ศูนย์ข่าวภูเก็ต - คนรักษ์ทะเลยอมไม่ได้ พบปะการังบนเรือถูกเยียบย่ำเสียหายยับหลังนักดำน้ำลงไปถ่ายรูปแบบใกล้ชิด ขณะที่รัฐมนตรีสั่งต้องจัดการขั้นเด็ดขาด
จากกรณีมีการแชร์ภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำและขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือปะการังเทียมแบบใกล้ชิด จกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ปะการังที่ลงเกาะบนเรือลำดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการแพร่ภาพดังกล่าวออกไป ล่าสุด ทางเพจจิตอาสา Go Eco Phuket ได้โพสต์ภาพการสำรวจปะการังบริเวณเรือดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า #จากที่เกิดเหตุเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต บริเวณอ่าว 1 ตรงจุดเรือจม วันนี้ (15 ก.ค.63) เวลาประมาณ 09.50 น. กรรมการ Go Eco Phuket ได้ดำลงไปที่ความลึกประมาณ 15 เมตร เพื่อถ่ายภาพและสำรวจร่องรอยความเสียหายจากการกระทำของกลุ่มดำน้ำที่เป็นข่าว
เห็นแล้วรู้สึกเสียใจมากเลยครับ ครูที่ดำลงไปแจ้งเราว่า มีร่องรอยการทับ การเหยียบ การจับ ทำให้ปะการังหักละเอียดเป็นชิ้นๆเต็มไปหมด (ให้เทียบดูจากภาพตามจุดที่พวกเขาใช้ถ่ายรูป) นี่คือผลงานของพวกคุณ!! จากการดำน้ำที่ไร้จิตสำนึก นี่หรือบริษัททัวร์มืออาชีพ ครูสอนดำน้ำมืออาชีพที่เขาสมควรทำกัน ผลประโยชน์รับกันเต็มๆ ลูกทัวร์ได้เที่ยว เจ้าของทัวร์ได้ตังค์ ได้ภาพสวยๆ ได้โปรโมตบริษัท แต่กับฝากรอยเท้า ร่องรอยแห่งการทำลายไว้ให้พวกเราดูต่างหน้ากัน #คนรักษ์ทะเลคงไม่ยอม Cr.ครูนัทกรรมการ Go Eco Phuket
หลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความออกไป ปรากฏว่า มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยไม่เห็นด้วยกับการกระทำ มองว่าเป็นการท่องเที่ยวแบบไร้จิตสำนึก ไม่ช่วยกันรักษาธรรมชาติและทำให้ปะการังได้รับความเสียหาย เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ขณะที่เพจของทางกรมทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาโพสต์ข้อความ กรณีดังกล่าว โดยระบุถึงการให้สัมภาษณ์ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ระบุว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อปะการังที่เกาะอาศัยอยู่ จากภาพจะเห็นได้ว่าเริ่มมีการเกาะตัวของปะการังอ่อน หรือพืชขนาดเล็กขึ้นปกคลุมซากเรือลำนี้แล้ว การนั่งหรือการเหยียบบริเวณดังกล่าวจะสร้างความเสียหายทำให้ปะการังอ่อนเกิดการแตกหักได้ พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงเร่งตรวจสอบและหามาตรการจัดการอย่างเป็นระบบ
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ธรรมชาติได้พักฟื้นในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนคืนความสมบูรณ์จนเป็นที่ประจักษ์ในหลายพื้นที่ เราทุกคนต้องช่วยธรรมชาติในการฟื้นฟูตัวเอง ต้องเว้นระยะห่างระหว่างระบบนิเวศทางธรรมชาติ ลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงปรับพฤติกรรมที่คำนึงถึงความสมบูรณ์และคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามจะคงอยู่กับประเทศไทยไปอีกนานเพื่อส่งผ่านไปยังลูกหลานของเราในรุ่นต่อไป