xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ถึงเวลาวางบิลอัยการ “พัวพันคดีบอส”

เผยแพร่:



“สนธิ”ย้ำคดี “บอส อยู่วิทยา” มีหลักฐานชัด อัยการสูงสุดคนก่อนสั่งฟ้องไปแล้ว แต่กลับมีการดึงเรื่องออกมาทำความเห็นใหม่เป็นสั่งไม่ฟ้อง ชี้ รอง อสส. “เนตร นาคสุข” และ อสส. “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” ต้องรับผิดชอบ นายกฯ ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ยกกรณีเกาหลี อัยการอยู่ใต้กระทรวงยุติธรรม กล้าสั่งฟ้องอดีตประธานาธิบดีข้อหาทุจริต รวมทั้งผู้บริหารบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำผิด แม้แต่เมียรัฐมนตรียุติธรรม พร้อมตั้งคำถาม กองทัพบกให้ทหารสหรัฐฯ เข้ามาฝึกร่วมในสถานการณ์ที่โควิด-19 ยังระบาด มีความจำเป็นอะไร จะเร่งตั้งฐานขีปนาวุธในไทยเพื่อสู้กับจีนหรือไม่

 วันที่ 7 ส.ค.63 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk มาดูกันว่าอัยการที่พัวพันคดี นายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา จะทำอย่างไร และรวมถึงเรื่องที่ทหารสหรัฐ ฯ เข้ามาฝึกในไทยมาทำไมตอนนี้ มีพิรุธหลายอย่าง ส่วนคดียิงกันที่บ่อนพระราม 3 มันสะท้อนถึงอะไร ? ติดตามได้ในรายการ SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep45 ถึงเวลาวางบิลอัยการ “พัวพันคดีบอส”



คำต่อคำ SONDHI TALK [7 ส.ค. 63] : ถึงเวลาวางบิลอัยการพัวพันคดีบอส


วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"


สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ


สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 7 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 สวัสดีครับท่านผู้ชมที่ชมอยู่ทางเฟซบุ๊กและทางยูทูป วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่ยุ่งมากสำหรับผม เพราะผมได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กเป็นกรณีพิเศษถึง 2 วัน คือวันจันทร์ที่ผ่านมา คือวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม และเมื่อวานซืน คือวันพุธที่ 5 สิงหาคม


สรุปแล้วเรื่องของอัยการซึ่งหลักๆ ก็คือ คุณวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด และท่านรองอัยการสูงสุด คุณเนตร ซึ่งทั้งสองคนนี้ตอนนี้กำลังเป็นพระเอก แล้ววันนี้ผมพูดจบแล้วไม่ทราบว่าความเป็นพระเอกนั้นจะกลายเป็นผู้ร้ายหรือเปล่า


ตั้งแต่วันแรกที่ผมพูด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ที่ผมพูดเรื่อง "คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้น" และต่อมาผมมาไลฟ์สดในวันที่ 31 กรกฎาคม โดยพูดถึงเรื่องว่าทำไมอัยการต้องมีเจ้าภาพ แล้วต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ผมเปิดไลฟ์สด "เปิด 7 ช่องโหว่อัยการสั่งไม่ฟ้อง" อธิบายความว่าที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนั้นอ้างเหตุผล 7 ข้อ ผมก็ตอบโต้ไปไปเรียบร้อยแล้วว่าไม่มีเหตุผล และไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม แล้วก็เมื่อวานซืนนี้ไลฟ์อีกทีหนึ่ง 5 สิงหาคม ยังมีอีกมากที่อัยการแถลงแล้วไม่ยอมพูด สรุปแล้วเบ็ดเสร็จ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม จนกระทั่งมาถึงวันนี้ 12 วัน เหตุการณ์พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก

ท่านผู้ชมที่ชมรายการผมเมื่อวานซืนนี้ ท่านผู้ชมก็จะเห็นข้อโต้แย้งของผม โดยที่ผมยืนยันว่าคดีนี้มีการสั่งฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560


แล้วก็เมื่อสั่งฟ้องไปแล้ว เพราะว่าถ้าไม่สั่งฟ้องจะไปขอหมายจับจากศาลท่านได้อย่างไร ที่ศาลอาญาใต้ ทีนี้ วันนี้ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ต่อ เพราะว่าหลังจากที่ผมไลฟ์สดไปเมื่อวันพุธ เมื่อวานนี้ท่านอดีตอัยการสูงสุด คุณอรรถพล ใหญ่สว่าง ปัจจุบันท่านเป็นประธานคณะกรรมการอัยการ หรือที่เรียกว่า ก.อ. สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่เข้าใจในโครงสร้างพวกนี้ ผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ


องค์กรหลายๆ องค์กรจะมีโครงสร้างเป็นกรรมการ อย่างเช่น ตำรวจ ก็จะมี ก.ตร. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรืออีกนัยหนึ่ง ก.ตร. ก็จะเป็นคนซึ่งโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจทุกระดับชั้น ลงโทษ หรือเพิ่มตำแหน่งหน้าที่ ยุบตำแหน่งหน้าที่ หรือมีนโยบายอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับตำรวจออกมา ก็จะเข้าที่ประชุม ก.ตร. ก็คือว่าเป็นคณะกรรมการสูงสุดในองค์กรตำรวจ ทางด้านศาล ก็มีคณะกรรมการ ก.ต. คือคณะกรรมการตุลาการ ก็จะมีการประชุมโดยหลักการแล้วท่านประธานศาลฎีกาจะเป็นประธาน ก.ต. ส่วนกรรมการ ก.ต. ก็จะมีการเลือกตั้งเข้ามา จากระดับศาลชั้นต้นจำนวนกี่ตำแหน่ง ศาลอุทธรณ์กี่ตำแหน่ง ศาลฎีกากี่ตำแหน่ง แล้วก็มาอยู่ในกรรมการชุดนี้ กรรมการชุดนี้ก็ทำหน้าที่ในการโยกย้ายแต่งตั้งผู้พิพากษา บางคนท่านอยู่เป็นหัวหน้าผู้พิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี เมื่อถึงวาระต้องโยกย้าย ท่านก็อาจจะโยกย้ายเข้ามาเป็นหัวหน้าองค์คณะที่ศาลอาญา หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ หรือมาเป็นหัวหน้าศาลแขวงพระนครเหนือ ก็ว่ากันไป แล้ว ก.ต.ก็มีหน้าที่กำหนดกติกา แล้วก็รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล ท่านผู้พิพากษาท่านนี้ประพฤติมิชอบ แต่ ก.ต.จะทำงานเงียบๆ เพราะทางวงการศาลเขาไม่ต้องการให้มีอะไรโฉ่งฉ่าง แต่ว่า ก.ต. วงการศาลเขาจำกัดและกำจัดผู้พิพากษาที่มีพฤติกรรมที่สังคมยอมรับไม่ได้อย่างเงียบๆ โดยวิธีการให้ออกจากราชการทันทีเลย โดยไม่มีบำเหน็จบำนาญ ซึ่งก็ยังเมตตาปรานีอยู่ เพราะว่าผมยังไม่เคยเห็นข้าราชการ ก.ต. ข้าราชการศาลยุติธรรม ถูกให้ออกจากราชการแล้วโดนดำเนินคดีต่อไป ไม่มี ถึงจะผิดแค่ไหนก็แค่ให้ออกจากราชการ ก็นับว่ายังเมตตาปรานีกับคนของตัวเอง ซึ่งผมอยากจะเห็นที่มีอะไรต่อไปมากไปกว่านี้

ทีนี้ก็มา ก.อ. คณะกรรมการอัยการ เนื่องจากโครงสร้างอัยการนั้นพยายามสร้างล้อเลียนแบบศาล ก็เลยต้องมีคณะกรรมการ ก.อ. คือคณะกรรมการอัยการ ซึ่งในคณะกรรมการอัยการนั้นจะต้องประกอบด้วยอดีตอัยการทั้งหมด 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ สมมุติว่ามี 10 ตำแหน่ง 8 ตำแหน่งเป็นของอดีตอัยการ อีก 2 ตำแหน่ง ก็คือคนข้างนอกเข้ามา แล้วก็เลือกคนเป็นประธาน ก.อ.


คณะกรรมการ ก.อ. ก็จะมีหน้าที่ที่จะแต่งตั้ง อย่างเช่น ถ้าอัยการสูงสุดคนนี้ ปีนี้เกษียณอายุ ประมาณกรกฎาคม-สิงหาคม ก็จะเริ่มประชุมและแต่งตั้งกันแล้ว คนที่ควรจะเป็นอัยการสูงสุดคนต่อไปควรจะเป็นใคร เป็นผู้ใด นั่นคือหน้าที่ ก.อ. และในขณะเดียวกัน ก.อ.ก็มีหน้าที่ดูแล กำกับ สำนักงานอัยการสูงสุด ด้วยเหตุนี้ท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตท่านเป็นอัยการสูงสุด ท่านได้รับเลือกเข้ามาเป็นคณะกรรมการ ก.อ. และได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการ ก.อ. ตำแหน่งในกรรมการอัยการนั้น ทุกๆ 2 ปี จะมีการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา คุณอรรถพล ใหญ่สว่าง ก็ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความถึงคุณวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เรื่องการแถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา สรุปง่ายๆ ว่า ท่านอรรถพลฟังการแถลงข่าวของคณะกรรมการชุดนี้ ท่านฟังแล้วท่านก็คงมีความไม่สบายใจหลายประการ ท่านถึงกับพูดออกมาแล้วก็ทำเป็นบันทึกรายงานออกมา ซึ่งแนวทางของการบันทึกรายงานของท่านนั้นก็ค่อนข้างจะชัดเจน ชัดเจนตรงไหน ? ชัดเจนตรงที่ว่า เป็นแนวทางที่ผมได้พูดไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ตอนที่ผมไลฟ์สด คือแนวทางสรุปง่ายๆ ท่านผู้ชม สรุปว่าอะไร ? แนวทางสรุปง่ายๆ ว่า คดีนี้มีการสั่งฟ้องไปแล้ว และคดีนี้ที่มีการสั่งฟ้องไป สั่งฟ้องไปตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2560 ซึ่งคดีนั้นเป็นคดีที่จบไปแล้ว เรียบร้อยแล้ว มันไม่มีอะไรที่ต้องมาต่อเนื่องกันอีก เพราะฉะนั้นเมื่อสั่งฟ้องไปแล้ว ถ้าไม่สั่งฟ้องไปแล้วจะไปขอหมายจับจากศาลอาญาได้อย่างไร


เพราะในมาตรา 66 ระบุชัดเจนว่าการที่จะขอหมายจับ จะต้องมีเหตุผล ศาลท่านต้องพิจารณาเหตุผลว่าทำไมถึงจะต้องขอหมายจับ แล้วคนที่ถูกขอออกหมายจับนั้นผิดตรงไหน และในที่สุดแล้วท่านเลยอนุญาตให้ออกหมายจับได้ ก็แสดงว่าคำสั่งฟ้องของอัยการก็เป็นมูลเหตุทำให้ศาลพิจารณาว่าสมควรออกหมายจับไหม เพราะว่ามาตรา 141 ระบุชัด ในกระบวนการวิธีพิจารณาความอาญา ก็คือว่า ถ้าผู้ต้องหาไม่อยู่ เป็นหน้าที่ของอัยการจะต้องไปเอาตัวผู้ต้องหามา จะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ไม่สนใจ นั่นคือที่มาของการขอหมายจับ


เพราะฉะนั้นเมื่อมันเป็นเช่นนี้ออกมาแล้ว คำสั่งที่ท่านรองอัยการสูงสุด ท่านได้พูดออกมาว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่สั่งไม่ฟ้องหลังจากที่มีการพิจารณาคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา อีกครั้งหนึ่งนั้น เป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง และผมก็ฟันธงลงไปว่า คำสั่งที่ออกมานี้เป็นคำสั่งที่ผิด ผิดระเบียบ และอาจจะถึงขั้นผิดกฎหมายด้วย ประเดี๋ยวผมจะมีหลักฐานชี้แจงให้ดูนะ

