมเข้าใจไหม

ท่านผู้ชมครับ เวลามันก็เริ่มจะมากขึ้นแล้ว เอาเป็นอย่างนี้แล้วกัน ผมจะมาพูดในเรื่องสินบนของโรลส์-รอยซ์ สินบนของโรลส์-รอยซ์นั้น สรุปง่ายๆ ก็คือว่า อังกฤษ ป.ป.ช.อังกฤษ ได้เล่นงานโรลส์-รอยซ์ว่าจ่ายสินบนให้กับประเทศต่างๆ ประเทศไทยนี่จ่ายไปพันกว่าล้าน แล้วก็ไม่ได้จ่ายเฉพาะรัฐบาลชุดทักษิณนะ จ่ายมาตั้งแต่ปี 2534 จ่ายมาแล้วทุกยุคทุกสมัย ชุด รสช.ก็มี สมัยที่คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี คุณนุกูล ประจวบเหมาะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และต่อมาก็เป็น พ.อ.วินัย สมพงษ์ ต่อมาเรื่อยๆ ถัดไปเรื่อยๆ จ่ายมาตลอด


ผมเข้าใจว่ายุคที่คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นยุคที่ดีดีการบินไทย บอร์ดการบินไทย ตลอดจนฝ่ายช่างการบินไทย มีอิสระในการทำงาน เพราะคุณอานันท์จะไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้ และท่านนุกูล ประจวบเหมาะ ท่านก็จะไม่ยุ่ง เพราะท่านเป็นอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ก็เลยยำกันสนุกสนานเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ยุคที่มีสินบนที่จ่ายในยุคของคุณอานันท์ ปันยารชุน มาเรื่อยๆ นั้น มันก็เป็นยุคที่ผมเรียกว่า เป็นการเล่นกันเองระหว่างพนักงานในระดับผู้บริหารของการบินไทย

พอเข้ามาถึงยุคของคุณทักษิณ ชินวัตร น่าสนใจมาก เพราะเป็นยุคที่เขาซื้อเครื่องบินและเขาสั่งเครื่องโรลส์-รอยซ์เยอะมาก ท่านผู้ชมครับ เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์มีอยู่ 2 รุ่น รุ่นแรก เขาเรียกว่า TRENT 500 (T500) มันมากับเครื่องแอร์บัส 340-500 และ 340-600 ก็คือว่าบังคับเลย ถ้าคุณซื้อแอร์บัสรุ่นนี้ คุณต้องใช้ T500 เพราะมันซื้อพร้อมเครื่องไง และมันได้ค่าคอมมิชชันทั้ง air frame และทั้งเครื่องแล้ว กระนั้นก็ตาม ก็ยังอยากจะได้เงินได้ทองเพิ่ม ก็ยังมีการสั่งเครื่องสำรอง T500 เข้ามาอีกเครื่องหนึ่ง กินเล็กกินน้อยก็ยังเอา แต่ในขณะเดียวกัน โบอิ้ง เขาสั่งโบอิ้ง 777 ประมาณ 6 ลำ หรือ 8 ลำ โบอิ้ง เอเยนต์ก็คือล็อกซเล่ย์ ล็อกซเล่ย์ธรรมดาแล้วเขาไม่ขายเครื่องยนต์ แต่ GE - General Motors ซึ่งขายเครื่องยนต์ กับ Pratt & Whitney ขายเครื่องยนต์ ก็วิ่งล็อกซเล่ย์ แต่ปรากฏว่าในอีเมลชัดเจน ล็อกซเล่ย์ระบุมาชัดเจนเลยว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายช่าง ในเมื่อฝ่ายช่างต้องการโรลส์-รอยซ์ ก็ไปเจรจากันเอง ก็แสดงว่าฝ่ายช่าง ร่วมกับผู้ใหญ่ในการบินไทย บอกว่าต้องการโรลส์-รอยซ์ ล็อกสเปกกันเรียบร้อยแล้วท่านผู้ชม

พอมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นมา เดี๋ยวผมจะเอาให้ดูนะ แผนผังองค์กรของการบินไทย ปรากฏว่ามีการผ่าผังนี้ออกมา ผังนี้ที่ผมขีดเส้นลงมาตรงนี้ ฝั่งนี้คือฝั่งช่าง ไม่ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แต่ฝั่งช่างให้ขึ้นโดยตรงกับประธานบอร์ดการบินไทย คือคุณทนง พิทยะ ขึ้นโดยตรงเลยนะ คือพูดง่ายๆ ว่า กรรมการผู้อำนวยการไม่มีสิทธิ์ แล้วแต่ละจุดๆ ก็เปลี่ยนจากตำแหน่งหัวหน้า หรือผู้อำนวยการฝ่าย กลายเป็นกรรมการผู้จัดการหมด เหตุผลก็เพราะว่าจะได้เจรจากับโรลส์-รอยซ์ได้ ในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการตรงนี้


