xs
xsm
sm
md
lg

จนท.ห้วยขาแข้ง วอนอย่าเชื่อกระแสปั่นเรื่อง “เสือบุกหมู่บ้านคน” หลังมีเหตุเสือกัดวัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เผยการเข้าประสานงานชุมชนหลังพบเสือเข้าทำร้ายวัวและเป็ดของชาวบ้าน ยันทำงาน 24 ชั่วโมง วอนชาวบ้านอย่างหลงเชื่อข่าวลือ พร้อมระมัดระวังตัวและอย่าทำร้ายเสือก่อน เพราะเสือตัวที่หลุดมาอยู่ในภาวะเครียดและหิวโหย

วันนี้ (7 ก.พ.) เพจ “ห้วยขาแข้งสืบสาน” ได้โพสต์ให้ข้อมูลการอาศัยร่วมกันของคนและเสือ โดยระบุเนื้อหาว่า “อยู่อย่างไรใกล้ๆ เขตบ้านเสือ ก็น่าคิดว่า ถ้าอยู่กันมาปกติ จู่ๆ มีเสือโคร่งมาตะปบวัว กัดแพะให้เห็น ไม่ไกลบ้าน จะเป็นอย่างไรกัน

ถ้าถามแอดมิน ก็คงจะตอบว่า ก็ดีสิ อยากเห็นเสืออยู่แล้ว อยู่อย่างมีสติสตังหน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรก็ตั้งแต่อยู่มาจนป่านนี้ ไม่เคยได้ยินเหตุเสือโคร่งเล่นงานคน มีแต่คนเท่านั้นที่ไปเล่นงานเสือทั้งๆ ที่ปากก็ว่ากลัว

แต่บังเอิญ คงไม่มีใครมาถามเรา และขืนตอบอย่างนี้ คนที่อยู่แถวนั้นคงสวนให้ว่า ก็เอ็งไม่ได้อยู่ที่นี่ ลองมาอยู่ดูสิ อยากรู้จะทำตัวยังไง ตอบคำถามว่า อยากรู้ว่าควรทำตัวอย่างไร ใกล้ๆ “เขตบ้าน” ของเสือโคร่ง จึงเกิดเป็นการประชุมทำความเข้าใจกับชาวบ้าน (รวมถึงปรับเนื้อปรับตัว) ว่า “อยู่กันอย่างไรให้ปลอดภัยใกล้ๆ เสือ ในศตวรรษที่ 21” ไม่ใช่ศตวรรษที่แล้ว ถ้าเสือมาก็ซัดไม่ยั้งไว้ก่อน หน่วยโมบายล์นี้ไม่เพียง “พวกอนุรักษ์” จากทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นำทีมโดยหัวหน้าเขตฯ เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต และทีมประสานงานชุมชน ทางฝั่งผู้นำชุมชน คือ “กำนันนอ” นายอนุพันธุ์ สารสุวรรณ์ เรียกว่าเป็นการร่วมมือร่วมใจเพื่อสวัสดิภาพคนสวัสดิภาพเสือ มีการลงพื้นที่ “ฮอตสปอต” 3 หมู่บ้านที่ถูกหวยเสือ คือ ไผ่งาม เขาเขียว และต่อไป คือ บึงเจริญ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี แม้เช้าตรู่ หลวงพี่ออกบิณฑบาตไปเจอกับเจ้าลายอยู่ริมทางตรงโค้งหน้าสถานีไฟป่า ก็พอได้ยถา สัพพีให้กันไป เห็นจะจะว่าเสือเดินขากะเผลก หัวหน้าเขตฯ ห้วยขาแข้ง ก็เล่าถึงสถานการณ์เสือรอบๆ พื้นที่กันชนให้ชาวบ้านฟังว่า ใครเป็นใครยังไง ที่ผ่านมาทางเขตฯ ทำงานเข้มข้นขนาดไหนทั้งแอ็กทีฟ และแพสสีฟ เพราะมีเจ้าเอื้องและลูกๆ วัยรุ่น 3 ตัว ผกา อภิญญา และวิจิตร หากินอยู่ในหุบทับเสลา ไม่ไกลจากเขตกันชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำงาน 24 ชั่วโมง ถ้ามาอยู่ในตำแหน่งใกล้ชุมชนมากไปก็ใช้มาตรการทันที โดยที่ชาวบ้านเองบางทีก็ไม่รู้

แต่เจ้าตัวที่โผล่เข้ามา ไม่ใช่แม่ลูกครอบครัวนี้ ทาง Thailand Tiger Project DNP เรียกว่า “เจ้าเสือสวมรอย” ก็ขอให้ทุกคนช่วยกัน ปรับตัวนิวนอร์มัล เว้นระยะห่าง กลางค่ำกลางคืนก็อย่าเพิ่งออกไปไหน โดยเฉพาะตรงจุดเสี่ยง ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็หารถยนต์ออกไป อย่าไปรถเครื่อง ตะคุ่มๆ ลับๆ ล่อๆ มีไฟติดหัวดวงเดียวๆ ตอนนี้เสือน่าจะอยู่ในภาวะเครียดมากๆ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กดดัน และคงหิวโหยมาจากที่อื่น พอมาถึงที่นี่ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ถ้าเราทะเล่อทะล่าไปเจอ อาจถูกทำร้ายได้