สรุปง่ายๆ ว่า วันนี้สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้ ตอนจบมันจะมีคำถามที่สำคัญมาก กรณีนี้ถ้าคุณเนตร รองอัยการสูงสุด ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ไม่ชอบ ต้องโดน 157 แล้วที่สำคัญที่สุดท่านอัยการสูงสุดซึ่งท่านไม่ค่อยได้อยู่ ทุกครั้งที่มีเรื่องใหญ่ๆ ท่านจะมอบให้รองอัยการสูงสุดที่ชื่อเนตร คนนี้ เป็นคนตัดสินใจแทนท่าน แล้วท่านบอกปฏิเสธตลอดเวลาว่า ท่านอยู่ที่ไหน ท่านไปดูงาน นู่นนี่นั่น ท่านอัยการสูงสุดครับ แถวบ้านผม วิธีการของท่านเขาเรียกว่า ติ๊ดชึ่ง คือหลีกเลี่ยง เป็นไปไม่ได้ที่ท่านอัยการสูงสุดท่านจะไม่รู้เรื่องเลยว่าคดีความเป็นอย่างไร และคุณเนตรสั่งอย่างไร เพราะอย่างน้อยที่สุดท่ามก็ต้องมอบอำนาจ หรือท่านต้องมอบว่าคุณเนตรช่วยจัดการเรื่องนี้หน่อยนะ ผมไม่อยากจะกล่าวหาท่าน ว่าท่านอัยการสูงสุด ท่านวงศ์สกุล กับคุณเนตร เป็นทีมที่สมรู้ร่วมคิดกันในการที่จะออกมติสั่งไม่ฟ้อง


เรื่องทั้งหมดนี้ก็เลยมีการถกเถียงกันมามาก จนกระทั่งท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธาน ก.อ. อดีตอัยการสูงสุด ท่านออกมาทำบันทึกส่งไปที่ท่านวงศ์สกุล ชี้แจงให้ฟัง โดยในคำชี้แจงที่ท่านอรรถพลส่งไปนั้น ท่านก็พูดในแนวทางเดียวกับที่ผมได้ไลฟ์สดออกไปให้เห็นว่าในกรณีเดิมที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องไปแล้ว แต่มีการกลับคำสั่งเป็นคำสั่งไม่ฟ้อง ตามระเบียบข้อ 6 กำหนดว่า กรณีที่เห็นควรกลับความเห็นหรือกลับคำสั่งเดิม ให้เสนอตามลำดับขั้นจนถึงอธิบดีเพื่อพิจารณาสั่ง เว้นแต่ความเห็นหรือคำสั่งเดิมนั้นเป็นของอธิบดี ก็ต้องให้เสนอต่อไปที่อัยการสูงสุด หรือรองอัยการสูงสุดผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาสั่ง เพราะฉะนั้นในคดีนี้ ...


ท่านผู้ชมครับ ผมเคยเล่าให้ฟังว่าได้มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมตามระเบียบข้อ 48 ว่าถ้ามีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมแล้ว ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา เอาเรื่องที่มาขอความเป็นธรรมมาพิจารณาดู หลายครั้ง อย่างเช่น คุณวรยุทธ อยู่วิทยา ขอความเป็นธรรมตั้ง 6 ครั้ง ในที่สุดแล้วจบลงด้วยที่ท่านอัยการสูงสุดในยุคนั้น คือ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร ท่านบอกว่าพอแล้ว การขอความเป็นธรรม ไม่ต้องขอแล้ว เพราะเรื่องที่ขอมาเป็นเรื่องเก่าๆ พยานที่่ส่งมาก็เป็นพยานที่ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีเหตุผลจะขอความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นท่านเลยสั่งให้ยุติกระบวนการขอความเป็นธรรม เมื่อท่านสั่งยุติกระบวนการขอความเป็นธรรม ท่านก็สั่งให้อัยการที่ศาลอาญาสั่งฟ้องไปได้เลย ถือว่ากระบวนการสิ้นสุดแล้ว เมื่อกระบวนการสิ้นสุดแล้ว การที่คุณเนตร จะมารื้อคดีนี้ ท่านมีพื้นฐานอะไรในการรื้อคดี แล้วผมจะเอาอะไรให้ดูอย่างหนึ่งท่านผู้ชม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2522 เรี่องของเรื่องก็คือ อธิบดีกรมอัยการคนหนึ่งสั่งฟ้องไปในศาล เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านถูกย้าย อธิบดีกรมอัยการคนใหม่เข้ามา ขอถอนให้รื้อฟื้นคดีนี้ คือไม่ฟ้อง ท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านบอกว่า "เมื่ออธิบดีกรมอัยการชี้ขาดให้ฟ้องคดีตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมตำรวจแล้ว (ก็คือพูดง่ายๆ ว่า คงจะส่งเรื่องไปให้ตำรวจ ตำรวจแย้งกลับมาที่อัยการ อัยการชี้ขาดว่า ถึงตำรวจแย้ง อัยการมีความเห็นว่าควรฟ้อง ก็สั่งฟ้องไป) คำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องคดีของอธิบดีกรมอัยการเป็นอันถึงที่สุด ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 145 พนักงานอัยการต้องฟ้องคดีไปตามนั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอัยการรื้อฟื้นคดีไปตามนั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอัยการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาชี้ขาดใหม่ได้ อธิบดีกรมอัยการจึงไม่มีอำนาจที่จะชี้ขาดกลับคำสั่งของตนได้อีก" ชัดเจนไหมครับท่านผู้ชม


แล้วอีกอย่างหนึ่ง เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปขอถอนหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยอ้างคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการสูงสุด ที่คุณเนตร เป็นคนสั่งไม่ฟ้อง แต่คุณรสนา โตสิตระกูล ไปยื่นคัดค้านการถอนหมายจับ


ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ ตลกมาก ไม่ตลกหรอก น่าสนใจ ศาลจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นขอไต่สวนการถอนหมายจับก่อน สิ่งที่ทำก็คือว่า ตำรวจใส่ตีนสุนัขวิ่งกลับไปเลย ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว ไม่ขอไต่สวนอะไรทั้งสิ้น นี่แปลว่าอะไร ? แปลว่าแสดงว่าข่าวคราวเรื่องพวกนี้ ความไม่ชอบมาพากลก็ไปถึงศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว ท่านผู้พิพากษาคงจะพิจารณากับท่านอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งก็เป็นคนละคนกับคราวที่แล้วที่สั่งฟ้องไป เห็นว่าเรื่องนี้ท่าทางไม่ชอบมาพากล ขอไต่สวนก่อนได้ไหม เมื่อไต่สวนแล้ว ผมเชื่อว่าคุณรสนาก็จะเอาประเด็นต่างๆ มาชี้แจงศาล ที่ผมพูดไป หรือคุณรสนาอาจจะค้นคว้ามาได้อีกทีหนึ่ง ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้ศาลเชื่อได้ว่า เรื่องการนี้ยังไม่จบ เรื่องอัยการที่สั่งไม่ฟ้องยังไม่มีผล เพราะว่ามีข้อขัดแย้งทางกฎหมายหลายอย่าง ต้องพิจารณาต่อไป แสดงว่าตอนนี้นายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา ก็ยังคงโดนหมายจับอยู่เหมือนเดิม ยังไม่มีการถอนหมายจับ

เพราะฉะนั้น เมื่อยังไม่มีการถอนหมายจับ ก็ยังไม่สามารถประสานไปที่อินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ให้ถอนหมายจับเช่นกัน นั่นก็คือว่า นายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา ก็ยังจะต้องมีชนักปักหลัง คือมีหมายจับทั้งกรุงเทพฯ ทั้งประเทศไทย และทั้งต่างประเทศ อยู่คาคอคาหัวเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือวิวัฒนาการที่เดินหน้าต่อไป

ท่านผู้ชมครับ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านเป็นอดีตผู้พิพากษา และข้าราชการตุลาการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ท่านพูดอะไรหลายอย่างซึ่งผมคิดว่าท่านพูดดีมาก แล้วท่านก็แสดงออกอย่างชัดเจน ท่านยกตัวอย่างให้ฟังหลายๆ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าก็โดนใจพวกเรานะ และพวกเราก็เคยพูดมาแล้ว ท่านบอกว่า "เมื่อการใช้ดุลพินิจเป็นเรื่องเฉพาะตัว ผิดถูกก็ให้เจ้าตัวอธิบายกันไป เหตุใดต้องเอาความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งสององค์กรมาออกรับแทนคนสองคน (นั่นก็คือทั้งตำรวจและอัยการ มารับแทนพยานที่กลับชาติมาเกิด ก็คือนายจารุชาติ และ พล.อ.ท.จักรกฤช) ทำไมไม่ให้เขาชี้แจงเอง น่าประหลาดหรือไม่

เมื่อพูดถึงพยานที่เสียชีวิตไปแล้วก็บอกว่าไม่ใช่พยานใหม่ แต่มาให้การเป็นพยานตั้งแต่ 5 วันหลังเกิดเหตุ แล้วทำไมต้องรอถึง 7-8 ปี เพื่อจะให้พยานระลึกชาติย้อนหลังไปว่าเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ในขณะเกิดเหตุขับรถด้วยความเร็วเท่าใด หากความเร็วเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดในคดีนี้จริงๆ แล้ว ทำไมพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนจึงสั่งฟ้องไปแล้วได้ และทำไมต่อมาพนักงานอัยการผู้อื่นจึงค่อยเตือนสติให้พนักงานสอบสวนไปหาข้อมูลนี้มาเพิ่มหลังเวลาผ่านไป 7-8 ปี ทำไมต้องรอให้ผู้กระทำผิดร้องขอความเป็นธรรมเตือนสติอัยการก่อน แล้วอัยการจึงไปเตือนสติพนักงานสอบสวนอีกทีหนึ่ง


พยานผู้นี้ก็เก่งจริงๆ ยังจำได้เป๊ะว่าในเวลาตี 5 เมื่อ 7-8 ปีก่อน ขับรถด้วยความเร็วเท่าใด

คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมก็เป็นคนจำแม่นพอสมควร แต่ผมยังจำไม่ได้เลยว่าเมื่อวานตอน 5 โมงเย็น ผมขับรถด้วยความเร็วเท่าใด เพราะจะมีสักกี่คนที่เวลาขับรถสายตาจะต้องจ้องมองอยู่ที่เข็มวัดความเร็ว และจะมีกี่คนที่เวลาพบอุบัติเหตุจะก้มลงไปดูทันทีเลยว่าขณะนั้นตนเองขับรถด้วยความเร็วเท่าใด"

ท่านผู้ชมครับ ท่านพีระพันธุ์ ท่านกำลังพูดอย่างสุภาพ หรือถ้าท่านพูดอย่างแถวบ้านผม ก็ โธ่เอ๊ย ไอ้เรือหาย ไอ้พยานนี้มันพยานตอแหล แต่ท่านพีระพันธุ์ท่านพูดอย่างสุภาพ

"ท่านผู้อ่านจำได้ไหมครับว่าก่อนอ่านโพสต์ของผมท่านขับรถมาด้วยความเร็วเท่าใด

พนักงานสอบสวนและอัยการบอกว่ารถของพยานคนนี้อยู่ตรงที่เกิดเหตุพอดีและอยู่ในภาพวงจรปิด แต่ไม่บอกว่ามีพยานหลักฐานใดเชื่อได้ว่าพยานคนนี้เป็นเจ้าของรถหรือเกี่ยวข้องกับรถคันดังกล่าวอย่างไร มีพยานหลักฐานใดที่ทำให้เชื่อได้ว่าพยานผู้นี้เป็นคนขับรถหรืออยู่ในรถคันดังกล่าวในเวลานั้นจริง นอกจากคำบอกเล่าของพยานเอง พยานนั่งรถมากับใครที่ยืนยันข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ พยานกำลังจะไปที่ไหนในเวลาตี 5 ทั้งๆ ที่พยานมีภูมิลำเนาอยู่เชียงใหม่ แต่กลับมุ่งหน้าไปทางพระโขนงซึ่งเป็นเส้นทางไปชลบุรี ด้วยเหตุผลใด มาทำอะไรอยู่ที่กรุงเทพฯ จะไปไหน มีธุระอะไรในเวลาตี 5 ฯลฯ เหล่านี้ที่พนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนให้ได้ความชัดเจนจนมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอที่เชื่อได้ก่อนที่จะรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเหตุว่าพยานผู้นี้เป็นประจักษ์พยานจริง มิใช่พยานบอกเล่าที่ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย แต่แทนที่จะให้ได้ความชัดเจนเรื่องนี้ก่อน กลับไปฟังคำบอกเล่าของพยานผู้นี้เลยแล้วนำมาเป็นประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด มันข้ามขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่!!!"

