xs
xsm
sm
md
lg

ความหวังฟื้นคืน! หมอใหญ่ทำเนียบขาวยันเองผลทดลองยา “remdesivir” ในสหรัฐฯได้ผล ช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเอฟพี - ผลการศึกษาใหม่ครั้งใหญ่ ได้พิสูจน์ว่าทดลองต่อต้านไวรัส มีประสิทธิผลช่วยปกป้องชีวิตคนไข้ ผู้มีอาการสาหัสจากการติดเชื้อโควิด-19 จากการเปิดเผยของ นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐฯในวันพุธ (29 เม.ย.)

นายแพทย์แอนโธนี เฟาซี กล่าวที่ทำเนียบขาว ว่า “ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า remdesivir ส่งผลในทางบวกอย่างชัดเจน และมีนัยสำคัญ ในการลดระยะเวลาของการฟื้นไข้” เขากล่าว “นี่คือ ข้อพิสูจน์ว่ายาสามารถบล็อกไวรัส” พร้อมเปรียบเทียบมันกับการค้นพบวิธีการรักษาโรคเอดส์เมื่อ 4 ทศวรรษก่อน

ก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผลการทดลองทางคลินิกในจีน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า พบว่า ยาทดลองต่อต้านไวรัส “Remdesivir” ของบริษัท Gilead Sciences Inc ล้มเหลวในการช่วยเหลือคนไข้โควิด-19 ที่มีอาการหนัก ในเรื่องนี้ นพ.เฟาซี บอกว่า การทดลองในจีนนั้น “ไม่ได้มีการศึกษาอย่างพอเพียง”

นพ.แอนโธนี เฟาซี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐฯ และเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของคณะทำงานเฉพาะกิจรับมือกับการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า Gilead บริษัทยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพูดคุยกับรัฐบาลในการปล่อยยา Remdesivir ออกมาก่อน เพื่อใช้กับเคสที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

เขาบอกว่า มันมีความหมายกับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เพราะว่าในการศึกษานั้นได้ทดลองกับผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลแล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงกลุ่มคนที่มีอาการเล็กๆ น้อยๆ หรือมีอาการในระยะแรกๆ

ในฐานะเคยเป็นหัวขบวนในการค้นหาแนวทางรักษาระหว่างวิกฤตเอชเอวี หรือ โรคเอดส์ ซึ่งเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1980 นพ.เฟาซี บอกว่า ผลการวิจัยดังกล่าวทำให้เขาย้อนนึกถึงเมื่อครั้งสามารถผ่าทางตันช่วงต้นๆ ระหว่างการแพร่ระบาดของเอดส์

“มันย้อนให้นึกถึงเมื่อ 34 ปี ในปี 1986 ตอนที่เรากำลังดิ้นรนหายารักษาไอชไอวี และเราไม่มีอะไรเลย” เขากล่าว “มันเปิดประตูสู่ข้อเท็จจริงที่ว่า ตอนนี้เรามีศักยภาพในการรักษาคนไข้แล้ว”

นพ.เฟาซี เน้นย้ำว่า ผลการศึกษาในสหรัฐฯมีความน่าเชื่อถือ ต่างจากเวอร์ชันที่มีจุดอ่อน ในการวิจัยที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เผยแพร่ในวารสารด้านการแพทย์ The Lancet “มันเป็นการทดลองที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก เป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม”

เขาบอกว่า องค์การอาหารและยา จะเริ่มทำให้ remdesivir ง่ายต่อการเข้าถึงสำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นจริงๆ แต่การปล่อยสู่ตลาดมวลชนนั้นจำเป็นต้องอนุมัติภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่า

ทรัมป์เรียกผลการศึกษานี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นเหตุการณ์ที่เป็นบวกอย่างมาก

ทั้งนี้ รายงานจากนิวยอร์กไทมส์อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล บอกว่า ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อาจแถลงตัดสินใจอนุญาตให้ใช้ยา remdesivir ในกรณีฉุกเฉินอย่างเร็วที่สุดในวันพุธ (29 เม.ย.) เลย

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน Gilead Sciences แถลงว่า ทางบริษัทได้รับข้อมูลที่น่าพึงพอใจในการใช้ยา remdesivir ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

Gilead ระบุว่า ผลการศึกษาการใช้ยา remdesivir ซึ่งทางบริษัทดำเนินการร่วมกับสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ มีผลการรักษาเป็นไปตามเป้าหมายในเบื้องต้น

Gilead ยังเปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนอย่างน้อย 50% ที่ได้รับยา remdesivir เป็นเวลา 5 วัน มีอาการดีขึ้น และผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 50% ที่ได้รับยา remdesivir สามารถออกจากโรงพยาบาลภายในเวลา 2 สัปดาห์
กำลังโหลดความคิดเห็น