คนๆ หนึ่งที่ผมไม่อยากจะให้ละเลยชื่อ ชื่อคุณศุภชัย รู้สึกจะเป็นหัวหน้าช่าง ผมพูดว่าหัวหน้าช่าง อย่าเพิ่งไปเข้าใจผิดว่าเขาตำแหน่งเล็กนะ ก็คือเขาคุมช่างทั้งหมด มันก็จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ทุกชุดที่อยู่ในนี้ ที่แบ่งออกมาแล้ว คุณทนงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ทุกชุดคุณทนงเป็นประธานหมดเลย ประธานกรรมการหมดเลย ยกเว้นชุดเดียว คือชุดวางแผนวิสาหกิจระยะยาว จัดซื้อเครื่องบิน คุณทนงให้คุณศรีสุขเป็นประธาน คุณกนกเป็นรองกรรมการผู้จัดการ และคุณทนงมาเป็นที่ปรึกษา นั่งอยู่ข้างๆ ท่านผู้ชม นายนั่งเป็นที่ปรึกษา ลูกน้องนั่งเป็นประธาน ผมถามว่าลูกน้องที่เป็นประธานมันจะฟังใคร แต่ว่ามันเป็นลักษณะเพื่อป้องกันตัวเองในอนาคต ผมคิดว่าตรงนี้ ผมอยากให้คุณสุภา ซึ่งเป็นหัวหน้าอนุกรรมการ ป.ป.ช. สอบ ให้เข้าตรงนี้นิดหนึ่ง จะได้เข้าใจที่มาที่ไป

เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า คณะกรรมการชุดนี้ ชุดจัดซื้อเครื่องบิน เป็นคนแทงเรื่องขึ้นไป ต้องซื้อเครื่องนี้ๆๆ แอร์บัส ซื้อโน่นเท่านี้ ซื้อโบอิ้ง 777 ซื้อเท่านี้ๆ เครื่องยนต์ใช้โรลส์-รอยซ์ๆๆ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าการเมืองเขาแยบยลมาก แยบยลจริงๆ


วันนี้ผมคิดว่าเอากันแค่นี้ก่อนดีกว่า แต่ก่อนจบ ผมคิดว่าคุณทนง ผมจะจับโกหกคุณทนง คุณทนงพูดให้สัมภาษณ์นาทีที่ 10-15.25 ในรายการของคุณดนัย มหาเอกสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ช่องสปริงนิวส์ คุณทนงบอกว่า สมัยผมอยู่ ผมก็เล่าได้ เพราะว่าผู้ที่ดูแลยุทธศาสตร์ของการจัดซื้อเครื่องบิน ดูความต้องการเครื่องบิน คือท่านศรีสุข ก็คือที่ผมบอกไง ศรีสุข รองประธานนั่งเป็นประธาน แล้วเขาเป็นประธานบอร์ด เขานั่งเป็นที่ปรึกษา แล้วศรีสุขจะฟังใครล่ะ ก็ต้องฟังคุณทนงใช่ไหม แล้วเป็นประธานคณะกรรมการจัดหาเครื่องบิน แต่ข้อเท็จจริง คณะอนุกรรมการชุดนี้ ประธานบอร์ดการบินไทย ดร.ทนง จัดตั้งขึ้นมาอย่างรีบเร่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2547 เพื่อวางแผนการบินและพิจารณาวางแผนจัดหาเครื่องยนต์ ท่านผู้ชมครับ ทำไมต้องเร่งรีบ เพราะมันต้องจบก่อนกุมภาพันธ์ 2548 เมื่อซื้อเครื่องใครแล้ว เอเยนต์จะต้องจ่ายเงินค่าคอมมิชชัน เพราะกุมภาพันธ์ 2548 เป็นวันเลือกตั้ง ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับ ผิดสังเกตมาก

อีกประการหนึ่ง ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า คุณทนงบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้เลย แต่ใบสั่งซื้อมันมีลายเซ็นคุณทนงอยู่ เอ๊ะ คุณบอกไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคิดว่าเรื่องที่ผมพูดควรที่จะสืบต่อไหม ขอฟังความเห็นหน่อยซิ ถ้าจะสืบต่อก็สืบต่อได้นะ แต่ท่านผู้ชมครับ มันยังมีเรื่องราวอีกยิ่งใหญ่มากที่ยังมีปัญหาอยู่