ท่านพีระพันธุ์ท่านกำลังพูดตามประสาคนสุภาพ อดีตผู้พิพากษา แต่แถวบ้านผมเขาบอกว่า ที่พวกมึงทำอย่างนี้กัน สรุปก็คือมึงกำลังช่วยนายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา ใช่ไหม คือพูดง่ายๆ ว่า ท่านพีระพันธุ์ ท่านออกมาให้ความเห็นนี้ ท่านให้ความเห็นเหมือนกับที่ผมตั้งข้อสงสัยและตั้งข้อสังเกตว่าทำไมอัยการ หรือตำรวจ ... เอาล่ะ ตำรวจคิดไม่ออก แต่อัยการต้องคิดออกสิ ถ้าอัยการตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ สุจริต และไม่มีอคติ ต้องคิดแบบที่ท่านพีระพันธุ์คิด ว่าคุณอยู่เชียงใหม่ แต่คุณมาทำบ้าอะไรในกรุงเทพฯ ตี 5 กว่า แล้วทำไม พล.อ.ท.จักรกฤช ต้องมานั่งรถของคุณ แล้วคุณจักรกฤชอ้างว่าไปทำบุญตอนเช้า และสองคนนี้รู้จักกันได้อย่างไร คุณจักรกฤชถึงขยันนั่งรถไอ้บ้านี่ ขับรถปิกอัพไปทำบุญ คุณจักรกฤชไม่มีรถเองหรือ ? เข้าใจไหมครับท่านผู้ชม นี่คือสิ่งที่คนที่อยู่ในวงการสอบสวนต้องคิดเป็น อัยการก็ต้องคิดเป็น แต่อัยการไม่สนใจ พูดอย่างไร เอาอย่างนั้นตลอดเวลา ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกร้าย และค่อนข้างจะตลกบัดซบ เพราะว่าเป็นากรช่วยเหลือนายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา อย่างเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้พิสูจน์ชัดเจน


เอาล่ะ ทีนี้เราจะมาพูดกันเรื่องที่สำคัญมากในวันนี้ ก่อนที่เราจะไปเรื่องนี้ เรื่องนี้ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปมันน่าจะเป็นการตอกฝาโลงแล้ว ตอกฝาโลงท่านอัยการสูงสุด ตอกฝาโลงคุณเนตร รองอัยการสูงสุด แต่ก่อนที่ผมจะพูดคำนี้ออกไป ผมอยากจะขอระบายความรู้สึกหน่อย ผมรู้ว่ามีท่านอัยการทั่วประเทศไทยกำลังติดตามรายการผมอยู่ ผมใคร่ขอพูดกับท่านนิดหนึ่ง ผมไม่ได้โจมตีอัยการดีๆ ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม และไม่มีอคติ ท่านมีหน้าที่พิจารณาหลักฐาน ประจักษ์พยาน ตามข้อกฎหมาย และท่านมีหน้าที่พิจารณาว่าควรจะสั่งฟ้องหรือควรจะสั่งไม่ฟ้อง ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่พวกท่านทำงาน พวกท่านทำงานกันตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าอัยการระดับล่าง ที่เป็นอัยการทำสำนวนและไปฟ้อง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นคนดีทั้งสิ้น แต่ท่านอัยการครับ สิ่งที่ผมทำนี้ ผมไม่ได้มารื้อฟื้นอัยการ แต่ผมกำลังมาพูดให้พวกท่านฟังว่า พวกผู้หลักผู้ใหญ่ของท่าน พอตำแหน่งใหญ่ขึ้นมา พออยู่ในที่ๆ มีผลประโยชน์ ผลประโยชน์ก็เริ่มจะเข้ามาทีละนิดๆ ก็จะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือมีการแอบอ้าง หรือมีการกดดันให้ท่านซึ่งเป็นอัยการตัวเล็กๆ ต้องทำตามที่เขาบอก



ท่านอัยการครับ ท่านอัยการก็รู้ใช่ไหมว่าตำแหน่งอัยการจังหวัด หรือตำแหน่งอัยการเขต หรือตำแหน่งอธิบดีอัยการในคดีที่สำคัญๆ นั้น มันเหมือนโรงพักของตำรวจ ท่านไม่ได้ต่างกว่าตำรวจ ทำไมตำรวจต้องมีโรงพักชั้นหนึ่ง เดี๋ยวตอนจบผมจะพูดเรื่องบ่อน ทำไมตำรวจถึงแย่งกันจะไปนั่งโรงพักบางรัก โรงพักพญาไท มักกะสัน ทองหล่ เพราะแถวนั้นเป็นเขตเศรษฐกิจ สามารถที่จะเดินเข้าไปแล้วจิ้มตรงไหนก็เป็นเงินเป็นทองหมด ฉันใดฉันนั้น อัยการบางคนต่อสู้เพื่อไปเป็นอัยการจังหวัดชลบุรี อัยการในพื้นที่ใดที่มีเศรษฐกิจหรือการลงทุนเยอะๆ อัยการจะแย่งกันไปอยู่ที่นั่น แล้วพอถึงจุดๆ หนึ่ง พอเริ่มใหญ่ขึ้นๆ อัยการไม่เหมือนผู้พิพากษา ก็ขนาดผู้พิพากษาในยุคนี้ท่านยังไม่ค่อยปิดตัวเท่าไร สมัยก่อนท่านปิดตัว หวงตัว เก็บเนื้อเก็บตัว แต่ช่วงหลังก็เริ่มมีการเปิดตัวมากขึ้น อย่างเช่น เดี๋ยวนี้มีผู้พิพากษาไปอบรมงานต่างๆ ไปเรียนหลักสูตรโน้น ไปเรียนหลักสูตรนี้ ไปเรียนหลักสูตร บยส. ไปเรียนหลักสูตรพระปกเกล้า ไปเรียน วปรอ. การไปเรียนพวกนี้ก็ต้องรู้จักนักธุรกิจ ข้าราชการหน่วยงานอื่นๆ ก็สร้างเป็นรุ่นขึ้นมา สร้างเป็นเครือข่ายขึ้นมา แล้วก็สร้างเป็นคนรู้จักขึ้นมา แล้วจากการรู้จักกันไปรู้จักกันมาก็มักจะอ้างว่า ผม บยส. รุ่น 17 ผมพระปกเกล้า รุ่น 98 ผมเป็นประธานรุ่น คุณเป็นประธานรุ่น และในที่สุดแล้วนักธุรกิจจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานรุ่น เพราะนักธุรกิจมีเงิน จัดเลี้ยงก็นักธุรกิจออก ทุกคนจะเฮฮาถ่ายรูปกันมา รุ่นเดียวกัน


ความสัมพันธ์ตรงนี้ผมบอกว่า ผู้พิพากษาช่วงหลังก็เริ่มเปิดประตูให้ไปสัมผัสโลกภายนอก เข้าใจว่าทางผู้หลักผู้ใหญ่คงมองว่าผู้พิพากษาต้องเปิดวิสัยทัศน์กว้าง แต่การเก็บตัวของผู้พิพากษายังค่อนข้างจะแคบ ถึงแม้จะได้ออกไปสัมผัสกับบรรยากาศภายนอก แต่กับอัยการไม่ใช่ อัยการนี่ตีกอล์ฟ อัยการไปเที่ยวอาบอบนวด นี่อัยการระดับที่เริ่มไต่เต้าสูงขึ้นแล้วนะ อัยการอาบอบนวด อัยการบางคนมีหุ้นอยู่ใน The Lodge คืออะไร ? คือแหล่งบันเทิงที่ทำอะไรคาบลูกคาบดอก

เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยเหตุอันนี้โอกาสที่นายของคุณที่เป็นอัยการระดับสูงขึ้นมา จะเริ่มมีความรู้สึกและความสัมพันธ์ และสายสัมพันธ์ต่างๆ กับวงการธุรกิจ แล้ววงการธุรกิจของประเทศไทยนั้น มันเป็นวงการธุรกิจที่มีอยู่ 2 ลักษณะ ลักษณะที่เยอะที่สุดคือ วงการธุรกิจสายสีเทา ไม่เชื่อลองไปเช็กดูสิครับ


คุณกำพล เจ้าของ Victoria Secret ก่อนที่จะโดนจับคดีค้ามนุษย์ ท่านผู้ชมและท่านอัยการตัวเล็กๆ เชื่อไหม คุณกำพลรู้จักอัยการเยอะไปหมด อัยการสูงสุดเอย อัยการนู่นอัยการนี่ ท่านผู้ชมครับ ผมเคยโดนฟ้องคดีหมิ่นประมาท จาก พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ โดย พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ฟ้องผมที่ศาลระยอง


ท่านผู้ชมและอัยการทั้งหลายเชื่อหรือไม่ ว่าที่ปรึกษาของทนายความของคุณมงคล อัมพรพิสิฏฐ์ คือนายบัญชา ที่ตายไปแล้ว นายบัญชา ที่ถูกยิงตายที่ศาลจังหวัดระยอง ผมดูชื่อแล้วผมตกใจหงายหลังเลย เป็นอดีตอัยการสูงสุด 2 ท่าน อาชีพอะไรรู้ไหมครับ ? อาชีพเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับเจ้าสัวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าสัวที่ร่ำรวยมหาศาล อย่าไปรู้ชื่อเลยนะ ปรากฏว่าโจทก์นั้นมีสายสัมพันธ์กับเจ้าสัวคนนั้น ก็ไปบ่นให้ฟัง เจ้าสัวก็เลยส่งอัยการสูงสุด 2 ท่านนี้ไปเป็นที่ปรึกษา ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง นี่แค่ตัวอย่างง่ายๆ คำถามคือ อัยการสูงสุดทั้งสองท่านนี้ท่านไปรู้จักเจ้าสัวนั่นได้อย่างไร แน่นอนที่สุด ก็ต้องมีการติดต่อกันมาก่อน ต้องมีการประสานงานกัน ต้องมีการติดต่อให้ช่วยเหลือโน่นช่วยเหลือนี่ พอเกษียณอายุแล้ว คุณมาเป็นที่ปรึกษาผมแล้วกัน เงินเดือน 200,000 บาท รถเบนซ์ 1 คัน เข้าใจแล้วใช่ไหมท่านผู้ชม


เพราะฉะนั้น ท่านอัยการทั้งหลาย สิ่งที่ผมต้องทำ ท่านอัยการครับ ท่านทั้งหลายจะเป็นอัยการไม่ได้ถ้าท่านจบแค่นิติศาสตรบัณฑิต ทุกท่านจบเนติบัณฑิต เนติบัณฑิต คือสถาบันการศึกษาเรื่องกฎหมายชั้นสูงที่สุด เขาเน้นเรื่องของความยุติธรรมของกฎหมาย ท่านมีปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จะเป็นจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มช. มข. หรือว่ารามคำแหง แล้วท่านสวมอันหนึ่ง ซึ่งทุกคนเรียนเหมือนกันหมด ก็คือเนติบัณฑิต ท่านต้องภูมิใจว่าท่านได้เนติบัณฑิตมา ท่านไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย ท่านได้มาเพราะความขยันขันแข็ง แล้วอาจารย์ที่สอนกฎหมายก็จะชี้ช่องโหว่กฎหมาย ชี้ว่าคดีนี้ต้องพิพากษาอย่างนี้ๆๆ คดีนี้ต้องดำเนินการอย่างนี้ ผมไม่อยากให้ความฝันหรือสิ่งที่ท่านทำนั้น ถูกแปดเปื้อนด้วยการกระทำของคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายบอส อยู่วิทยา วรยุทธ อยู่วิทยา ผมรู้ว่าท่านอึดอัดใจ ท่านกลุ้มใจ และผมก็ต้องตำหนิว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานอัยการสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องรับผิดชอบอย่างมากที่สุด ก็คือคุณวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ท่านไม่รับผิดชอบไม่ได้ ท่านจะบอกว่าท่านไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ และท่านจะติ๊ดชึ่งต่อไปไม่ได้ เพราะคุณเนตร รองอัยการสูงสุด เป็นลูกน้องของท่าน แสดงว่าการที่คุณเนตรมีอำนาจที่จะไปทำเรื่องนี้ได้ ท่านต้องมอบอำนาจให้ ใช่หรือไม่ใช่ ผมถึงไม่อยากจะพูดว่าท่านกับคุณเนตร มีการสมรู้ร่วมคิดกันหรือเปล่า ผมกลัวตรงนี้

ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ ผมไม่ได้พูดเพื่อตัวผมเอง ท่านอัยการทั้งหลาย บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ถ้าพวกคุณ ผู้ใหญ่บ้านพวกคุณ คุณเอาเรื่องกรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ให้คนทุกคนที่อยู่ในวงการกฎหมายอ่าน ทุกคนส่ายหัวหมด คนที่มีจิตวิญญาณ ที่เป็นวิญญูชน และรักความยุติธรรม และเข้าใจกระบวนการของกฎหมาย เขาจะส่ายหน้าอย่างระอาและในใจเขาก็คงจะก่นด่าคนที่สั่งไม่ฟ้อง ว่าทำให้พวกเขาเสียชื่อเสียเสียง ผมพนันกับคุณได้ ผู้พิพากษาทุกท่าน ผมให้เลยผู้พิพากษาทุกท่านที่อยู่ในศาล ถ้ามาดูคดีนายบอส อยู่วิทยา แล้ว ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ แล้วนึกไม่ถึง ว่ากระบวนการยุติธรรมมันจะอิ๊บอ๋ายเพราะคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง และผมก็ไม่เชื่อด้วยนะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทำด้วยจิตวิญญาณที่ซื่อสัตย์จริงๆ แล้วเห็นว่านายบอสไม่ผิด มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่ผมไม่พูดดีกว่า


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่ผมเรียกว่าอาจจะเป็น Anticlimax ก็ได้ ท่านผู้ชมจำเรื่องคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ได้ไหม สมัย สนช. ที่เราเถียงกัน ที่ผมบอกว่ารอวันนี้ คุณรสนา โตสิตระกูล กำลังจะไปพบท่านชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นประธานรัฐสภา เพื่อขอเอกสารเรื่องเกี่ยวกับที่กรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ในยุค สนช.นั้น เอามา รับคำร้องเรียนมาจากทนายนายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา เพื่อมาพิจารณาให้ความเป็นธรรม ท่านผู้ชมจำได้ไหมครับที่ผมพูด กุญแจอยู่ตรงนี้

เพราะกุญแจอยู่ที่ว่า หนึ่ง มีมติหรือเปล่า เพราะว่าถ้า พล.ต.ท.ศานิตย์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ท่านพูดแล้วว่า ผมจำได้ ไม่มีมติ ถ้าไม่มีมติ ใครแอบอ้าง เอาล่ะ ช่างมัน ปรากฏว่าเรื่องนี้กลับเป็นเรื่องเล็กไปแล้วท่านผู้ชม เรื่องใหญ่กว่านี้ก็คือ ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่าเอกสารร้องขอความเป็นธรรมที่ส่งมาจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ เอกสารนั้นส่งไปให้อัยการสูงสุดเมื่อปี 2559 แล้ว ส่งไปแล้วครับท่านผู้ชม แปลว่าอะไร ? แปลว่าเมื่อส่งไปแล้ว ปรากฏว่าท่านอดีตอัยการสูงสุด คนที่อยู่ในยุคนั้น คือ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร ท่านได้รับหนังสือเล่มนี้แล้ว คำร้องแล้ว ท่านก็มาพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วท่านก็บอกว่า สิ่งที่กรรมาธิการเสนอมานี้ ไม่ได้มีอะไรใหม่ มันก็คือหลักฐานเก่าของพยานสองคนที่กลับชาติมาเกิด และความเร็วของรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระในคดี และเป็นเรื่องหลักลอย เชื่อถือไม่ได้ ท่านก็เลยปฏิเสธ บอกว่าจากนี้ไป คำร้องขอความเป็นธรรมจบแล้ว ท่านถึงสั่งให้อธิบดีอาญาใต้ฟ้อง สั่งฟ้องเลย


ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง สั่งฟ้องเลย ปี 59 แล้วเกิดอะไรขึ้น ปี 59 หลังจากสั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว หมายจับออกเรียบร้อยแล้ว นายบอสหนีไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ด้วยการช่วยเหลือของตำรวจ สน.ทองหล่อ คนหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเช็กบิลตำรวจ สน.ทองหล่อ มีอยู่คนหนึ่ง ตอนนี้เป็นผู้การจังหวัดสมุทรปราการ เป็นได้อย่างไรจนวันนี้ รับผิดชอบ สน.ทองหล่อ


นี่ไม่ได้เป็นการเช็กบิลเพื่อล้างแค้นอะไร เพราะผมไม่รู้จักเขา แต่ประเด็นมีอยู่อย่างนี้ เมื่อท่าน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด ในปี 2558-2560 ปี 2559 ท่านได้รับเอกสารจากคณะกรรมาธิการฯ มาเรียบร้อยแล้ว ท่านพิจารณาแล้วท่านบอกไม่มีมูล ฟังไม่ขึ้น ร้องขอความเป็นธรรม ท่านเลยสั่งฟ้อง ท่านเกษียณปี 2560 ฉะนั้นแสดงว่าปี 59 กับ 60 ท่านสั่งฟ้องไปแล้ว ทุกอย่างก็เงียบไป แล้วพอปี 60 อัยการสูงสุดคนใหม่เข้ามาแทน คือท่านเข็มชัย


ท่านเข็มชัยก็ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ เพราะว่าถือว่าคดีจบแล้ว สั่งฟ้องไปแล้วนี่ จนกระทั่งท่านเข็มชัยเกษียณในปี 62 มาถึงท่านวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เอาล่ะสิ ถึงยุคนี้ถึงดึงเรื่องนี้ออกมา ดึงโดยพลการเลยนะ ดึงออกมาเพื่อที่จะมาพิจารณาปั้นพยานกลับชาติมาเกิดนี้ ให้เป้นพยานที่น่าเชื่อถือ ทั้งๆ ที่คนที่อยู่ในวงการศาล อยู่ในวงการกฎหมาย บอกว่าพยานแบบนี้ ... ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านก็บอกว่า พยานแบบนี้เป็นพยานโหลยโท่ย (ท่านไม่ได้พูดนะครับ ผมพูด เอง) แต่นัยท่านก็บอกว่าไม่น่าเชื่อถือเลย เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าการกระทำเช่นนี้ ทำโดยพลการ ผิดระเบียบ ด้วยเหตุนี้ ท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง ท่านถึงชี้แจงออกมาว่าคุณทำผิดระเบียบนะ ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า เอาล่ะสิ งานเข้าแล้ว มันไม่ใช่เป็นทัวร์ลง หรือหมู่บ้านกระสุนตก นี่มันระเบิดปรมาณูตกเลยนะ

เดิมทีเรายังเข้าใจว่า เพราะว่าเอกสารของกรรมาธิการนั้นได้เสนอเข้ามาเพื่อขอความเป็นธรรมในยุคที่ท่านวงศ์สกุลเป็นอัยการสูงสุด ไม่ใช่ ส่งมาตั้งแต่ปี 59 แล้ว


ท่านวงศ์สกุลเข้ามาเป็นอัยการสูงสุดปี 62 เมื่อส่งมาตั้งแต่ปี 59 มันจบไปแล้ว ยุติไปแล้วโดยสิ้นเชิง เหมือนกับคนไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกัน 3-4 คน กินเสร็จเรียบร้อย เจ๊ จ่ายเงิน ไป เก็บเงิน เช็ดโต๊ะหมดแล้ว ไม่มีอะไร โต๊ะว่างเปล่าแล้ว แล้วจู่ๆ อัยการสูงสุดมอบให้คุณเนตร รองอัยการสูงสุด มาดึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร นี่ครับท่านผู้ชม คือการเช็กบิล เช็กบิลที่แท้ ผมอยากจะรู้ว่าจากนี้ไปท่านนายกฯ จะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงมันชัดเจน จะต้องมีคนติดคุก เพื่อรักษากระบวนการยุติธรรมเอาไว้ ผมผิด ศาลฎีกาพิพากษา สนธิเดินเข้าคุก ไม่อุทธรณ์ร้องแรกแหกกระเชออะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นใครทำผิด ทำผิดครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก เพราะเป็นการทำผิดที่ผิดทั้งระเบียบ ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทุกสิ่งทุกอย่าง วิธีการปฏิบัติ ใครจะรับผิดชอบ


ท่านวงศ์สกุล และท่านเนตร ท่านอัยการสูงสุด และท่านรองอัยการสูงสุด ท่านอยู่เงียบไม่ได้ ท่านเนตรจะเกษียณ 30 กันยายนนี้ ท่านเหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆ ท่านเงียบได้ท่านเงียบไป แต่ท่านวงศ์สกุล ท่านจะติ๊ดชึ่งอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ความรับผิดชอบท่านอยู่ที่ไหน ท่านคืออัยการสูงสุด ท่านจะมาติ๊ดชึ่งๆ อยู่อย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องชี้แจงว่าอะไรเข้าสิงท่าน ท่านถึงให้คุณเนตรมาทำเรื่องนี้ แล้วอย่ามาบอกว่าท่านไม่รู้เรื่อง ท่านรู้เรื่องแน่นอนที่สุด เพราะคุณเนตรต้องรายงานท่าน ถ้าอย่างนั้นผมจะเรียกพยานสองคนนี้มาสอบนะ ผมไม่กล้าก้าวล่วงไปถึงคำถามอันนี้ เพราะผมไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีคนติดต่อท่านมาหรือเปล่า ให้ช่วยเหลือ ผมไม่ทราบ ผมไม่กล้าก้าวล่วง อันนี้เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมคิดเอาเองก็แล้วกันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และทำไมเรื่องใหญ่ๆ แต่ละเรื่องท่านใช้คุณเนตรตลอด แล้วเรื่องใหญ่ๆ ทุกเรื่อง ท่านใช้ปั๊บ ท่านติ๊ดชึ่ง ไม่อยู่เลย ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ท่านเห็นหรือยังว่าสิ่งที่ผมพูดวันนี้ คือการตอกฝาโลงแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่มากๆ

ผมจะมาพูดเรื่องตำรวจนิดหนึ่ง ผมจะขอพูดเรื่องตำรวจนิดหนึ่ง ผมจะบอกว่า ป.ป.ช. สมรู้ร่วมคิดกับตำรวจที่ทำสำนวนนี้ ช่วยตำรวจ โดยลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง ท่านผู้ชมครับ ตำรวจไม่ใส่เรื่องของนายบอสมีสารโคเคนเข้าไปในสำนวน อันนี้ผิดวินัยไม่ร้ายแรงได้อย่างไร คุณใช้มาตรฐานไหนของ ป.ป.ช.เข้ามาช่วย อันนี้โคตรจะร้ายแรงเลย เพราะว่าถ้าใส่สารโคเคนเข้าไป ตามหลักฐานที่มหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งมา นายบอสก็จะขับรถโดยมีสารมึนเมาอยู่ในร่างกาย พิสูจน์ชัดว่าประมาท เข้าใจไหมท่านผู้ชม เห็นหรือยังครับ


เพราะฉะนั้นแล้ว พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี มีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ส่วนกรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมลงนามในสำนวนการสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ มีมติว่า พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน และ พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย และผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่กำกับดูแลติดตามเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปโดยถูกต้อง รอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย อันถือว่าเป็นความบกพร่อง ซึ่งมีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง เช่นกัน


แหม ผมนี่เริ่มจะชินกับศัพท์ทางการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน "ผิดวินัยไม่ร้ายแรง"

เอาล่ะ วันนี้ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว อดีต ผบก.น.5 เกษียณอายุราชการแล้วเมื่อปี 56 หมายความว่าปี 55 ชน ปี 56 แกเกษียณอายุ พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.5 ปัจจุบันเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รอง ผบก.น.5 ปัจจุบันเกษียณแล้ว พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ปัจจุบันเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ทองหล่อ ปัจจุบันเป็นรองผู้บังคับการกองอัตรากำลัง พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ปัจจุบันเป็นผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.2 พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ปัจจุบันเป็นผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.จร. บช.น.




ท่านผู้ชม ได้ดีกันทุกคนเลย ที่เกี่ยวกับคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทั้งๆ ที่ผิด ก็ถูกฟอกโดย ป.ป.ช.ว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง คุณละเลยที่จะใส่เรื่องสารเสพติด ว่านายบอสมีสารเสพติดในเลือด เสพยาเสพติดแล้วขับรถ คุณละเลยข้อที่สำคัญที่สุดเรื่องนี้ แล้วคุณก็ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เรื่องนี้ช่วยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องคิดเป็นอย่างเดียว ป.ป.ช.ช่วยกัน ผมอยากจะฝากไปถึงท่าน พล.ต.อ.วัชรพล ประธาน ป.ป.ช. ท่านเป็นตำรวจเหมือนกัน ก็มันเป็นอย่างนี้ไง ช่วยกันไปช่วยกันมา กระบวนการยุติธรรมก็เลยเสาหัก พอเสาหักมันลงมาทับพวกประชาชน พวกคุณไม่รู้หรอกว่าพวกคุณเป็นส่วนหนึ่งในความพินาศของกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น ใน 12 วันที่ผ่านมานี้ คนเริ่มเห็นกันแล้ว เริ่มรู้กันแล้วว่าเรือหายแน่นอน งานนี้ ประเทศไทย ประเทศกูมี อยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านนายกฯ ครับ ท่านต้องทำความจริงให้ปรากฏ แล้วท่านต้องไปไล่เรื่องตำรวจต่างๆ พวกนี้ดูอีกทีว่าเกี่ยวข้องอะไร


ท่านนายกฯ ครับ ท่านดูแลตำรวจ ท่านดูเสียหน่อย ใครล่ะที่ทำสำนวนสอบสวนแล้วไม่ยอมใส่ข้อหายาเสพติดเข้าไป นี่ไม่ใช่ผิดวินัยไม่ร้ายแรงนะ ต้องสำรองราชการทันทีเลย แล้วยังให้ได้ดิบได้ดีต่อไป แล้วพวกเราประชาชนจะเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับวันนี้


ท่านผู้ชมครับ ก่อนจะจบเรื่องบอส อยู่วิทยา ผมขอคุยเรื่องของตระกูลอยู่วิทยานิดหนึ่ง มีความจำเป็นต้องคุย

ช่วงหลังๆ นี้พวกเรามักจะเลยเถิดไปหน่อย ไปโจมตีคนนามสกุลอยู่วิทยา โดยไม่เลือกที่มาที่ไป


ท่านผู้ชมครับ ตระกูลอยู่วิทยา มีอยู่ 2 สาย สายแรก คือภรรยาคนแรก คือสายของคุณเฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งเป็นพ่อของนายบอส และคุณเฉลิม อยู่วิทยา นั้นถูกส่งไปดูแลกิจการกระทิงแดงที่ต่างประเทศ โดยถือหุ้นอยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ คุณเฉลียวถือหุ้นอยู่ 49 เปอร์เซ็นต์ และฝรั่งถือหุ้นอยู่ 49 เปอร์เซ็นต์ เป็น 98 เปอร์เซ็นต์ อีก 2 เปอร์เซ็นต์ คุณเฉลิมถืออยู่ และต่างประเทศนั้นก็คือ Red Bull โฆษณา Red Bull มีทีม Red Bull แข่งรถ กีฬาอะไรก็ตาม Red Bull จะเข้ามาสปอนเซอร์ แม้กระทั่งสนามแข่งรถของคุณเนวิน ชิดชอบ ที่ จ.บุรีรัมย์ ผมเชื่อว่ามีสปอนเซอร์จาก Red Bull เช่นกัน


อีกสายหนึ่งก็คือสายของคุณภาวนา หลั่งธารา สายแรกมีน้องชายคุณเฉลิม 1 คน น้องสาวอีก 3 คน น้องสาวชื่อ คุณสายพิณ พหลโยธิน ศักดิ์ชาย อยู่วิทยา อังคณา อยู่วิทยา และรัญดา อยู่วิทยา สายที่สอง คือสายคุณภาวนา หลั่งธารา ซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2 ของคุณเฉลียว อยู่วิทยา มีคุณสราวุฒิ อยู่วิทยา มีพี่น้องอยู่ด้วยกัน 5 คน คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา คุณจิราวัฒน์ อยู่วิทยา คุณปนัดดา อยู่วิทยา คุณสุปรียา อยู่วิทยา และคุณนุชรี อยู่วิทยา ก็คือมีผู้ชาย 2 มีผู้หญิงอยู่ 4


สายของคุณภาวนา หลั่งธารา คือคุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ได้รับมอบหมายให้ดูแลบริษัท ทีซีพี บริษัทกระทิงแดงที่อยู่ในประเทศไทย เครื่องดื่มตรากระทิงแดง เครื่องดื่มสปอนเซอร์ พวกนี้คือคุณสราวุฒิดูแล ส่วนคุณเฉลิม ในประเทศไทยดูแลบริษัท สยาม ไวเนอรี่ SPY Wine Cooler เคยทานใช่ไหม เคยเห็นใช่ไหม โฆษณา และไปดูแล Red Bull ที่อังกฤษ

คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา และสายนี้ เป็นคนที่ธรรมะธรรมโมมาก เป็นสายธรรม ได้ไปสร้าง ซื้อที่ดินให้กับวัดป่าบ้านตาด หลวงตามหาบัว 300 ไร่ สร้างกำแพงยาวเหยียดเลย หลายสิบล้าน สร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อให้ญาติโยมไปใช้ทำกิจกรรมทางศาสนา หลายอย่าง หลวงตาก็เคยเทศน์ให้เห็นว่าได้ทำประโยชน์ใหักับวัดอย่างไรบ้าง ผมเรียกสายที่ 2 นี้ว่า สายธรรม คนพวกนี้เป็นคนที่เก็บตัว ไม่เคยแสดงออกเรื่องความร่ำรวยของตัวเอง เคยมีคนเห็นคุณสราวุฒิ ทายาทกระทิงแดง ที่บริหารกระทิงแดงในประเทศไทย นั่งรถ BTS คนพวกนี้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลรัฐหมด อาจจะเป็นเพราะว่าเขาบริจาคให้โรงพยาบาลรัฐเยอะ เขาก็เลยเข้าโรงพยาบาลรัฐ อ๋อแน่นอน เขาคงมีคนรู้จักแน่ เขาคงไม่ต้องไปเข้าคิวยาว แต่กำลังบอกว่าคนอย่างเขาสามารถที่จะซื้อได้แม้กระทั่งโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง แต่เขาไม่ เขาไม่เข้าโรงพยาบาลเอกชน


ที่สำคัญ คือความสมถะของเขา พวกเขาจะเน้นการทำงาน การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สายนี้ได้สืบทอดอานิสงส์ที่พ่อ (คุณเฉลียว อยู่วิทยา) ที่เป็นโยมอุปัฏฐากของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ตั้งแต่ยุคนายเฉลียว อยู่วิทยา ช่วยหลวงตามหาบัวซื้อที่ 300 ไร่ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเชื่อในเรื่องบาปบุญคุณโทษไหม ผมจะเล่าอะไรให้ฟังอย่างหนึ่ง มีคนถามผมว่า ทำไมคุณทักษิณ ชินวัตร ถึงได้เป็นนายกฯ ทำธุรกิจเจริญรุ่งเรือง หลวงตาท่านเล่าให้ฟัง สนธิ พ่อของทักษิณ อดีตเป็นโยมอุปัฏฐากให้กับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สมัยที่หลวงปู่มั่นไปจำวัดที่แม่ริม ที่เชียงใหม่ เหมือนกัน คุณเฉลียวเป็นโยมอุปัฏฐากให้กับหลวงตามหาบัว อานิสงส์ก็เลยตกมาตระกูลอยู่วิทยา ทำการค้าเจริญร่ำรวย เพียงแต่ว่านายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา อาจจะมีกรรมเก่าตามมา ต้องชดใช้กรรม แต่ทางสายคุณสราวุฒิ และสายของเขา เป็นสายธรรมจริงๆ

ผมเคยมีหมอคนหนึ่งเป็นเพื่อนเก่า สมัยที่เรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พอเรียนจบแล้ว หมอคนนี้ก็ไปสอบเข้าแพทย์จุฬาฯ ส่วนคุณสราวุฒิไปเรียนลาดกระบัง สาขาวิศวกรรมฯ คุณหมอคนนี้ไปเจอคุณสราวุฒิโดยบังเอิญ และคุณหมอคนนี้กำลังจะกั้นห้องตรวจที่ห้องโถงตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาฯ ในยุคที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด เมื่อปี ค.ศ.2009 สิบเอ็ดปีที่แล้วที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วประเทศไทยเลย ก็เลยไปบอกคุณสราวุฒิ ที่เจอโดยบังเอิญ แล้วก็โทรหา บอกว่าอยากจะขอเงินบริจาคสัก 500,000 บาท ขอไปตอนนั้นวันหยุด พอวันจันทร์คุณสราวุฒิเอาเช็คไปให้ 1 ล้านบาท ให้มา บอกว่ากลัวจะไม่พอใช้


แล้วก็ตอนนั้นจุฬาฯ กำลังสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ตระกูลอยู่วิทยา ในสายคุณสราวุฒิ บริจาคให้โรงพยาบาลจุฬาฯ สร้างอาคาร 200 กว่าล้านบาท นอกจากนั้นแล้ว พี่น้องคุณสราวุฒิยังบริจาคสร้างตึก ปรับปรุงสถานที่ จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีสร้างศูนย์เคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ศูนย์ผ่าตัดหัวใจ แม้กระทั่งหอพักนักศึกษา ซึ่งแต่ละแห่งแต่ละจุดมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ซื้อครุภัณฑ์ราคา 7-8 หลัก ที่บริจาคอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วพี่น้องตระกูลอยู่วิทยาสายนี้่จะปิดทองหลังพระ คนเขาถามคุณสราวุฒิว่า ทำไมถึงปิดทองหลังพระ คุณสราวุฒิพูดจาน่ารักมาก บอกว่า คุณเฉลียว (คุณพ่อ) และคุณภาวนา (คุณแม่) ให้ปิดทองหลังพระ ทำความดีไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรู้ แต่ตัวเองรู้ก็พอ


มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ ต้องการซื้อเครื่อง AED ที่เป็นเครื่องกระตุกหัวใจ คุณสราวุฒิบริจาค 100 กว่าล้านบาท มากพอจะซื้อเครื่อง AED แจกได้ทุกจังหวัด จังหวัดละหลายๆ เครื่อง แม้ในช่วงโควิด-19 ที่เริ่มเข้าไทย ก็ลงทุนทำหน้ากากผ้าแบบมีไส้กรองในช่วงแรกเป็นแสนๆ ชิ้น รวมทั้งหน้ากาก N95, PPE ที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ เพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ยังช่วยผลิตและจัดส่งเครื่องมือแพทย์ให้ถึงมือแพทย์และพยาบาลผู้ใช้ เยอะแยะไปหมด


ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้พวกเราเหมาว่าอยู่วิทยาทุกคนเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ นายบอส อยู่วิทยา ทำผิด หนีไป นั่นเป็นเรื่องของนายบอส แต่คุณสราวุฒิ และตระกูลของเขาในสายของเขา และบางคนในสายคุณเฉลิมด้วย ในสายภรรยาคนแรก ก็เห็นด้วยกับคุณสราวุฒิ มาร่วมทำบุญด้วย เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลว่าอยู่วิทยาเป็นคนเลวหมด ฉะนั้นเวลาเราพูดอะไร ผมคิดว่าเราอย่าไปพูดมากจนเกินไป และทำให้คนที่อยู่อย่างเงียบ ทำบุญทำกุศลให้กับโรงพยาบาล ทำบุญกับพระพุทธศาสนา จะต้องมาเสียกำลังใจ นี่เขาไม่ได้ขอให้ผมพูดนะครับ ผมคิดว่าผมจำเป็นต้องพูด เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้ก็เลยจำเป็นต้องขอร้องท่านผู้ชมกันนิดหนึ่ง ว่าตระกูลอยู่วิทยาที่มีปัญหา คือ วรยุทธ อยู่วิทยา ส่วนของคุณเฉลิม กับคุณดารณี ซึ่งเป็นพ่อ-แม่คุณวรยุทธ ก็เป็นอย่างที่ผมเรียนให้ทราบไว้ ว่าเป็นพ่อแม่รังแกฉัน ถ้าพ่อแม่ไม่รังแกฉัน คุณวรยุทธไม่เป็นอย่างนี้หรอก

ผมจะขอพูดอีกอันหนึ่ง เปรียบเทียบให้ดู วันนี้ต้องยาวนิดหนึ่งนะท่านผู้ชม ท่านอัยการท่านลองดู พวกท่านผู้ชมเคยชมภาพยนตร์ซีรีส์เกาหลีกันหลายตอน หลายเรื่อง มีซีรีส์เกาหลีอยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อ Whisper หลายท่านคงดู คนที่เขียน คนที่เล่นเป็นพระเอก เป็นทั้งอัยการ เป็นทั้งผู้พิพากษา แล้วตอนหลังไปติดคุก แต่เอาของจริงดีกว่า


ปี 2556 นางพัก กึน-ฮเย ซึ่งเป็นลูกสาวของพัก จ็อง-ฮี ได้รับเลือกมาเป็นประธานาธิบดีเกาหลี ด้วยคะแนนเสียงที่สูงมาก แค่ 3 ปีกว่าๆ ปรากฏว่านางพัก กึน-ฮเย ร่วมมือกับเพื่อนสาวอีกคนหนึ่ง มีเหตุอื้อฉาวในเรื่องการใช้อำนาจมิชอบ รับสินบน ข่มขู่ผู้อื่น รวมไปถึงเปิดเผยความลับของรัฐ ในที่สุดแล้ว การประพฤติมิชอบ รับสินบนกลุ่มธุรกิจขนาดยักษ์ของประเทศเพื่อแลกกับผลประโยชน์ นางพัก กึน-ฮเย กับเพื่อน ชื่อ ชเว ซุน ซิล ก็เลยถูกอัยการเกาหลีจับดำเนินคดี รัฐสภาเกาหลีใต้ถอดถอนนางพัก กึน-ฮเย ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นครั้งแรก เสร็จเรียบร้อยแล้วจากการสืบสวนสอบสวนอย่างเข้มข้นของอัยการเกาหลีใต้ ที่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนในที่สุดสามารถนำเรื่องส่งฟ้องศาลได้ในวันที่ 6 เมษายน 2561 ณ ศาลแขวงกลางกรุงโซล นางพัก กึน-ฮเย ได้ถูกจำคุกต่างกรรมต่างวาระ เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 35 ปี แล้วต้องถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 33,300 ล้านวอน หรือ 860 ล้านบาท


ท่านผู้ชมฟังต่อไป ไม่ได้มีแค่นี้่นะ อัยการเกาหลีสืบต่อไปอีก ว่าเงินสินบาทคาดสินบนที่มาให้นางพัก กึน-ฮเย นั้นมาจากใคร อ้าวตายล่ะ มาจากนายลี แจยอง ที่เขาเรียกว่า เจย์ วาย ลี เป็นผู้นำและทายาทคนที่สามของซัมซุง ก็คือเป็นประธานซัมซุงนั่นเอง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจยักษ์ในเกาหลีอันดับ 1 ก็ถูกขึ้นศาลกรุงโซล ข้อหาติดสินบนให้แก่บริษัทมูลนิธิที่เชื่อมโยงกับนางชเว ซุน ซิล ซึ่งเป็นคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีพัก กึน-ฮเย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว


นายลี และผู้บริหารซัมซุงอีก 4 คน ก็เลยถูกอัยการเกาหลีใต้ดำเนินคดี เกาหลีใต้สั่งจำคุก 5 ปี แต่นายลีอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็ลดโทษลงมา แล้วให้เป็นรอลงอาญา แต่ประเด็นที่ผมต้องการจะชี้ให้เห็น นายลี แจยอง อุปมาอุปไมย ขอประทานโทษต้องเอ่ยชื่อ แต่ไม่ใช่เรื่องจริง สมมุติ สมมุติว่าอัยการเดินทางไปจับผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าสัวบางคนที่มีชื่อว่ารวยอันดับ 1 อันดับ 2 ของเมืองไทย ข้อหาโน่นนี่นั่น ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนกันที่เขาไปจับประธานซัมซุง เหมือนกัน เมืองไทยจะมีโอกาสอย่างนี้ไหม ? ไม่มีหรอก ก็ท่านเจ้าสัวยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ยังใช้อดีตอัยการสูงสุดเป็นที่ปรึกษาเลย แล้วมาเล่นงานผม แล้วเรื่องถึงอัยการ อัยการจะฟ้องได้อย่างไร ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับ

ยังไม่พอ อัยการสืบต่อ ก็ไปจับประธานลอตเต้ ท่านผู้ชมรู้จักลอตเต้ใช่ไหม ก็ข้อหาให้สินบน จับติดคุกไป แล้วเรื่องบางเรื่องนะ ท่านผู้ชมเชื่อไหม อัยการเกาหลีใต้ทำอย่างไร


มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ โช ฮยุน-อา เป็นรองประธานสายการบินโคเรียนแอร์ โช ฮยุน-อา พ่อเป็นเจ้าของสายการบินโคเรียนแอร์ฯ คนๆ นี้นั่งเครื่องบินจากสายการบินจอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่มหานครนิวยอร์ก โคเรียนแอร์กำลังจะขึ้น ไม่พอใจหัวหน้าพนักงานต้อนรับในเครื่องบิน ที่เอาถั่วแมคคาเดเมียมาเสิร์ฟโดยไม่เปิดและใส่ถ้วยให้ แต่เสิร์ฟมาทั้งซอง ก็เลยสั่งให้กัปตันเครื่องบินไล่ไอ้หมอนี่ลงจากเครื่อง เครื่องบินโคเรียนแอร์ก็เลยต้องถอยกลับมาที่งวง แล้วก็ให้ลงจากเครื่องไป ทำให้ดีเลย์ไปร่วมชั่วโมง ปรากฏว่าสังคมสื่อมวลชนทั้งหมด โซเชียลมีเดีย รุมกระทืบนางโช ฮยุน-อา แล้วปรากฏว่าอะไรเกิดขึ้นรู้ไหมท่านผู้ชม ? ตลกมาก เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นอัยการเกาหลีใต้เข้ามาสอบสวน ข้อหาอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ละเมิดกฎด้านความปลอดภัยของการบิน อัยการเกาหลีใต้ก็เลยส่งฟ้องศาล และอัยการเกาหลีใต้เสนอให้ศาลลงโทษจำคุก 3 ปี นางโช ฮยุน-อา แต่ศาลเกาหลีใต้ลงโทษจำคุก 1 ปี พอจำคุก 5 เดือนแล้วก็ปล่อยตัวมา


ท่านผู้ชมคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทยไหม ? ไม่มีทาง นี่คืออัยการเกาหลี แล้วเขาไม่ได้มีอิสระเหมือนกับอัยการที่เมืองไทยนะ ไม่มี เขาต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านผู้ชม


แล้วที่สนุกที่สุด อัยการเกาหลีใต้ดำเนินคดีกับเมียรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข้อหาจัดฉากให้ลูกสาว เพื่อให้ลูกสาวสอบเข้าแพทย์ได้ง่ายๆ หรือพูดง่ายๆ ว่าเข้าแพทย์ได้โดยที่ไม่ต้องสอบ หรือสอบเป็นพิธี ดำเนินคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นเจ้านายโดยตรงของอัยการเกาหลีใต้อับอายขายหน้า เลยต้องลาออกจากตำแหน่ง ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับ นี่ข้อแตกต่างกันราวกับฟ้ากับดินเลยนะ ฟ้ากับดินจริงๆ เมื่อไรเราจะมีอัยการหรือเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมแบบนี้เสียที หรือว่าชาตินี้ไม่มีแล้ว เกิดอีกสิบชาติอาจจะแก้ไขได้บ้าง ท่านผู้ชมเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม ? เห็นด้วยกับผมไหม ? นี่ผมเอาตัวอย่างยกมาให้ดู

ท่านผู้ชมครับ เราห่างเหินกันเรื่องสถานการณ์โควิด-19 มาหลายรายการแล้ว วันนี้ขออัปเดตนิดหนึ่ง แล้วก็มีอะไรที่น่าเป็นห่วงที่ต้องพูดให้ฟัง ข้อแรก โควิด-19 ยังเป็นภยันตรายที่ร้ายแรงอยู่ และไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะลดลง สหรัฐอเมริกาที่เดียว ยอดผู้ติดเชื้อ 5 ล้านคนแล้ว และคนตายมีถึง 160,000 คน ตายมาก ตายรายวัน หลายแห่งในเมืองสหรัฐฯ เริ่มดีขึ้น อย่างเช่น มหานครนิวยอร์ก แต่หลายๆ แห่งทางกลางตะวันตก หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Mid West ก็เริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างมากมาย


โควิด-19 ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอนโทนี ฟาวซี ของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์โรคติดต่อในอเมริกา หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก ก็มายืนยันว่า โควิด-19 จะยังต้องอยู่กับเราอีกนานพอสมควร อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะว่าเราจะประคองตัวเราต่อไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนเราในประเทศไทย หรือหลายๆ ประเทศนั้น จำเป็นต้องเปิดประเทศ หรือจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนเข้าไปทำการค้าขายได้ เศรษฐกิจถึงจะเริ่มเจริญเติบโต อเมริกาประกาศมาแล้วนี่ครับว่าเศรษฐกิจปีนี้จะติดลบ 9 เมืองไทยก็เหมือนกัน ถดถอยมาก อเมริกามีคนตกงานเป็นจำนวนมาก 52 ล้านคน และอเมริกากำลังจะเริ่มที่จะเอาเงินอุดหนุนช่วยเหลืออีกก้อนหนึ่งใส่เข้าไป ทั้งหมดนี้่มันมีผลกระทบต่อมูลค่าเงิน เงินอเมริกาตก การสั่งสินค้าที่ไทยเคยส่งไปอเมริกา ตอนนี้ก็ไม่มีใครสั่งสินค้า การส่งออกก็แย่ ประเทศจีนดูแลตัวเองก็ยังค่อนข้างจะลำบาก แต่ประเทศจีนอยู่ในสภาพที่ดีกว่าหลายๆ คน

ท่านผู้ชมครับ ถ้าเราพูดถึงยอดคนติดเชื้อที่มากที่สุดในโลก ก็ต้องบอกว่าเป็นอเมริกา เพราะฉะนั้นแล้วประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่น่ากลัวมากในขณะนี้ และที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือว่า คนที่ติดเชื้อในอเมริกาขณะนี้ระบาดมาจนถึงเอเชียแล้ว คือระบาดในฐานทัพอเมริกาที่อยู่ที่เมืองโอกินาวา และที่ฐานทัพเมืองโยโกตา


โอกินาวา นี่น่าสนใจมากท่านผู้ชม จู่ๆ สถิติล่าสุด 4 สิงหาคม 2563 เมืองโอกินาวามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งหมด 637 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารของกองทัพสหรัฐฯ 286 คน หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ ของคนติดเชื้อ และทหารอเมริกันที่อยู่ในเมืองโอกินาวา พวกนี้มีสิทธิพิเศษ มีเสรีภาพ ไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องใส่หน้ากาก อยากจะร่อนเร่ไปที่ไหน ไปเที่ยวบาร์ ไปเที่ยวผับ สัมผัสคนทั่วไปหมดเลย กลายเป็นว่าวันนี้โอกินาวามีจำนวนผู้คนติดเชื้อต่อประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น ก็คือว่า 22.31 คนต่อประชากร 1 แสนคน สูงกว่ากรุงโตเกียวซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 16.03 คน

ท่านผู้ชมครับ เมื่อเร็วๆ นี้ทหารอเมริกันได้เข้ามาในเมืองไทย แล้วแต่ละคนก็ได้ไปอยู่ในโรงแรมดีๆ ทั้งนั้น อย่างเช่น คอนราด


คือเขามาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม มาประมาณ 71 คน เดินทางมาจากเกาะกวม ทั้งหมดเข้าพักโรงแรมคอนราด ซึ่งเป็น ASQ (Alternative State Quarantine) เข้ามาร่วมฝึก SFAB SMEE ของกองทัพบก เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องการฝึกนิดหนึ่ง น่าสงสัยมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งพอสมควร และผมเชื่อว่าผมไม่ผิดนะท่านผู้ชม ถ้าใครมีความศรัทธาเชื่อในการทำนายของผมที่เรียกผมว่าพ่อหมอ ให้ฟังให้ดีๆ นะ แล้ววันเดียวกัน วันที่ 3 สิงหาคม คือเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว 18.00 น. มีกำลังพลอีก 32 คน มาจากโยโกตา เป็นฐานทัพในญี่ปุ่น กองทัพอากาศสหรัฐฯ RCH-552 มาถึงสนามบินอู่ตะเภา เตรียมเข้าร่วมฝึก Balance Torch ของกองทัพบก เข้าพักที่โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์


วันที่ 4 สิงหาคม 12.15 น. 2-3 วันที่แล้ว กำลังพล 7 นาย เดินทางจากญี่ปุ่น มายังสนามบินอู่ตะเภา โดยกองทัพอากาศสหรับฯ TREK-948 ร่วมการฝึก HMA 4 นาย และการฝึก Balance Torch 3 นาย เข้าพักที่โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ และโรงแรม The Idel อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


ท่านผู้ชมครับ คำถามที่คาใจพวกผม ประชาชนคนไทย ข้อที่ 1 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศเรื่อง ทหารอเมริกันจะมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม วันเดียวกับที่ทหารเดินทางเข้ามาในประเทศ ประกาศทันทีเลย พอประกาศปั๊บก็มาถึงเลย คำถามคือ ทำไมคุณไม่บอกล่วงหน้า ศบค.บอกว่า ในความเห็น ศบค.คิดว่าควรเลื่อนการฝึก แต่กองทัพบอกไม่เลื่อน ทำไมกองทัพบกถึงมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนไทย เกิดอะไรขึ้น มันไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม เราไม่ได้รบกับใคร ทำไมถึงเฮ้าเลี่ยนจะฝึกกันตลอดเวลา และก็เป็นทหารที่มาจากอเมริกา ไม่มีทหารจีนมา ไม่มีทหารออสเตรเลียมา อเมริกาทั้งนั้น ผมมีข้อสงสัย เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง เพราะเขาอ้างว่าการฝึกและแลกเปลี่ยนความรู้ครั้งนี้สำคัญมาก สำคัญที่สุด ทหารไทยพอจะทำอะไรที่ผิดกฎ ผิดกติกา ก็อ้างความมั่นคง ความสำคัญมาก ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าพวกคุณแล้ว นอกจากพวกคุณเอง ประชาชนคือหมา


ทำไมอย่างเรื่องเปิดโรงเรียน ให้เรียนได้ปกติ แทนที่จะสลับวันเรียนในห้องกับเรียนออนไลน์ ศบค.ทำไมไม่ฟังความเห็นของคนที่เสนอบ้าง ทั้งๆ ที่ไม่มีโควิด-19 ระบาดจากการติดเชื้อภายในประเทศมากว่า 2 เดือนแล้ว ไม่ฟัง แต่พอกองทัพบกพูด ยอมตามหมด ฝ่ายไทยเปิดโอกาสให้อเมริกาเลือกสถานที่กักตัวเอง อ้างว่าถือเป็นกฎ เป็นกฎอะไรกัน ? ถ้ากองทัพบกเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องความรู้สึกประชาชน ต้องบอกกับทหารอเมริกันให้รู้ว่าคนไทยก็กลัวเรื่องพวกนี้นะ เรา 2 เดือนกว่าแล้ว ไม่มีติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นมาเลยแม้แต่คนเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเข้ามา แล้วประเทศคุณติดเชื้อโควิด-19 อันดับ 1 ของโลก แล้วก็ตายอันดับ 1 ของโลก แล้วที่โอกินาวา คนที่ติดเชื้อในเมืองโอกินาวา 600 กว่าคน เป็นของพวกคุณ 40 เปอร์เซ็นต์ เขากลัวกัน เพราะฉะนั้นแล้ว คุณมากักตัวในที่ๆ ผมเตรียมไว้ให้คุณดีกว่า


ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ทหารอเมริกากว่า 100 นาย จากทั้งเกาะกวม และฐานทัพเรือในญี่ปุ่น เดินทางมาซ้อมรบในประเทศไทยตลอดเดือนสิงหาคม มันเกิดอะไรขึ้น ? ซ้อมรบอะไร กองทัพบก ควรแจ้งให้ทราบหน่อยได้ไหม คุณซ้อมรบอะไร คุณจะไปฆ่าแกงกับใครในขณะนี้ หรือว่า ... เอาล่ะ นี่คือ keyword ของผมล่ะท่านผู้ชม หรือว่าพวกคุณกำลังซ้อมที่จะบริหารจัดการติดขีปนาวุธที่อเมริกาต้องการจะติด ท่านผู้ชมตามผมมา


ในขณะนี้ความตึงเครียดระหว่างอเมริกากับจีนมีมาแรงมาก อเมริกา จากการที่ผู้บัญชาการทหารบกคนที่แล้วมา แล้วก็มาจับมือกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ คงจะมีข้อตกลงกันอะไรบางอย่าง อเเมริกาต้องการที่จะตั้งฐานขีปนาวุธในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อดูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว เขมรก็ไม่ได้ เวียดนามก็ไม่ยอม สิงคโปร์ไม่มีปัญญาตั้ง ญี่ปุ่นไม่เอา เกาหลีใต้ก็อย่ามายุ่งกับกู เพราะว่าคิม จอง-อึน กำลังตาเขียว ญี่ปุ่นก็ไม่กล้า ก็เหลือประเทศไทยคนเดียว เพราะทหารไทยค่อนข้างจะหมกมุ่นและหลงใหลในกองทัพบกสหรัฐอเมริกามาก crazy ผมเห็นนายพลเมืองไทยเวลาจับมือนายพลอเมริกา ยิ้มฉีกปากกว้างเลย เหมือนกับภูมิอกภูมิใจเหลือเกินว่าได้จับมือกับผู้บัญชาการทหารบก


อเมริกากำลังต้องการที่จะยันจีน เพราะว่าอเมริกามีกองเรือ 2 กอง อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง เรือบรรทุกเครื่องบิน Nimitz และเรือบรรทุกเครื่องบิน Ronald Regan หนึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินมีกองเรือประกอบอยู่ 60 ลำ เท่ากับสองเรือบรรทุกเครื่องบินมีกองเรืออยู่ 120 ลำ ตรงนี้เขากลัวว่าจีน ซึ่งจีนมีขีปนาวุธอยู่ริมชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีนเต็มไปหมดเลย แล้วเขาเห็นขีปนาวุธของจีน ตงฟัง รุ่นล่าสุด ลูกเบ้อเริ่มเลย ซึ่งพวกนี้เป็นขีปนาวุธระยะพิสัยกลาง ซึ่งสามารถจะยิงถล่มกองเรือได้ทันที ถ้ากองเรือ 1 กองเรือพังไป 


โดยที่เรือบรรทุกเครื่องบินพังไป เป็นการเสียหายมาก เพราะฉะนั้นอเมริกาก็เลยต้องเอาขีปนาวุธที่เขาเรียกว่า Hypersonic คือความเร็วกว่าเสียง 10 เท่า แล้วจะเอาไปตั้งที่ไหนล่ะ ต้องตั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อยิงกับจีนในกรณีที่มีการต่อสู้กันขึ้นมา ผมก็เลยเข้าใจว่าในขณะนี้มีความพยายามที่จะหาทางพูดคุย ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านสบายใจได้ เมื่อใดก็ตาม อเมริกามาตั้งฐานขีปนาวุธเมื่อไร ผมจะลงถนนประท้วงท่าน จำคำพูดผมไว้ ผมจะลงถนนประท้วงท่าน แล้วผมเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะร่วมมือกันเพื่อประท้วงเรื่องนี้


ทำไมเราต้องกลายเป็นหมากที่อยู่ตรงกลางในความขัดแย้งกของอเมริกากับจีน ก็คุณมีเกาะกวมอยู่ไม่ใช่หรือ คุณก็ตั้งที่เกาะกวมสิ แต่ญี่ปุ่นไม่ให้คุณตั้งใช่ไหม เกาหลีใต้ก็พันธมิตรสุดเลิฟของคุณนี่ เกาหลีใต้ก็ไม่ให้คุณตั้งใช่ไหม อ๋อ นายพลไทย ทหารไทย ยิ้มฉีกปากกว้างเวลาถ่ายรูปกับพวกนายพลอเมริกา คนไทยพูดง่าย ทหารไทยชอบฝรั่ง เพราะฉะนั้นแล้วการมาของทหารอเมริกาในยุคหลังๆ นี้ มาจำนวนไม่มากนะ 70 คน 100 คน มาฝึก 3-4 วัน ฝึกอะไร ? 3-4 วัน คุณคงมาสัมผัสเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ว่าต้องทำอย่างนี้ๆ ใช่ไหม เพราะว่าเวลาถ้ามาตั้งจริงๆ แล้ว ทหารไทยต้องเข้าไปร่วมเป็นกำลังเสริมให้เขา

ท่านผู้ชมครับ ที่ฟังผมพูดนี่ให้จำเอาไว้นะ ให้จับตาดูเรื่องนี้เอาไว้ดีๆ แล้วกองทัพบกพูดออกมาได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการฝึกอบรม คุณฝึกอะไรกัน เอาพลทหารอเมริกัน 3 คน มาฝึก ฝึกอะไร ฝึกสอนไทยให้ใช้อาวุธอิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่า คุณเปิดเผยหน่อยได้ไหมครับ ว่าคุณฝึกอะไร ถ้าเป็นความลับทางทหารผมไม่ว่า ช่างมัน ไม่เป็นไร


แต่คำถามที่ประชาชนไทยมีสิทธิ์ถาม คุณก็คือคนไทยเหมือนกัน งบประมาณที่คุณใช้นี่ภาษีอากรพวกผมทั้งนั้น แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรที่จะบอกว่าเลื่อนไม่ได้ แล้วคุณดูสิ ทุกคนที่เข้ามาในเมืองไทยที่มีเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติมขึ้นมา ล้วนแล้วแต่เป็นคนต่างประเทศทั้งนั้น แล้วที่เมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อเช้า เมื่อวานนี้ ศบค.บอกว่าได้ตรวจสอบแล้วไม่มีเชื้อโควิด-19 คุณตรวจสอบแบบไหน คุณตรวจสอบด้วยเครื่องมือพิเศษหรือเปล่า ที่ตรวจสอบได้ ที่จุฬาฯ เขามี ที่คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ซื้อให้จุฬาฯ ตรวจสอบเสร็จภายในไม่เกิน 1 ชั่้วโมง หรือ 2 ชั่วโมง ก็จะรู้ คุณใช้เครื่องนั้นหรือเปล่า หรือคุณใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแล้วก็ตรวจสอบหลักธรรมดา ตรวจสอบของคุณตรวจสอบแบบไหน บอกผมหน่อยได้ไหม ศบค. คุณตรวจสอบแบบไหน คุณตรวจสอบแบบยิงอุณหภูมิเข้าหัวหรือเปล่า คุณอย่าลืมนะว่าประวัติศาสตร์ของทหารอเมริกันที่ติดชื้อโควิด-19


ทหารอมเริกันติดเชื้อโควิด-19 ในเรือรบรูสเวลท์ ทหารอเมริกันติดเชื้อโควิด-19 ในหลายๆ แห่ง และที่โอกินาวา ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างดี เรื่องที่คอขาดบาดตายแบบนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าได้ไหม แล้วพวกนี้เข้ามา ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่า อยู่คอนราด อยู่ใจกลางเมือง พวกนี้อยู่ในโรงแรมกักตัว 14 วันหรือเปล่า ก็ไม่ได้กักตัว ผมพนันด้วย คุณไปเฝ้าดูสิ พวกนี้เดินออกจากโรงแรมนะ ไม่ใส่หน้ากาก ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง


กองทัพบก คุณรักประชาชนบ้างได้ไหม คุณเห็นใจประชาชนบ้างได้ไหม คุณอภิรัชต์ คงสมพงษ์ คุณจะเกษียณอยู่แล้ว อีกเดือนกว่าๆ แล้วทหารเคยทำอะไรที่ให้ประชาชนไว้ใจได้บ้าง คุณทำมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งหนึ่ง คือสนามมวยลุมพินี เมื่อมีนาคม 2563 ครั้งที่สอง ส่งทหารไปร่วมฝึกที่ฮาวาย 151 คน กลับมาที่ไทยติดเชื้อไป 9 นาย ติดเชื้อที่กองทัพสหรัฐฯ ที่ฮาวาย 9 นาย ครั้งที่สาม ทหารอียิปต์เข้ามาพักโรงแรมและออกไปเที่ยว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม โดยไม่มีการกักตัว ปรากฏว่าทหารติดโควิด-19 แต่เผอิญคุณโชคดี คุณบอกว่าเป็นการอนุญาตของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่คุณ


ท่านผู้ชมครับ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจากทหารชุดนี้ที่เข้ามา แล้วติดเชื้อจากทหารพวกนี้ ผมจะเรียนท่านผู้ชมว่า ต้องให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นผู้รับผิดชอบ ถึงแม้ท่านจะเกษียณอายุไปในอนาคต อย่าปล่อยให้ลอยนวลต่อไปเป็นอันขาด โควิด-19 ไม่ใช่เรื่องเล็ก ชีวิตคนสำคัญมาก เราอดทน ถูกล็อกดาวน์ คนไม่มีงานทำ อยู่บ้านมาตั้งนาน เพียงเพื่อตอ้งการให้สถานการณ์มันดีขึ้น แต่กองทัพบกใช้อภิสิทธิ์บอกว่าเลื่อนการซ้อมรบไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตรรกะในการซ้อมรบมันไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว สถานการณ์โควิด-19 มีใครเขาซ้อมรบกันในวันนี้ มีแค่ประเทศไทยกับอเมริกา นอกเสียจากพวกคุณจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในการเข้ามาจัดระเบียบต่างๆ นี้ เป็นเรื่องของอาวุธ และเป็นเรื่องของการตั้งขีปนาวุธ แล้วคุณบอกใครไม่ได้ มันถึงบินมาถี่จังเลย แล้ว 151 คนที่ไปซ้อมรบที่ฮาวาย คุณซ้อมรบอะไร ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับ

เดี๋ยวนี้ผมไม่ไว้ใจหน่วยงานของรัฐเลยแม้แต่นิดเดียว สำนักงานอัยการสูงสุดทำให้ผมสยอง สยองมาก รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมครับ


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ถ้าผมไม่พูดเรื่องบ่อนแล้ว ท่านผู้ชมคงจะน้อยใจ แต่จริงๆ แล้วระหว่างเรื่องบ่อนกับเรื่องอัยการ อัยการสำคัญกว่าล้านเท่า เพราะว่าเรื่องบ่อน บ่อนในเมืองไทยมันมีมาตลอด บ่อนนายตี้ ที่มีเรื่องราวที่พระราม 3 สิบคูหา แล้วคนตายไป 4 คน ท่านผู้ชมครับ นายตี้เป็นเจ้าของบ่อน บ่อนแรกที่มีสิทธิ์ตั้งบ่อนได้ในยุค คสช. ตั้งอยู่ในท้องที่บางรัก ส่วนตั้งได้อย่างไร ก็แน่นอนที่สุด ก็ต้องมีคนคุ้มกันเขา ใครจะคุ้มกันท่านผู้ชมก็เดาเอาแล้วกัน ผมไม่อยากพูด

หลังจากนั้น คุณยุทธพงศ์ ส.ส.มหาสารคาม ออกมาอภิปรายในสภาฯ เรื่องบ่อนนายตี้ที่บางรัก ก็เลยต้องถูกบังคับให้ปิดแล้วก็ย้ายไปอยู่พระโขนงชั่วคราว จากพระโขนงตอนหลังก็ไปได้ตึกแถว 10 ห้องของเสี่ยเจ็งที่เยาวราช แล้วก็เปิดบ่อนที่นั่น

