xs
xsm
sm
md
lg

เดิมพันยึดอำนาจ “บิ๊กตู่” รับคนเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ “ถอนหมุดข่าว” ทาง NEWS1 โดย นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม เครือผู้จัดการ วันที่ 4 พ.ค.64 นำเสนอรายงานพิเศษ เดิมพันยึดอำนาจ “บิ๊กตู่” รับคนเดียว



ตามสถานการณ์แพร่ระบาดเขื้อโควิด-19 ที่ยังหนักอยู่ และชีวิตคนไทยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยิ่งขึ้นทุกวัน หลังจากนี้เป็นการเดิมพันฝีมือ บิ๊กตู่คนเดียว ตามคิวที่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. กระชับอำนาจจากรัฐมนตรี ดึงกฎหมาย 31 ฉบับมาขึ้นตรงกับตัว เพื่อแก้การแพร่ระบาดของโควิด-19

ตามนัยทางการเมือง หลายฝ่ายให้น้ำหนักไปที่ความไม่พอใจเรื่องแก้โควิด-19 จึงริบอำนาจมาไว้กับตัว ให้รัฐมนตรีเป็นแค่ไม้ประดับพอ หรือว่าแท้จริงแล้วอ้างเรื่องโควิด-19 เพื่อฉวยจังหวะดึงอำนาจเบ็ดเสร็จมาไว้ที่ตัวหรือไม่?

จะอย่างไรก็ตาม แม้รัฐมนตรีหลายคนจะไม่พอใจ เพราะเป็นการบริหารแบบเผด็จการ แต่น้ำท่วมปาก พูดอะไรไม่ออก เนื่องจากวันนี้ต้องยอมรับว่า 3 ป. ยังถือแต้มต่อในมือ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐ หรือกองทัพข้าราชการ จึงกล้ำกลืน ก้มหน้าก้มตารับสภาพ

โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ที่พูดกันตรงๆ วันนี้เหมือนเหลือแค่ หน้าที่ตรวจราชการ ทั้งที่โดยหลักระดับ รมว.สาธารณสุข ควรจะเป็นขุนพลใหญ่เคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์ในการสู้ศึกโควิด-19

การรวบอำนาจครั้งนี้ แม้หลายคนอาจมองว่า อาจเป็นปรารถนาดีเพื่อไม่ให้ อนุทิน ต้องรับก้อนอิฐหนักแต่เพียงผู้เดียว แต่ดูแล้ว โดยวิสัยคนในอำนาจการเมือง คงไม่ได้ใจกว้างอะไรแบบนั้น

เพราะการกระทำแบบนี้ ในทางการเมืองไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำว่า อนุทิน แก้ปัญหาโควิด-19 แบบล้มเหลว จึงต้องดึงอำนาจกลับมา

แม้ อนุทิน จะพยายามหยุดข่าวลือรอยแตกร้าวระหว่างแกนนำรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเรื่องโควิด-19 ที่ก่อนหน้านี้ ด้วยการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องการรวบอำนาจครั้งล่าสุด
แต่ใครก็รู้ว่า ละครฉากนี้ เพื่อสร้างภาพสยบข่าวลือ ลดโทนบรรยากาศคุกรุ่นภายในพรรคร่วมรัฐบาลอันมีเหตุมาจากการแก้ปัญหาโควิด-19 เท่านั้น แต่จริงๆ พูดไปกลืนเลือดไป

อย่างไรก็ดี การรวบอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เที่ยวนี้ มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ที่จะต้องเดิมพันค่อนข้างสูงเหมือนกัน เพราะตอนนี้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดแต่เพียงผู้เดียวในการแก้ไขปัญหาโควิด-19

หากยังล้มเหลว ก็ล้มเหลวแค่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ถูกยึดอำนาจไปหมดแล้ว หากประชาชนจะด่า ก็พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์โดยตรงได้เลย ขณะที่ อนุทิน ที่เป็นเป้าก่อนหน้านี้ จะมีข้ออ้างว่า ตัวเองไม่มีอำนาจอะไร

แต่ในทางตรงกันข้าม หากออกมาประสบความสำเร็จ การแพร่ระบาดโควิด-19 ลดลง ในช่วงหลัง พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจเอาไว้ที่ตัว นี่แหละจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอ้างได้เต็มๆ ว่า เป็นผลมาจากการบริหารแบบเบ็ดเสร็จของตัวเอง ได้หน้า ได้ผลงานคนเดียว

ขณะเดียวกัน ยังจะเป็นการผลักความล้มเหลวกลับไปที่พรรคร่วมรัฐบาล สามารถอ้างได้ว่า ที่การบริหารผิดพลาดในช่วงแรกเกิดจากการองคาพยพ ไม่ได้เกิดจากตนเอง

เช่นนี้ ย่อมเป็นการหาทางเอาตัวรอดจากความล้มเหลว เพื่อให้ยังพอพูดได้ว่า ตัวเองมีฝีมือในการแก้ปัญหาโควิด-19 อยู่ เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญปัญหาวิกฤติผู้นำ จากกรณีปล่อยปละละเลยให้มีการแพร่ระบาด ขนาดกองเชียร์ลุง ยังไม่กล้าออกตัวปกป้อง

ประชาชนเลิกพึ่งหวังในการแก้ไขปัญหาของรัฐ หันมาพึ่งพาตัวเอง พร้อมๆ กับการอยู่กันแบบขวัญหนีดีฝ่อ ไม่รู้จะป่วย จะตายกันตอนไหน

เรียกว่า หากมีการเลือกตั้งตอนนี้ หากไม่มีกลไกรัฐ ไม่มีอำนาจ ปล่อยให้มีการเลือกตั้งกันแบบฟรีสไตล์ ตามความรู้สึก 3 ป.อาจสูญพันธุ์ได้เลยทีเดียว

ดังนั้น มันไม่มีตัวเลือกอื่น นอกจากงัดวิธีทางการทหารคือ รวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จมาไว้ที่ตัว หากสำเร็จจะได้มีช่องทางต่อลมหายใจให้ดันทุรังเดินต่อไปได้

เพราะอย่างไรก็จะต่ออีกเทอมให้ได้ ตามเวลาในบทเฉพาะกาล 5 ปี เป็นรัฐบาลสองสมัย อย่างไรต้องหาทางดิ้นเพื่อเอาตัวรอดไปให้ถึงวันนั้น

ตอนนี้ก็วัดดวงว่า เมื่ออำนาจมาอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ แบบเบ็ดเสร็จแล้ว ผลจะออกมาดีหรือไม่ หากดีก็ปูทางหาจังหวะดีๆ ที่ได้เปรียบเลือกตั้ง รีเซ็ตทีมกันใหม่ ซึ่งคาดว่าหลังปลายปี 64 ไปแล้ว

หลังจากที่ร่าง พ.ร..บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการล็อตใหญ่ในเดือนกันยายนเสร็จสิ้น ทุกอย่างเป็นไปได้ตลอด เพราะอาการมันโคม่าแล้ว ฝืนไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...