ผมเคยพูดว่าแล้วทางออกของการบินไทยอยู่ที่ไหน ทางออกของการบินไทยอยู่ตรงนี้ครับ ประการแรก การบินไทยต้องลดคน แต่การบินไทยลดคน ควรลดอย่างไร การบินไทยควรจะลดผู้บริหารระดับสูงออกไปเยอะๆ ผู้บริหาร 1 คน สวัสดิการเท่ากับพนักงานระดับล่าง 20-30 คน ยิ่งใหญ่เท่าไร ยิ่งลดเท่าไรยิ่งดี อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าด้วยความสัตย์จริง การลดคนที่ทำงานแนวหน้า (front line) บางครั้งท่านรัฐมนตรีอาจจะต้องบินเครื่องบินได้ทุกแบบ ท่านศักดิ์สยามครับ ความปลอดภัยตามกฎการบินระหว่างประเทศ ลูกเรือ 1 คน เรียนรู้เรื่องแบบเครื่องบินแค่ 2 แบบก็ตายแล้ว เพราะถ้าเรียนรู้มากกว่านี้ เวลามันเกิดวิกฤตขึ้นมา มันสับสน ท่านหลับตาวาดภาพวันที่เครื่องบินจะตก หรือวันที่เครื่องบินไฟไหม้ วันนั้นถ้าลูกเรือสับสนกับแบบเครื่องบิน เพราะว่าเรียนมาตั้ง 3 แบบ อันตรายมหาศาลครับ ด้วยเหตุนี้การบินไทยเขาถึงเน้นเรื่อง safety first สำคัญมากๆ ตรงนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ปริมาณลูกเรือที่มีอยู่ 5,900 คน กับปริมาณเครื่องที่มีอยู่ ไม่ได้ถือว่ามากเลยครับ เผลอๆ น้อยไปเสียด้วยซ้ำ


ผมคิดว่าเงินเดือน สวัสดิการของผู้บริหารทั้งหมด EVP, VP พวกนี้ มีอยู่หลายสิบคน ต้องลดตรงนี้ แต่ว่าท่านผู้ชมครับ มันทำยาก เพราะว่าการบินไทยเป็นของรัฐบาล หรืออีกนัยหนึ่ง ไม่มีเจ้าภาพ ทางรอดมีอยู่ทางเดียว และลูกเรือการบินไทยต้องเข้าใจ ถ้าผมอุปมาอุปไมยอะไรบางอย่าง คนการบินไทยอย่าโกรธผมนะ คนการบินไทยวันนี้เหมือนผู้หญิงบริการ คนนั้นมา คนนี้มา บริการให้หมด บอร์ดชุดใหม่มา ประธานบอร์ดมา บริการให้หมด ทำหมด ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องแต่งงานแต่งการ ลงหลักปักฐานกับคนๆ หนึ่งได้แล้ว ก็คือขายหุ้นทิ้งหมด ให้นักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่เขาซื้อการบินไทยไป แล้วเข้ามาบริหารการบินไทย โดยที่เป็นเงินของเขาเอง วันนั้นล่ะ คือชีวิตที่คุณกับสามีคุณจะมาร่วมกันสร้างชีวิตใหม่ เดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง รู้จักปกป้องซึ่งกันและกัน ผมเชื่อว่าผู้ลงทุนใหม่ วิสัยทัศน์ไม่สั้น ไม่ซับซ้อน และไม่ขี้โกงเหมือนผู้บริหารบางคนที่อยู่ในการบินไทยทุกวันนี้ เพราะว่าเป็นเงินของเขา เขาต้องปกป้องผลประโยชน์ของเขา และเขาต้องรู้ว่าหัวใจของสายการบิน ก็คือความปลอดภัย คือนักบินและลูกเรือ สอง บริการ คือลูกเรือ และภาคพื้นดิน เขารู้อยู่แล้ว เขาต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สองอันนี้เลอเลิศประเสริฐศรีอันดับ 1

