xs
xsm
sm
md
lg

รัฐสภารับหลักการร่าง กม.ตำรวจ ก้าวไกลโวยเปิดช่องทำร้ายลูกน้อง-ผมเกรียนต้นตออำนาจกดทับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มติรัฐสภารับหลักการร่าง กม.ตำรวจ ก้าวไกลชี้กฎหมายเปิดช่อง ผบช.ใช้อาวุธ-กำลัง ทำร้ายลูกน้องได้ไม่ผิด จี้ยกเลิกตัดผมเกรียน ต้นตออำนาจกดทับ ภท.ยังเคืองเมินส่งตัวแทนร่วมวง กมธ.

วันนี้ (24 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ชั้นรับหลักการ ต่อจากวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่อภิปรายถึงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย และการทำให้ตำรวจเป็นของประชาชนโดยแท้จริง

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อภิปรายว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นการปฏิรูปตำรวจแต่อย่างใด ดูจากมาตรา 106 ที่อนุญาตให้ผู้บังคับบัญชาใช้อาวุธหรือกำลังบังคับกับลูกน้องได้ ถ้าทำโดยสุจริตไม่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ถือเป็นการให้อำนาจตำรวจผู้ใหญ่กดขี่ตำรวจชั้นผู้น้อย เพื่อให้ควบคุมตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างสมบูรณ์แบบ ให้เป็นตำรวจของนายโดยสมบูรณ์

“นอกจากนี้ ยังมีมาตรา 107 โทษทางวินัยของตำรวจ ทั้งกักยาม กักขัง ทำงานโยธา แบกหาม หากทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ไม่ใช่ลงโทษเกินความพอดีแบบนี้ และสุดท้ายถ้าต้องการให้ตำรวจเป็นของประชาชนโดยแท้ ต้องยกเลิกระเบียบให้ตำรวจตัดผมเกรียน 3 ด้าน เมื่อทรงผมนักเรียนไม่เกี่ยวกับการเรียนฉันใด ทรงผมตำรวจก็ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ตำรวจฉันนั้น เพราะกฎนี้คือตัวแทนของอำนาจที่ใช้กดทับเพื่อให้ตำรวจอยู่ในโอวาทและคำสั่งการของนาย” นายวรภพกล่าว

ด้านนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีสองตั๋ว มีการซื้อตั๋วหนึ่งเพื่อไปเอาอีกตั๋ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศล้าหลัง มีคำสั่ง ผบ.ตร.ห้ามให้ตำรวจไปช่วยราชการ แต่ก็ยังมีการดึงตัวพนักงานสอบสวนไปใช้ ซ้ำยังเบิกเงินจากส่วนงานสอบสวนทั้งที่มีกฎว่าห้ามเบิกเงิน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ปฏิรูปไว้หลายเรื่อง แต่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษไว้ 2 เรื่อง คือ การปฏิรูปตำรวจและการปฏิรูปศึกษา ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งสองเรื่องแค่คิดจะปฏิรูปก็ยากแล้ว แค่ลงมือทำก็ยากอีก และจะให้เกิดผลสัมฤทธิ์ก็ยากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงกำหนดชัดเจนกว่าเรื่องอื่น

นายวิษณุกล่าวอีกว่า มีการพูดตามสื่อและในสภาแห่งนี้ประหนึ่งว่าร่าง พ.ร.บ.นี้มีอยู่ 3 ฉบับ และพูดประมาณว่า ครม.ไม่พอใจฉบับ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ จึงส่งต่อไปให้กฤษฎีกา ให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ดูแลเรื่องนี้อีกที จากนั้นส่งกลับ ครม. และ ครม.ก็ส่งไปให้ตำรวจดูอีกครั้ง แล้ว ครม.ก็หยิบฉบับตำรวจมาเสนอรัฐสภา ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะมันคือฉบับเดียวกัน โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายนี้ 80 เปอร์เซ็นต์มาจากฉบับ พล.อ.บุญสร้าง บวกของนายมีชัย และอีก10-20 เปอร์เซ็นต์มาจากที่ตำรวจขอแก้ไข และรัฐบาลก็เสนอมายังรัฐสภา โดยหวังว่ารัฐสภาแห่งนี้จะทำเป็นฉบับสุดท้าย โดยจะเอาฉบับ พล.อ.บุญสร้าง นายมีชัย หรือข้อเสนอตำรวจที่ถอนออกไปก่อนหน้านี้ เข้ามาใหม่ก็ได้ทั้งนั้น

“มีผู้ใหญ่ของประเทศที่ผมเคารพนับถือหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า การจะออกกฎหมายจัดระเบียบอะไรสักอย่างต้องคำนึงถึงระบบและตัวบุคคล ช่วยกันทำระบบให้ดีที่สุด แต่อย่าคิดว่าจะแก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างได้ เพราะในที่สุดก็อยู่ที่คนด้วย เหมือนกับบ่ายวันนี้จะมีการพิจารณารัฐธรรมนูญ ก็คือการวางระบบ จะสำเร็จสัมฤทธิ์หรือไม่ อยู่ที่คน คนจะเข้ามาอยู่ในระบบรัฐธรรมนูญฉันใด คนที่เข้ามาอยู่ในระบบตำรวจก็ฉันนั้น กฎหมายตำรวจแห่งชาติ คือ กฎหมายวางระบบ แต่ที่สุดอยู่ที่ตำรวจที่มีทั้งดีและไม่ดี โดยท่านผู้ใหญ่ที่วางหลักนี้ไว้ให้ก็คือ ประธานรัฐสภา นั่นเอง” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

“สมาชิกหลายคนถามว่าเมื่อมีกฎหมายนี้แล้วปัญหาส่วย และตั๋วจะหมดไปหรือไม่ ประชาชนจะนอนตายตาหลับไหม ก็ขอตอบว่าเราทำระบบให้ดีที่สุด แล้วไปเคี่ยวเข็ญที่คน ทำผิดต้องลงโทษ ทั้งระบบและคนต้องคู่กันไป สิ่งที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายมาทั้งหมดนั้น ขอความกรุณาโปรดนำไปใส่ไว้ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะปรับปรุงแก้ไขออกมาอย่างไร ไม่มีความขัดข้อง และรัฐบาลวางใจ นอนใจ เชื่อใจว่าสุดท้ายแล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะออกมาจะเป็นฉบับปฏิรูปเท่าที่เคยมีมา”

ต่อมาที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 565 ต่อ 2 งดออกเสียง 3 เสียง โดยให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ จำนวน 49 คน โดย กมธ.ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน 3 คน ทางพรรคแจ้งว่าไม่ประสงค์เข้าร่วม ทั้งนี้ รายชื่อกรรมาธิการที่น่าสนใจ เช่น นายวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤษดากร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...