ท่านผู้ชมครับ บ่อนของนายตี้ จะมีโต๊ะบาคาร่า บาคาร่าเท่าที่ทราบจากวงการข้างในมีประมาณ 10-15 โต๊ะ โต๊ะพวกนี้นายตี้ให้เช่า ก็คือว่าโต๊ะหนึ่งให้เช่าวันละ 150,000 สิบโต๊ะ ก็วันละ 1.5 ล้าน เดือนหนึ่งก็ 45 ล้านบาท แต่วันละ 1.5 ล้านนี่ไม่ใช่นายตี้รับคนเดียว แจกคนโน้นแจกคนนี้ คนท้องที่ได้หมด เผอิญมันมีการฆ่ากันตายขึ้นมา และคนที่ยิงตายก็คือนายบอย บ้านครัว เป็นมุสลิม เป็นเด็กที่อยากจะเลื่อนชั้น นายถาวร หรือเสี่ยถาวร พอยิงคนตายก็หลบเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ ออกไปไม่ได้ เพราะเขาปิดประตู บอย บ้านครัว ก็คว้าปืนมาแล้วก็วิ่งไปยิงนายนี่ในห้องน้ำแล้วก็หนีไปเลย ตอนนี้ได้เลื่อนชั้นแล้ว เป็นมือปืนขึ้นชั้น

สมัยก่อนนานมาแล้วท่านผู้ชมคงเคยได้ยินเรื่องนี้ สมัยก่อนที่เยาวราชเขามีมังกรเยาวราช มังกรจีน ชื่อก่งก๊ง ก่งก๊งเป็นมาเฟียเยาวราช แต่เป็นมาเฟียสายธรรมะที่ไม่ฆ่าคน ไม่รังแกใคร ก่งก๊งมีลูกน้องชื่อจุกไช้ แล้วก็ แคล้ว ธนิกุล เจ้าพ่อในยุคนั้น มีลูกน้องคนสนิทชื่อซิตี๋ ซิตี๋ก็ไปเล่นบ่อนของจุกไช้ เล่นโดยใช้นโยบายที่นักเลงใช้กัน ก็คือว่าได้กูเอา เสียกูไม่จ่าย จุกไช้ทนไม่ไหว้ก็เลยยิงซิตี๋ตาย เพราะฉะนั้นเรื่องการยิงกันไปยิงกันมาในบ่อน เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ผมจะพูดหลักการนะครับ


ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนนี้ ท่านขึ้นมาได้ก็เพราะว่าท่านทำงานประสานกับทหาร ที่เขาตั้งท่านขึ้นมาตอนนั้นก็เพราะว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลท่านเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับแม่ทัพภาคที่ 1 ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลท่านได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพราะว่าท่านสามารถประสานงานกับทหารได้ เนื่องจากว่าตำรวจนครบาลนั้นจะต้องประสานงานกับกองทัพภาคที่ 1 เวลามีเรื่องมีราวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประท้วง ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวน หรือไม่ว่าจะเป็นการจลาจล ทหารจะต้องเข้ามา และตำรวจจะต้องประสานงานกับทหารได้ ท่านถึงได้มาเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ตามหลักการแล้ว ผมไม่อยากจะพูดว่าเป็นฝีมือใคร เบื้องหลังมีใคร ถ้าเล่าท่านก็จะอ้าปากหวอ แต่ผมก็เล่าไม่ได้ เรื่องบางเรื่องมันพูดไม่ได้ เอาเป็นว่าโดยหลักการอย่างนี้ดีกว่า



คนที่สำคัญที่สุด คือผู้กำกับโรงพัก ผู้กำกับท้องที่ที่บ่อนนั้นอยู่ ถามว่า ผู้กำกับท้องที่ ก็คือพ่อบ้าน ใครจะมาเปิดบ่อน ไม่มีทางไม่รู้ว่ามีบ่อน ต้องรู้แน่นอน เมื่อมีแน่นอน ก็มีอยู่ 2 อย่าง ว่าผู้กำกับนั้น เจ้าของบ่อนเอาเงินให้ผู้กำกับ ส่วนผู้กำกับจะส่งต่อไปรองผู้การ ไปต่อผู้การ ผู้การต่อรองผู้บัญชาการ แล้วต่อผู้บัญชาการฯ นครบาล นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการส่งส่วยเป็นต่อๆ นั้นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ การส่งส่วยบางครั้งมันก็เข้าระบบได้ อย่างเช่น กรมที่ดิน หรือกรมศุลกากรสมัยก่อน จ่ายเป็นโต๊ะ โต๊ะละเท่าไรๆ ตอนหลังเขาก็รวบให้มันเป็นระบบ ก็คือว่า เขาคิดค่าบริการ และค่าบริการใส่กล่อง กล่องเมื่อได้มาถือเป็นสวัสดิการของพนักงาน แต่ตำรวจทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะตำรวจตกเลข ตำรวจที่มีตำแหน่งสูงขึ้นจะบวกเป็นอย่างเดียว จะลบไม่เป้น และหารไม่เป็น ทั้งๆ ที่คนที่จะสอบเข้าตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน คนที่เข้าสอบไอคิวสูงทุกคน แต่มาตกเลขเมื่อเป็นใหญ่


นี่ถ้าโรงพัก ผู้กำกับไม่ให้ตังค์ นายนี่ก็ต้องไปวิ่งผู้การ ผู้การก็จะต้องบอก เฮ้ย ผู้กำกับ อะลุ่มอล่วยหน่อย เอาเป็นว่าผู้การเขตนั้น บก.น.5 กับผู้กำกับ เมื่อจับมือกันแล้ว นายตี้ก็เปิดบ่อนได้


เอาล่ะ เล่าต่อไป แล้วผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ท่านเหมือนผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านรู้ไหมล่ะ ผมคิดว่าท่านรู้ เพราะว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะมีรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหลายคน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสายจราจร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสายสืบสวน สายสอบสวน สายบริหาร มีหมด ทีนี้สายสืบสวนก็มีรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชื่อ รองแมน รองแมนเป็นคนสนิทกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เหมือนกับเป็นเด็กที่เลี้ยงมาตั้งแต่ต้น ดูแลกัน สนับสนุนให้เจริญเติบโต แล้วอดีตเป็นผู้การกองบังคับการสืบสวน บช.น. ก็คือว่าในกรุงเทพมหานครนั้น กองบังคับการนี้ใหญ่ที่สุดในการเป็นสายสืบ หัวหน้านักสืบ มีอำนาจมาก ตอนนี้ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการแล้ว แต่ก็ยังคุมเรื่องสืบสวนอยู่ เดี๋ยวจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน

ทีนี้ถ้าผู้การ กับโรงพัก ผู้กำกับ ไม่ยอมให้มีเปิดบ่อนขึ้นมา ถามว่าผู้บัญชาการแทรกแซงได้ไหม ? ยาก ถ้าเขาแข็ง ผู้บัญชาการจะไม่มีสิทธิ์เลย นอกเสียจากว่าอาจจะมีการเชื่อมสะพานกันและคุยกันให้รู้เรื่อง คุยกันตรงนั้นก็จบแล้ว


ทีนี้ เรื่องวันนี้ความจริงมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ถ้าไม่มีการยิงกันตาย มันก็ยัง happy go lucky อยู่เหมือนเดิม ผมไม่ได้สนใจหรอก เอาเป็นว่าเห็นชัดๆ ว่าเป็นบ่อนใหญ่ คุณชูวิทย์เอารูปออกมา ถอดกล้องวงจรปิดโน่นนี่นั่น ที่ตำรวจบอกว่ามีอยู่โต๊ะเดียว คือถ้าผมดูกล้องวงจรปิดแล้วน่าจะถอดออกเป็นสิบตัว โต๊ะหนึ่งก็มีกล้องวงจรปิด 2 ตัว เพราะฉะนั้นแล้วโต๊ะที่มีการพนันจะมีหลายประเภท ต้องถือว่าเป็นบ่อนใหญ่ ระดับใหญ่บ่อนหนึ่ง ถ้ามีเปอร์เซ็นต์ที่จะจ่ายโต๊ะละ 1.5 ล้านบาท จากบาคาร่า แล้วมีประมาณ 10 โต๊ะ ฉะนั้นเงินที่หมุนเวียนมีเยอะมาก เดือนละประมาณเกือบๆ 500 ล้านบาท แบ่งกันไปหมดเลย ส่วนจะแบ่งให้ใครนั้น ไม่ต้องไปสนใจชื่อหรอก เอาเป็นว่าทุกยุคทุกสมัยจะมีคนรอรับเงินพวกนี้อยู่


แต่ตอนนี้เรื่องบ่อนมันกลายเป็นเรื่องของการแย่งชิงตำแหน่งกันไปแล้ว ทุกคนก็เลยมอง ตำรวจจะมีความสามารถอย่างหนึ่ง เก่งมาก ทุกคนมองว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนนี้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว ในการโยกย้ายครั้งนี้ ท่านเป็นนายตำรวจรุ่น 38 ท่านเกษียณอายุปีหน้า เดือนกันยายน ปีหน้า เดิมทีท่านก็กะจะอยู่อีก 1 ปี ท่านคงจะต้องโดนเด้งแน่งานนี้ ทุกคนก็เลยจ้องไปที่รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่ชื่อแมน โทษฐานที่เป็นคนสนิทของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มีโอกาสจะขึ้น หอกทั้งหลายก็เลยพุ่งไปที่รองแมน เพื่อเตะตัดขาไม่ให้ขึ้นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ท่านผู้ชมเริ่มเข้าใจหรือยัง

ถามว่าคนที่ต้องรับผิดชอบมีกี่คน ไล่มาเลย รับผิดชอบมา ผู้กำกับโรงพักต้องรับผิดชอบ ผู้การเขต บก.น.5 ก็ต้องรับผิดชอบ รองผู้บัญชาการก็ต้องรับผิดชอบ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาลก็ต้องรับผิดชอบ ผู้กำกับ รองผู้การเขตซึ่งดูแลเรื่องอบายมุข ผู้การ รองผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ 5 คนแล้วนะ 5 ขั้นตอนแล้วนะต้องรับผิดชอบ ต่อไปก็คือท่านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ดูแลเรื่องการปราบปราม คือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หกแล้ว


แล้วเหนือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ก็คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เจ็ดขั้นตอน พวกนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะว่าเป็นหัวหน้าสายโดยตรง ต้องรับผิดชอบ คุณจักรทิพย์ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เช่นกัน เพราะเป็นผู้นำหน่วย สรุปภาพมันก็เป็นอย่างนี้


ท่านผู้ชม ท่านผู้ชมไม่ต้องไปสนใจหรอก มันมีเส้นมีสายกันทั้งนั้น มันมีเส้นมีสายจากแหล่งที่ลึกลับมา คือพูดง่ายๆ ว่าผมคิดว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลก็ต้องเกรงใจ หรือเผลอๆ ก็ได้ส่วนแบ่งด้วย เรื่องมันก็เลยไปในรูปแบบนี้ในขณะนี้ ก็คือกลายเป็นว่า ปล่อยข่าวออกมาเพื่อโจมตีคนที่เป็นแคนดิเดตที่จะขึ้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งหมดมีอยู่แค่นี้ ผมไม่อยากให้ไปมโนอะไรมากมายกว่านี้ เพราะมันเป็นของมันอย่างนี้มานานแล้ว จำที่ผมพูดได้ไหม แล้วมันจะผ่านไป เชื่อผมสิ อีกไม่เกิน 1-2 อาทิตย์ มันก็ผ่านไปแล้ว ทุกคนก็ลืมหมดแล้ว อีกสักพักพอทุกคนสงบเงียบแล้ว เดี๋ยวบ่อนนายตี้ก็จะเปิดใหม่ เป็นไปได้หมดทุกอย่าง


คือเรื่องบางเรื่องผมกลับเห็นว่า เรื่องบ่อนไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสำหรับผม เรื่องที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ที่ตั้งแต่ออกรายการมา คือเรื่องอัยการ ใหญ่กว่าเยอะ ใหญ่กว่ามากๆ เพราะอัยการเกี่ยวข้องกับลูกคนมีเงิน เกี่ยวข้องกับเศรษฐี แล้วมันเกี่ยวข้องกับหลักการว่าคุกมีไว้สำหรับขังคนจน มันไปพิสูจน์ว่าคนรวยไม่ติดคุกหรอก นอกจากคนที่หนีไม่ทันเท่านั้นเอง จึงต้องติดคุก

วันนี้ก็มีมากมายพอสมควรนะท่านผู้ชมครับ ก็เอาเป็นว่า หวังว่าคงจะชอบรายการนี้ เอาเป็นว่าอาทิตย์หน้า ก็ลองดูต่อไป ผมอยากจะรู้ว่าจากนี้ไปอัยการสูงสุด คุณวงศ์สกุล และรองอัยการสูงสุด คุณเนตร จะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เริ่มเปิดออกมาแล้ว แล้วเดี๋ยวผมจะเช็กดูว่าวันนี้คุณรสนาได้ข้อมูลจากท่านประธานรัฐสภาหรือยัง สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...