ผมมีตัวอย่างๆ หนึ่งของเจ้าภาพ ท่านผู้ชมจำนกแอร์ได้ไหม นกแอร์ผ่านมรสุมมามาก จนกระทั่งนกแอร์เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีใครขึ้น เพราะเครื่องดีเลย์เหลือเกิน พอเครื่องเสียที ต้องเสียเวลาซ่อม 2-3 วัน แต่ปรากฏว่าวันนี้ตระกูลจุฬางกูร จุฬางกูร เป็นอีกสาขาหนึ่ง แยกมาจากจึงรุ่งเรืองกิจ แต่ตระกูลจุฬางกูรเข้ามาซื้อหุ้นในนกแอร์ 60 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเขาเป็นเจ้าของนกแอร์แล้ว แล้วเขาส่งคุณวุฒิภูมิ จุฬางกูร มา คุณวุฒิภูมิเข้ามา เข้าใจปัญหาดี เพราะแกเป็น big boss แกเป็น owner เป็นเจ้าของ investor เป็นตัวแทนเจ้าของเลย เขามาดูว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แล้วแกลงไปแก้ทันที โดยที่ไม่หวั่นเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม และแกแก้ตามหลักเหตุและผลต่างๆ อย่างสมมุติว่า ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ว่าการ turn around ของนกแอร์ ที่มันดีเลย์เพราะว่าบางครั้งเครื่องบินมันเสีย แทนที่มันจะซ่อมเสร็จภายใน 2-3 ชั่วโมง มันต้องรอ 2-3 วัน เพราะอะไหล่ไม่มี เนื่องจากต้องไปพึ่ง ว่าจ้างให้คนเขาซ่อม หน่วยงานที่รับจ้างซ่อมเขาก็ไม่มีอะไหล่เก็บ เขาบอกรอ 2-3 วัน เครื่องก็ไปไม่ได้ คุณวุฒิภูมิก็เลยลงทุนสร้างคลังอะไหล่สำหรับเครื่องบินของนกแอร์ เพื่อที่ว่า เสียปั๊บ ใช้ฝีมือแรงงาน เอาอะไหล่ของเขา ซ่อม เสร็จก็ออกทันที อนาคตนกแอร์ดีมากครับ ท่านผู้ชม เชื่อผม ผมมั่นใจ ผมดูไม่ผิด ส่วนอนาคตการบินไทย ถ้ายังคำนึงถึงศักดิ์ศรี ว่าต้องเป็นสายการบินแห่งชาติ คุณเอาคนที่เก่งเข้ามา จะเก่งแค่ไหนก็ตาม คุณทำได้ระดับหนึ่ง แล้วก็มีการเปลี่ยนรัฐบาล บอร์ดก็ต้องเปลี่ยน ประธานกรรมการก็ต้องเปลี่ยน (ขอโทษนะครับ อย่าโกรธ อย่าหาว่าผมหยาบ) แล้วแม่(ง)ก็ซื้อเครื่องบินกันอีก เพราะผู้ใหญ่กินของใหญ่ไง มีอยู่แค่นี้ แล้วพอมีปัญหาก็ไปลดเพอร์เดียม ลดเงินเดือน ตัดพวกแอร์ ตัดพวกกราวนด์ ตัดพวก front line หมด แล้วก็ลงโทษพวกคุณว่าพวกคุณคือตัวการที่ทำให้การบินไทยเจ๊ง ซึ่งไม่ใช่ เพราะฉะนั้นแล้ว วงจรอุบาทว์นี้มันไม่จบ มันไม่มีวันจบ


ท่านผู้ชมครับ เชื่อผมเถอะ มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นจะจบได้ รัฐบาลไทยขายหุ้นทิ้งไปเลย เปิดประมูลเลย ราคาพรีเมียม ถึงแม้ราคาแค่ 7.50 บาท ตามราคาตลาด แต่สามารถจะตั้งราคาได้ 30-40 บาท ถ้าคนเข้ามาทั้งล็อต เขาซื้อไป เขามีเงินพอ แล้วเขาทำแบบคุณวุฒิภูมิ จุฬางกูร ได้ มีตัวแทนผู้ถือหุ้นเข้ามา มาบริหาร มารื้อหมด เหตุการณ์กรณีเงินหายที่อินเดียก็จะไม่เกิดขึ้น เหตุการณ์การตกลงกับหัวหน้าช่างว่าให้เสนอเครื่องโรลส์-รอยซ์มา ก็จะไม่เกิดขึ้น การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของบริษัท เพราะอันนี้เป็นเงินของเขา และเมื่อเงินของเขา บริษัทไปได้ บริษัทมีกำไร ผลประโยชน์ก็ตกมาที่พนักงานทุกคน ท่านผู้ชมครับ วันนี้ 2 เรื่อง เล่นไปชั่วโมงครึ่ง อาทิตย์หน้ายังไม่รู้จะว่าพูดเรื่องอะไร เพราะว่าท่านผู้ชมต้องรู้ว่าผมได้รับความกดดันมากนะ ผมก็อยากพักเหมือนกัน แต่เรื่องแต่ละเรื่องมันดุเดือดเลือดพล่านหมด และคอยดูต่อไปว่าอาทิตย์หน้าจะเป็นเรื่องอะไร วันนี้เอาเพียงแค่นี้ครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...