xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนยางตรังวอนรัฐประกันราคาที่ “กก.ละ 60 บาท” แนะดีกว่าชดเชยที่ไม่ยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



 
ตรัง - ชาวสวนยาง จ.ตรัง วอนรัฐบาลจัดทำโครงการประกันราคายางพาราให้ได้ที่ “กก.ละ 60 บาท” ดีกว่าไปทำโครงการชดเชยที่ไม่ยั่งยืน เพราะจะได้เหลือเงินไว้ใช้จ่ายบ้าง ขณะที่ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น

เกษตรกรชาวสวนยางพาราใน จ.ตรัง ออกมาวอนขอรัฐบาล จัดทำโครงการประกันราคายางพาราให้ได้ที่ กก.ละ 60 บาท ตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนชาวภาคใต้ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกในภาคใต้มากที่สุด

นายชาติ กลิ่นสัมผัส เกษตรกรชาวสวนยางใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลประกันราคายางที่ กก.ละ 60 บาท ไม่ให้ต่ำกว่านี้ ก็เป็นราคาที่ชาวสวนยางพอใจแล้ว เพราะจะได้มีเงินใส่กระเป๋าไว้ใช้จ่ายบ้าง แต่ราคาที่ได้ทุกวันนี้คือ กก.ละ 29-33 บาท ชาวสวนอยู่ไม่ได้เลย ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จะซื้อกับข้าวในครัวเรือนก็ไม่พอจ่าย เพราะสินค้าแพงทุกอย่าง เช่น หมู กก.ละ 110-130 บาท ปลาทู กก.ละ 100 บาท แถมยังมีภาษีสังคมที่จะต้องไปงานศพ งานแต่ง และงานอื่นๆ อีก ทำให้ชาวสวนยางเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งการชดเชยราคาไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ทำได้
 


 
ส่วน นายสุธี จิหละ อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวสวนยางใน อ.เมืองตรัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ราคาน้ำยางสดขึ้นไปสูงสุดได้เพียงแค่ กก.ละ 37 บาท และก่อนปีใหม่ราคาลดต่ำลงมาอยู่ที่ กก.ละ 29 บาท และขณะนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 33 บาท ขณะที่ปริมาณน้ำยางก็หดลง ทั้งนี้ ชาวสวนยางเหลือเวลากรีดยางได้อีกเพียงประมาณเดือนเศษก็ต้องหยุดกรีดประจำปี จึงรู้สึกกังวลในช่วงปิดกรีดว่าจะไม่มีเงินเก็บไว้ใช้จ่าย เพราะขณะนี้แต่ละวันรายได้ไม่พอจ่าย

สำหรับเงินชดเชยที่รัฐบาลให้ก่อนหน้านี้ ตนเองได้รับมา 1 หมื่นกว่าบาท แต่นำมาแบ่งกันในพี่น้อง 3 คน ทำให้ได้แค่คนละกว่า 3,000 บาทเท่านั้น ส่วนที่กำหนดจะชดเชยช่วยเหลืออีกในเดือน ม.ค.-ก.พ. และเดือน มี.ค.-เม.ย. ก็ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ แต่ไม่อยากให้รัฐบาลใช้วิธีชดเชยส่วนต่าง เพราะเงินได้มาคราวเดียวก็หมดไป เนื่องจากไม่พอใช้ แต่หากหาทางปรับราคาให้สูงขึ้นแค่ กก.ละ 50 บาท ก็จะทำให้ชาวสวนมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ทุกวัน ขณะที่สินค้าทุกประเภทราคาแพงทั้งหมด ทำให้เดือดร้อนกันอย่างมาก