กระบี่ - ชาวบ้านพรุขี้กา อ.ลำทับ จ.กระบี่ สุดทนกลิ่นขี้หมู 5 ปี ขึ้นป้ายขายบ้าน หลังร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้องหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ขณะที่เจ้าของฟาร์มยืนยันไม่มีกลิ่นรุนแรงตามที่ร้องเรียนเพราะเป็นฟาร์มระบบปิด และทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง วอนให้ความเป็นธรรม
วันนี้ ( 24 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณถนนสายพรุขี้กา-ป่าใหม่ ม.4 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า ได้มีการขึ้นป้ายข้อความประกาศขายบ้าน ริมถนนถนนจำนวนมาก โดยข้อความส่วนใหญ่จะเป็นการบอกถึงความเดือดร้อน จากปัญหากลิ่นขี้หมูที่สะสมมานาน เช่น ทนไม่ไหวเหม็นขี้หมู ขออากาศบริสุทธิ์กลับคืนมา อยู่ยากขึ้นทุกวัน เป็นต้น โดยมีป้ายข้อความหน้าบ้านหลังหนึ่ง ระบุว่า ขายบ้านพร้อมกลิ่นขี้หมู สร้างความแปลกใจแก่ผู้พบเห็น
จากการสอบถามนายธีรพันธ์ ทับไทร อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 290 ม.4 ต.ลำทับ ทราบว่า สาเหตุที่ชาวบ้านมีการขึ้นป้ายข้อความดังกล่าว เนื่องจากชาวบ้านที่อาศัยบริเวณดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากลิ่นขี้หมูจากฟาร์มหมูบริเวณใกล้เคียง มานานกว่า 5 ปี โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบรุนแรงมาก เวลาทำงานอยู่บ้านต้องสวมหน้ากากนามัย จึงไม่ค่อยอยากจะอยู่บ้าน เพราะมีกลิ่นขี้หมูโชยมาทุกวัน ตอนเย็นเวลาทานข้าวทรมานมาก ต้องไปหลบในห้อง เพื่อหนีกลิ่นขี้หมู เวลานอนกลางคืนก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นขี้หมู ที่ผ่านมาชาวบ้าน ก็ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน ทั้ง อบต.อำเภอ และจังหวัด แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามรถแก้ปัญหาได้ บางคนทนไม่ไหวจึงต้องขึ้นป้ายประกาศขายบ้าน
นางเสาวนีย์ ทับไทร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.4 ต.ลำทับ เจ้าของบ้านที่ขึ้นป้ายประกาศขายบ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านจำนวน 7 หลังคาเรือน ที่ ได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นขี้หมูมาตลอด 5 ปี แต่ที่รุนแรงหนักก็ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บางหลังที่มีเด็กและคนชราก็จะเริ่มป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาตนได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังจังหวัดและอำเภอ และ อบต.แต่ก็ไม่เป็นผล ล่าสุดเมือวันที่ 10 มกราคม 63 ที่ผ่านมา ก็มีหน่วยงานของทางจังหวัดและอำเภอ เข้ามาตรวนสอบ แต่แล้วก็เงียบหาย ปัญหากลิ่นขี้หมูก็ยังมีอยู่ จึงตัดสินใจขึ้นป้าย ประกาศขายบ้านพร้อมกลิ่นขี้หมู เพื่อสื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับรู้และแก้ไขอย่างจริงจัง
นางเสาวนีย์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะขึ้นป้ายในเชิงประชด แต่หากมีคนมาติดต่อขอซื้อจริงๆตนก็จะขาย เพราะทนไม่ไหวจริงๆ ตนพยายามต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมมาโดยตลอด แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ และขอท้าใครก็ได้ที่ไม่เชื่อว่าที่บ้านตนไม่ได้เหม็นขี้หมูจริง ให้มานอนค้างคืนที่บ้านเลย พร้อมเลี้ยงอาหารเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริง
ด้านนายประภาส เรืองทอง นายก อบต.ลำทับ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทาง อบต.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ก็ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปลัดอำเภอ ทั้งปศุสัตว์ และสาธารณสุขจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร่วมกับ กอ.รมน. โดยที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สาธารสุข ได้แนะนำเจ้าของฟาร์ม ให้ทำคูระบายน้ำระบบปิด เพื่อไม่มีกลิ่นไปยังบริเวณใกล้เคียง ก็ได้รับคำตอบว่าได้ทำตามคำแนะนำของ ทาง กอ.รมน.และสาธารณสุขแล้ว แต่ตนเห็นว่าก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นอีก จึงต้องให้หน่วยงานระดับอำเภอ และจังหวัดดำเนินการแก้ปัญหา โดยส่วนตัว คิดว่าหากทางเจ้าของฟาร์มดูแลคอยฉีดสเปรย์น้ำอยู่ตลอด ก็คงจะสามารถลดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มได้
ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของฟาร์มดังกล่าว ทราบว่า ปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาเมื่อ 6 ปี ก่อน ซึ่งหลังจากได้รับการร้องเรียนเรื่องกลิ่น ก็ดำเนินการแก้ปัญหา ใน 3 ปี แรก ยืนยันว่า ฟาร์มของตนไม่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง ตามที่มีการร้องเรียน เพราะเป็นฟาร์มระบบปิด มีการปิดระบบมูลสุกรและของเสีย มีการสร้างบ่อแก็ส มีม่านน้ำเปิดตลอด 24 ชม.มีการล้างคอกสำหรับสุกรใหญ่ แต่จะให้ไม่มีกลิ่นเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ และพร้อมที่จะให้หน่วยงานทีเกี่ยวเข้าไปตรวจสอบ
ทั้งนี้เชื่อว่า ผู้ที่ร้องเรียนก็ยังเป็นกลุ่มบุคคลเดิมที่เคยร้องเรียนมาตลอด โดยเฉพาะช่วงก่อนที่จะจับหมูแต่ละครั้ง ซึ่งหลังจากนี้ประมาณ 10 วัน ก็จะมีการจับหมูอีกครั้ง และจะมีการพักฟาร์ม ที่ผ่านมาตนก็ได้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ปัญหา เพราะทางฟาร์มได้รับผลกระทบทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จากที่มีการร้องเรียน ทั้งที่ทำตามข้อแนะนำทุกอย่างแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย