xs
xsm
sm
md
lg

ต้องรอถึงเมื่อไหร่? “น้องบีม” รถชนพิการ-ทนายโกงเงินเยียวยา 5 ล้าน ล่าสุด ศาลฎีกาให้ชนะคดี แต่บริษัทรถพ่วงยังไม่ยอมจ่าย!

เผยแพร่:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปติดตามความคืบหน้าชีวิตของ “น้องบีม-ภัทรดา” ที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกรถพ่วงชนจนสูญเสียพ่อ ขณะที่ตนเองพิการตั้งแต่วัยแค่ขวบเศษ ซึ่งล่าสุด เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ศาลฎีกาตัดสินให้น้องบีมและแม่ชนะคดีแล้ว แต่ทางบริษัทรถพ่วง จำเลย กลับเงียบ ยังไม่จ่ายเงินเยียวยา 5 ล้านตามศาลสั่งแต่อย่างใด

อุบัติเหตุเกิดขึ้นครั้งใด ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสีย บางครั้งอาจไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่รวมถึงชีวิตของผู้ประสบที่อาจถูกพรากไป เช่นเดียวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับน้องบีม ภัทรดา แก้วผ่อง และครอบครัวเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ที่ไม่เพียงทำให้เธอต้องสูญเสียพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ตัวเธอเองก็ต้องกลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ ตั้งแต่วัยแค่ขวบเศษ จนถึงปัจจุบัน


“พรทิพย์ จันทรัตน์” คุณแม่น้องบีม ย้อนเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม
“10 ก.พ.2548 จำขึ้นใจไม่เคยลืมเลย มันเป็นเหตุการณ์ที่รถของแม่ประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ วันนั้นพ่อจะพาไปเยี่ยมคุณทวดของเขา ไปกัน 4 คน เพื่อนขับ เยี่ยมทวดเรียบร้อย ขับรถกลับมาจากบ้านทวดประมาณจะทุ่มหนึ่ง 6 โมงครึ่งแล้ว พอมาถึงปั๊ม ปตท. รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อออกมา เขาออกแบบตัดหน้า ออกมาขวางเต็มถนนเลย ตอนนั้นน้องหลับ นั่งกับแม่อยู่แค็บกลาง พ่อนั่งอยู่ด้านซ้ายกับคนขับ (ถาม-ตอนนั้นน้องอายุ?) ขวบแปดเดือน พอแม่เห็นรถจะชนแน่นอน แม่ก็เอาน้องขึ้นมากอด”


อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่เพียงคร่าชีวิตคุณพ่อน้องบีม แต่ยังทำให้น้องพิการ และคุณแม่น้องบาดเจ็บขาหัก ไม่มีโอกาสไปร่วมงานศพสามีด้วยซ้ำ
ชีวิตที่ทำใจไม่ได้ ส่งผลให้แม่น้องเก็บตัวอยู่ในห้องกับลูกสาวที่พิการที่บ้านแม่ จ.สุราษฎร์ธานี นานถึง 3 ปีก่อนตัดสินใจพาน้องบีมมาเช่าบ้านอยู่ที่ จ.นนทบุรี เพื่อให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือ


“แม่มาเช่าบ้านอยู่แถววัดชลประทานฯ ค่าเช่าบ้านเดือนละพันเศษๆ แม่ก็พาน้องเรียนที่ รร.ศรีสังวาลย์ ของสมเด็จย่า และมีครูหวังดี ครูทำการบูร ครูบอกว่า แม่เอาการบูรไปขายนะ จะได้มีรายได้ แม่ขายได้เท่าไหร่ก็เอาไปเลย ครูไม่เอา ครูช่วยแม่กับน้องบีมแล้วกัน หลังจากนั้นมา ชีวิตแม่ก็เริ่มที่วัดชลฯ มาจนถึงทุกวันนี้”


และที่วัดชลประทานฯ นี่เอง ที่คุณพรทิพย์ได้พบกับทนายความคนหนึ่ง ซึ่งจุดประกายให้เธอมีความหวังว่า จะได้รับเงินเยียวยาจากบริษัทรถพ่วง คู่กรณี

“แม่ไปขายของกับน้องที่วัด แล้วเขาก็มาซื้อของน้อง เขาก็ถาม น้องเป็นอะไรถึงได้มานั่งรถเข็น แม่ก็เล่าให้เขาฟัง เขาเลยบอก แม่ลองรวบรวมเอกสารมาให้ผมดู ผมก็เป็นทนาย เผื่อผมจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง แม่ก็รวบรวมเอกสารทุกอย่างที่แม่เคยไปศาลให้เขาดู พอเขาดูเอกสาร เขาบอกคดีแม่น่าจะได้ตังค์แล้วนะ แต่ทำไมไม่ได้สักที เกิดอะไรขึ้น เขาเลยบอก แม่แต่งตั้งให้ผมเป็นทนาย แล้วผมจะช่วยดูแลคดีของแม่เอง”



“ถ้าจำไม่ผิด ปี 57 เขาบอกว่า แม่มีใบศาลเรียกมานะ หมายศาลเรียกมา เดี๋ยวผมลงไปเอง แม่ไม่ต้องลงไป แต่ครั้งนี้ เขาก็เอากระดาษมาให้แม่ที่ รร.น้องบีม บอก แม่เดี๋ยวแม่เซ็นตรงนี้ให้ผมด้วยนะ เพราะถ้าแม่ไม่ลงไป เกิดผมไปที่ศาลแล้ว แล้วต้องใช้ทำอะไรสักอย่าง ต้องมีลายเซ็นแม่”



สุดท้าย มิจฉาชีพในคราบทนายความพร้อมภรรยา ก็ปลอมแปลงเอกสารว่าคุณพรทิพย์ ผู้เสียหาย มอบอำนาจให้ไปรับเงินเยียวยาแทนจำนวน 5 ล้านบาท ก่อนจะหลอกคุณพรทิพย์ว่า บริษัทเจ้าของรถพ่วงจ่ายเงินเยียวยา 1 ล้าน แต่จะทยอยจ่ายรายเดือน ซึ่งคุณพรทิพย์ได้รับเงินโอนอยู่ไม่กี่งวด เป็นเงินรวม 2 แสนกว่า ก่อนที่ผู้โอนจะหยุดโอน และคุณพรทิพย์มาทราบภายหลังว่า ผู้ที่โอนเงินให้ไม่ใช่บริษัทเจ้าของรถพ่วง แต่คือทนายความจอมโกงกับภรรยาที่เชิดเงิน 5 ล้านไปแล้วนั่นเอง!!


“(ถาม-วินาทีนั้นเป็นอย่างไรบ้างแม่?) น้ำตาไหลเลย นั่งนึก เราโดนแล้ว เราโดนทนายของเราเล่นซะแล้ว”
“น้องบีม” ยอมรับ โกรธทนายความที่โกงเงิน 5 ล้าน


“หลังจากที่เรารู้ว่าเป็นทนายของเราเองที่โกงเงิน ก็รู้สึกทำไมต้องมาเกิดกับเราด้วย เพราะรถชนก็ทีหนึ่งแล้ว ทนายยังมาโกงเงินเราอีก ก็รู้สึกโกรธทนาย เพราะเราไว้ใจเขามาก เพราะเขาเป็นทางเดียวที่ช่วยเราได้”


หลังครอบครัวสูญเสียเสาหลัก น้องบีมและแม่ต้องดิ้นรนทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ โชคดีมีผู้ใจบุญลงทุนเปิดร้านกาแฟให้น้องบีมและแม่ได้ขายกาแฟยังชีพ ขณะที่น้องบีม ก็ทำขนมบราวนี่ขายทางออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โกโก้ บราวนี่ By บีม ภัทรดา นอกจากนี้น้องบีมและแม่ ยังต้องหารายได้เสริม ด้วยการไปขายดอกไม้แห้งที่วัดชลประทานฯ เวลามีงานศพอีกด้วย


ชีวิตลำบาก เคยถึงขั้น “ไม่มีข้าวกิน”!!

“เคยมีเงินแค่ 20 บาท ทั้งเนื้อทั้งตัว ในใจนึกเงิน 20 บาททำอะไรได้บ้าง (ถาม-สรุปแล้วทำอะไรได้ไหม?) ทำอะไรไม่ได้ แม่เลยชวนน้อง ไปลูกเข้าวัดกัน (ถาม-ไปทำอะไร?) ไปช่วยที่วัด ทำโน่นทำนี่ กวาดขยะ เดี๋ยวนี้ยิ่งมีโรงทาน ก็เหมือนกับเรา (ถาม-เราก็เข้าไปทานข้าวที่โรงทาน?) บางทีหลวงพี่ก็จัดนม ข้าวสาร สารพัดให้กลับมาบ้านกัน”


“พรทิพย์” คุณแม่น้องบีม เคยเหนื่อย-ท้อ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่!!

“จุดเปลี่ยนคือ พอเราเห็นลูกเราสู้ สู้ทุกอย่าง กลับมาจากร้านกาแฟ มาถึงบ้าน เขาก็จัดของเตรียมขายที่วัด มีความรู้สึกคือ เขาไม่บ่นเลยว่า แม่วันนี้หนูเหนื่อยแล้วนะ พอแล้วแม่ เขามีแต่ ไปแม่ ขายของกัน”


ส่วนความคืบหน้าด้านคดี ในที่สุด นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่โกงเงินเยียวยาน้องบีมและแม่ 5 ล้าน ก็ถูกศาลพิพากษาจำคุก 12 ปี เมื่อจำเลยสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

หลังถูกทนายโกงเงินเยียวยา 5 ล้าน คุณพรทิพย์ตัดสินใจสู้คดีต่อ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมองว่าบริษัทเจ้าของรถพ่วงควรรับผิดชอบ เพราะเธอไม่ได้มอบอำนาจให้ทนายไปรับเงินเยียวยาแทน


...หลังจากรอที่จะได้รับความเป็นธรรมมานานถึง 15 ปีนับแต่วันเกิดเหตุ ในที่สุด ศาลฎีกาได้ตัดสินเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2563 ที่ผ่านมา ให้น้องบีมและแม่เป็นฝ่ายชนะคดี ต้องได้รับเงินเยียวยาจากบริษัทรถพ่วง (บริษัท น.นน อินเตอร์เฟรท ประเทศไทย จำกัด) จำเลย ประมาณ 5 ล้านบาท แต่หลังศาลพิพากษาจนถึงวันนี้ ผ่านมาหลายวันแล้ว ทางบริษัทรถพ่วงยังคงเงียบ ไม่ติดต่อหรือจ่ายเงินเยียวยาตามที่ศาลสั่งแต่อย่างใด

“ณ วันแรกที่แม่รู้ สภาทนายฯ โทรบอกแม่ชนะคดีศาลฎีกาแล้ว รู้สึกดีใจมากๆ สิ้นสุดแล้ว ต้องได้ตังค์แล้ว แต่พอทางสภาทนายฯ บอกว่า มีคำว่า “แต่” แค่นั้นแหละ ชนะแต่ยังไม่ได้ตังค์ ทำให้แม่รู้สึกหดหู่กลับมาอีกครั้ง ชนะแต่ไม่ได้ตังค์หมายความว่าอะไร ท่านบอกว่า บริษัทรถยังทำเฉย ไม่ติดต่อมา แต่วันที่ไปศาล เขาก็มาฟัง เขาก็รู้คำตอบหมดแล้วว่าศาลตัดสินให้แม่ชนะคดี ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.จนวันนี้จะ 20 เขาไม่ติดต่อมาเลย เงียบไปเลย”


“หนูรู้สึกโล่งใจที่ศาลตัดสินให้เราชนะคดี แต่สิ่งหนึ่งที่ยังรู้สึกติดนิดหน่อยคือ เราต้องรอไปอีกเท่าไหร่ อีกนานไหม มีทนายของเราอธิบายให้ฟัง ต่อไปนี้ขั้นตอนเป็นแบบนี้ หนูเลยรู้สึกว่า ศาลตัดสินให้เราชนะคดีแล้ว แต่หนูยังไม่ได้ตังค์ หนูต้องรออีกกี่เดือนกี่ปี รอกระบวนการต่างๆ นั้นนานไหม”



แม่ วอนบริษัทรถพ่วง จำเลย เมตตา “น้องบีม” ด้วย!!

“ตอนที่แม่ขึ้นศาลใหม่ๆ แม่เคยพูดกับนักข่าวว่า แม่หาความยุติธรรมไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ แม่เข้าใจแล้วว่า ความยุติธรรม ศาลท่านมีให้แม่ แต่ถ้าถามว่า ความยุติธรรมบริษัทรถกับแม่ เขาไม่มีความยุติธรรมให้แม่กับน้องบีมเลย แม่ขอถามสักคำเถอะว่า ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกหลานของบริษัทรถ เขาจะมีความรู้สึกเหมือนแม่ไหม น้องโดนมาตั้งแต่อายุแค่ 1 ขวบ 8 เดือน ต้องนั่งรถเข็น ไม่ได้เป็นเด็กพิการแต่กำเนิด มาโดนรถบริษัทคุณชน น้องต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต แม่ฝากบริษัทรถ แม่ยกมือไหว้ขอบริษัทรถเลยว่า ให้คุณมีความเมตตาเด็กที่ชื่อน้องบีม ที่ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต จนปัจจุบันน้องอายุ 17 ปี ขอความเมตตาให้คุณกลับมาสงสารเด็กอีกสักครั้ง ซึ่งความเมตตาที่แม่ขอ ศาลก็ตัดสินให้แม่ชนะแล้ว แม่ขอความยุติธรรมให้คุณบริษัทรถโดยตรง มีความเมตตาให้ลูกสาวแม่หน่อย ถ้าบริษัทรถได้ยินข่าวที่แม่ออกแต่ละช่องแต่ละสื่อ แม่ขอความเมตตาด้วยเถอะ”



15 ปี ที่น้องบีมและแม่รอความเป็นธรรม ใครจะคิดว่า เมื่อศาลให้ความเป็นธรรมแล้ว แต่จำเลยกลับเพิกเฉย ยังไม่คิดจะติดต่อหรือเยียวยาผู้สูญเสียตามที่ศาลสั่ง รู้ทั้งรู้ว่าชีวิตของน้องบีมและแม่ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ...น่าคิดอย่างยิ่งว่า หัวใจเจ้าของบริษัทรถพ่วง ทำด้วยอะไร จึงไม่คิดจะเหลียวแลผู้สูญเสีย คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ที่สุดแล้ว น้องบีมและแม่จะได้รับเงินเยียวยาจากบริษัทรถพ่วงหรือไม่?


หากท่านใดต้องการอุดหนุนขนมบราวนี่ของน้องบีม เพื่อให้น้องพอมีรายได้ยังชีพและรักษาตัว สามารถสั่งได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “โกโก้ บราวนี่ By บีม ภัทรดา” หรือหากต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของน้องบีม เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะได้รับการเยียวยาจากบริษัทคู่กรณีหรือไม่ สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชื่อบัญชี น.ส.ภัทรดา แก้วผ่อง เลขที่บัญชี 626-1-29169-4

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


กำลังโหลดความคิดเห็น...