xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม” ถกอนุ กนช.เห็นชอบ 2 โครงการใหญ่ กันอีอีซีขาคแคลนน้ำ ไฟเขียวอีก 57 โครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
ทีมโฆษกรองนายกฯ เผย “ประวิตร” ประชุมอนุ กนช.ไฟเขียว 2 โครงการขนาดใหญ่ ป้องกันขาดแคลนน้ำพื้นที่อีอีซี วงเงิน 1.1 แสนล้าน พร้อมเห็นชอบ 57 โครงการใหญ่บริหารจัดการน้ำครบวงจร

วันนี้ (6 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ภายใต้ กนช.ครั้งที่ 3/2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทา ปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี และความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานติดตามการขอใช้พื้นที่ป่า สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และแนวทางการขับเคลื่อน และได้พิจารณาเห็นชอบเรื่องที่มีความสำคัญ โดยโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 57 โครงการ

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานที่ได้ร่วมกันติดตาม ตรวจสอบวิเคราะห์ กลั่นกรองโครงการต่างๆทำให้มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง เป็นไปตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจาก กนช.จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในภาพรวมโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ พบว่า มีโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการดำเนินการได้ภายในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 57 โครงการ เป็นโครงการที่ผ่านคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว 25 โครงการ วงเงิน 118,917 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว 21 โครงการ วงเงิน 107,042 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนอีก 32 โครงการ วงเงิน 396,921 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 2 โครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2562 ในวันที่ 20 ธ.ค. ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี 2563-2580) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอ ครม.ต่อไป ซึ่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ดังนั้น แผนหลักเพื่อรองรับการพัฒนาในระยะ 20 ปี ซึ่งจะใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 110,230 ล้านบาท

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการกรอบแผนการพัฒนาหนองหาร ปี 2563-70 ของโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดำเนินการตามกรอบแผนระยะเร่งด่วน ปี 2563-64 รวมทั้งหมด 36 โครงการ 1,146.28 ล้านบาท จากทั้งหมด 69 โครงการ วงเงินรวม 7,445.22 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...