xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยรายใหม่จากไวรัสใน‘จีน’พุ่งพรวด 2 วันติดต่อกัน

เผยแพร่:


<i>เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้หนึ่งใช้อุปกรณ์สื่อสารพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานซึ่งกำลังทำงานอยู่ในหอผู้ป่วยแยกเดี่ยวซึ่งปรับระดับความดันในห้องเป็นลบ (negative-pressure isolation ward) ณ โรงพยาบาลจินหยินฐาน ในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) </i>
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

China’s virus death toll approaches 1,400
By Laurent Thomet
14/02/2020

จำนวนผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตจากไวรัส “โควิด-19” ในจีนพุ่งพรวดขึ้นทั้งในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) และวันศุกร์ (14) ด้วยคำอธิบายว่าเพราะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการวินิจฉัยโรค

ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในแดนมังกรเพิ่มขึ้นมาเกือบ 1,400 คน ตามการแถลงข่าวประจำวันของทางการจีนเมื่อเช้าวันศุกร์ (14 ก.พ.) ขณะที่สหรัฐฯโวยวายว่า ปักกิ่ง “ขาดไร้ความโปร่งใส” ในการรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วโลก

เวลานี้ ยอดรวมของผู้ป่วยทั้งหมดในจีนก็อยู่ในระดับมากกว่า 64,000 คน โดยที่ช่วง 2 วันหลังสุดที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ามีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างพรวดพราด ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการวินิจฉัยโรค

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ (National Health Commission) ได้เปิดเผยด้วยว่ามีความผิดพลาดทางข้อมูลสถิติ ดังนั้นจึงได้ตัดลดจำนวนผู้เสียชีวิตในมณฑลหูเป่ยซึ่งมีอู่ฮั่นเป็นเมืองเอกลงไป 108 ราย เนื่องจากเกิดการนับซ้ำสองครั้ง กระนั้นก็ตาม ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วทั้งประเทศที่ประกาศตอนเช้าวันศุกร์ (14 ก.พ.) นี้ ก็ยังคงขยับขึ้นเป็น 1,383 ราย

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) กล่าวยกย่องชมเชยจีนในเรื่องมาตรการรับมือกับโรคติดต่อคราวนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับการมุ่งปกปิดอำพรางข้อมูลในครั้งโรคซาร์ส (โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง) ระบาดช่วงปี 2002-2003 ทว่าเจ้าหน้าที่ระดับท็อปผู้หนึ่งของทำเนียบขาวก็ออกมาวิจารณ์ในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) ว่า ปักกิ่งควรที่จะเปิดเผยให้มากกว่านี้

“เรารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างที่เราไม่ได้รับเชิญให้เข้าไป และเรารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างในเรื่องการขาดความโปร่งใสออกมาจากฝ่ายจีน” แลร์รี คุดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าว

คุดโลว์บอกว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวย้ำให้ความมั่นใจกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ปักกิ่งจะยอมรับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ทว่า “พวกเขาไม่ได้อนุญาตพวกเราหรอก”

การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ของคุดโลว์ ตัดแย้งเป็นตรงกันข้ามกับท่าทีของทรัมป์ซึ่งดูเหมือนมีความเชื่อมั่นในจีน โดยที่ผู้นำสหรัฐฯกล่าวในรายการทางสถานีวิทยุรายการหนึ่งว่า สีเป็น “คนที่มีความสามารถอย่างยิ่ง” และบอกอีกว่า สหรัฐฯ “กำลังทำงานกับพวกเขา” และ “กำลังส่งผู้คนจำนวนมาก” ไปยังจีน

ขนาดขอบเขตของโรคระบาดครั้งนี้ดูเหมือนจะใหญ่โตรุนแรงขึ้นกว่าเดิมมากในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) หลังจากพวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวิกฤตการณ์คราวนี้ เริ่มต้นนับจำนวนคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยรวมเอาผู้ที่ “ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก” จากการดูภาพสแกนปอดด้วย เพิ่มเติมจากเดิมซึ่งนับเฉพาะพวกที่ได้รับการยืนยันด้วยผลตรวจทางห้องแล็ปเท่านั้น

การแก้ไขใหม่เช่นนี้ทำให้จำนวนคนป่วยในหูเป่ยเพิ่มขึ้นมาเกือบ 15,000 รายในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) วันเดียว โดยที่พวกเจ้าหน้าที่กำลังอธิบายว่ามีการนำเอาตัวเลขคนไข้ซึ่งตรวจพบก่อนหน้านี้ตามคำจำกัดความใหม่ มารวมเอาไว้ด้วย ทั้งนี้ผู้ป่วยด้วยไวรัสนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วในเมืองอู่ฮั่น

องค์การอนามัยโลกก็สำทับว่าจำนวนซึ่งแถลงล่าสุดเหล่านี้ นำเอาพวกคนป่วยย้อนหลังกลับไปหลายๆ สัปดาห์เข้ามารวมเอาไว้