แต่ทางหัวหน้าเขตฯ ก็ย้ำว่า คนเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เสือจะทำอันตราย และก็คงทำร้ายถ้าจวนตัว จากความกลัวกับเครียด ไม่ใช่เจตนาปรี่เข้ามาล่าเรากิน ฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวล หรือหวาดผวาเกินเหตุ เพียงแต่ให้ระวังตัวกันบ้าง และไม่เอาตัวไปในจุดเสี่ยงในช่วงสามสี่วันนี้ ทางเขตฯ กับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ หารือร่วมกันที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะพาเสือออกไป ซึ่งต้องดำเนินการไปตามลำดับขั้นตอน

“การยิงยาสลบก็อาจเป็นทางหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะซี้ซั้วยิงได้ เพราะถ้าไม่เจอในระยะที่ทำงานได้ และสภาพเสือก็ต้องคำนึงถึงด้วยถ้าเสืออ่อนแรง และเครียดมาก ถูกยาสลบก็อาจช็อกตายได้ จะกลายเป็นร่วมทำบาปกันทั้งบาง ถ้านิวนอร์มอลแล้ว ยังเจอเสือแบบไม่คาดฝันล่ะ ควรทำอย่างไร ชาวบ้านถาม ห้ามไปเซลฟีเด็ดขาด” หัวหน้าว่ามาอย่างงี้ ซีเรียสด้วย ให้ค่อยๆ ถอยห่างออกมาช้าๆ แต่เอาให้ทันก็แล้วกัน แต่ก็เชื่อว่าจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดีกันทั้งสองฝ่าย

ส่วนกำนันนอ ของชาวระบำ ก็ร่วมย้ำว่า ห้ามทำร้ายเสืออย่างเด็ดขาดนะพวกเรา หากมีเหตุไม่คาดฝัน ก็ให้ฟังข้อแนะนำตามที่หัวหน้าบิ๊ก ได้บอกให้ฟัง ผมเองเป็นห่วงทุกคน แต่ก็ห่วงสัตว์ป่าด้วย ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้น ถ้าเราลดการเผชิญหน้าได้ ทางไหนที่เสืออาจจะไปซุ่ม ก็อย่าไป ก็จะลดความเสี่ยง ลดอันตราย ที่จะเกิดทั้งเราและเสือ ส่วนตรงไหนที่เสือจะไปซุ่ม ก็คงหาไม่ยากเพราะจากข้อมูลการวิจัย และที่ผ่านมาสามสี่วันนี้ ก็ต้องมีรกๆ และแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ นั่นล่ะนะ

เสร็จประชุมที่บ้านไผ่งาม แม้จะมีวัวโดนกัดสะโพกไป 1 ตัว กับเป็ดอีก 3 ตัว ชาวบ้านก็ไม่มีท่าทีต่อต้านอะไรมากมาย แน่นอนอาจจะมีกลัวบ้าง แต่ก็เริ่มเข้าใจ เพราะพอจะรู้ว่าเสือตัวนี้หลงออกมาจากตอนใน เพราะถูกกดดันจากเขตบ้านของตัวเองตามธรรมชาติ แต่จะเป็นตัวไหน ยังไง คงต้องรอทางทีมวิจัยยืนยันอีกครั้งเมื่อได้ตัว แต่ก็ชัดเจนว่า เป็นเสือจากในป่าห้วยขาแข้งแน่นอน กระแสไม่ได้กรองว่าไว้ว่า มาจากโซนตอนหนือ และอาจเคยผ่านเข้ากล้องคาเมร่าแทร็ป ตอนสำรวจประชากรเสือแล้วด้วยก็ได้ ข้อมูลที่แน่ชัด จะช่วยให้กำหนดแนวทางคลี่คลายปัญหาได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ปลอดภัยกันทั้งคนและเสือ

สำหรับความเสียหายกับสัตว์เลี้ยง ทางเขตฯ ก็ได้เสนอเรื่องขึ้นไปเพื่อจ่ายชดเชยไปตามหลักเกณฑ์ ความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่า ซึ่งมีข้อกำหนดให้รัฐชดเชยตามความเหมาะสมแล้วนะ

จนถึงนาทีนี้ ใครจะสื่ออะไร ปั่นอะไรในโซเชียลฯ เรื่องเสือบุก ขย้ำ หรือสร้างภาพให้น่ากลัวๆ ยังไงเสพข่าวแล้ว ก็ขอให้ฟังหูไว้หู มีสติเอาไว้ลูก สติ คาถาเดียว นอกจากยะถา สัพพีของหลวงพี่ ก็คือ ไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยง แค่นั้นแหละ”