การพุ่งพรวดขึ้นมาในวันเดียวเช่นนี้ “ไม่ได้แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในวิถีโคจรของการระบาดคราวนี้” เป็นคำยืนยันของ ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโปรแกรมเหตุฉุกเฉินทางสาธารณสุขของ ฮู

การเปลี่ยนแปลงวิธีการวินิจฉัยโรคเช่นนี้ จะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด แทนที่จะต้องรอผลการทดสอบจากห้องแล็ป พวกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสำทับ

“การทดสอบในห้องแล็ปนั้นมีการคั่งค้างทำกันไม่ทันอยู่เหมือนกัน และการเปลี่ยนแปลงก็จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม” ไรอัน บอก

<i>แพทย์ตรวจดูอาการคนไข้ในโรงพยาบาลจินหยินฐานซึ่งได้รับมอบหมายให้รักษาคนไข้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่มีอาการหนัก ในเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) </i>
ในการแถลงประจำวันเมื่อวันศุกร์ (14 ก.พ.) คณะกรรมการสาธารณสุขของมณฑลหูเป่ยระบุว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 116 ราย และผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 4,800 ราย โดยในจำนวนนี้ มีมากกว่า 3,000 รายเป็นผู้ที่ “ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก”

“เป็นการดีกว่าที่จะยอมรับผลการวินิจฉัยทางคลินิกและรับคนไข้เข้ามารักษา ... แทนที่จะปล่อยให้เกิดช่องโหว่สำหรับความข้องใจสงสัย” ต่ง เจ้าฮุย (Tong Zhaohui) รองประธานของโรงพยาบาลปักกิ่ง เฉาหยาง (Beijing Chaoyang Hospital) กล่าวในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) ที่หูเป่ย

ตามรายงานประจำวันตอนเช้าวันศุกร์ (14 ก.พ.) ของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ ในท้องที่อื่นๆ ของจีนนอกเหนือจากหูเป่ย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5 ราย และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 217 ราย โดยที่จำนวนคนไข้ใหม่นอกหูเป่ยได้ลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 10 แล้ว

ทางการได้สั่งกักกันโรคประชาชนราว 56 ล้านคนในมณฑลหูเป่ยมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในความพยายามอันใหญ่โตมโหฬารชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19

ในสัปดาห์นี้ มีเมืองใหญ่บางแห่งในหูเป่ยกำลังเพิ่มความเข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการปิดตายย่านที่อยู่อาศัยต่างๆ โดยวิธีการซึ่งพวกเขาเปรียบเทียบว่าเหมือนมาตรการ “ยามสงคราม”

จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศเกี่ยวกับความบกพร่องในการจัดการกับวิกฤตการณ์คราวนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังได้สั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับท็อปในหูเป่ย 2 ราย และแทนที่พวกเขาด้วยผู้ปฏิบัติงานอาวุโสที่มีภูมิหลังเคยผ่านงานด้านความมั่นคง

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหวาของทางการจีนเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) เจี่ยง เชาเหลียง (Jiang Chaoliang) เลขาธิการพรรคสาขามณฑลหูเป่ย จะถูกแทนที่โดย อิง หย่ง (Ying Yong) นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ขณะ เลขาธิการพรรคสาขาเมืองอู่ฮั่น หม่า กั๋วเฉียง (Ma Guoqiang) จะถูกแทนที่โดย หวัง จงหลิน (Wang Zhonglin) นายกเทศมนตรีเมืองจี้หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตง

พวกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอู่ฮั่นและหูเป่ยเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยถูกมองว่าไร้ความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของนายแพทย์ชาวจีนผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ออกมาป่าวร้องเตือนภัยเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสใหม่นี้ แต่กลับถูกพวกผู้รับผิดชอบของอู่ฮั่นตำหนิลงโทษ

พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของอู่ฮั่นยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องยังคงเดินหน้าจัดงานเลี้ยงประชาชนครั้งใหญ่ประจำปีในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีการเชื้อเชิญครอบครัวต่างๆ เข้าร่วม 40,000 ครอบครัว เพียงไม่กี่วันก่อนที่นครแห่งนี้ต้องประกาศมาตรการกักกันโรค

ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในมณฑลหูเป่ย ยังมีดังเช่น เจ้าหน้าที่ระดับท็อปของสภากาชาดในอู่ฮั่นผู้หนึ่งถูกปลดในความผิดฐานละทิ้งหน้าที่ และการโยกย้ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลายรายในเมืองใหญ่แห่งอื่นๆ

(เก็บความจากเรื่อง China virus death toll nears 1,400, US bemoans 'lack of transparency' ของสำนักข่าวเอเอฟพี https://www.asiatimes.com/2020/02/article/chinas-virus-death-toll-approaches-1400/ โดยผู้แปลยังได้เพิ่มเติมข้อมูลจากรายงานเรื่อง China sacks party chiefs at virus epicenter ของสำนักข่าวเอเอฟพีเช่นกัน https://www.asiatimes.com/2020/02/article/china-sacks-party-chiefs-at-virus-epicentre/?_=4565017)
กำลังโหลดความคิดเห็น...