xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยเพชรซาอุฯ จาก “เกรียงไกร” ถึง “ประยุทธ์” 30 ปี ฤาจะสิ้นอาถรรพ์ “บลูไดมอนด์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปฐมเหตุแห่งความขัดแย้งของทั้งสองชาติต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2531 กับชายต้นเรื่องที่ชื่อ “ เกรียงไกร เตชะโม่ง” หนุ่มเมืองเถิน จ.ลำปาง เรียนจบแค่ ม.3 ก็ทิ้งนาไร่และความอดอยากยากแค้นในบ้านเกิดเมืองนอน ยอมกู้เงินมาจ่ายให้นายหน้า 2 หมื่นบาท เพื่อไปขุดทองที่ ซาอุฯ ตามความฝันของนักเสี่ยงโชคในยุคนั้น

ทันที่เดินทางไปยังเมืองทะเลทรายเกรียงไกร ก็ได้เข้าไปทำงานเป็นคนงานในบริษัทรับเหมารักษาความสะอาดให้พระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อัล ซะอูด จนกระทั่งวันหนึ่งมหากาฬแห่งจอมโจรบันลือโลกก็เริ่มขึ้น ในเดือนที่ทะเลทรายร้อนแรงกว่าปกติ เจ้าชายไฟซาล ก็ได้พาครอบครัวเดินทาง ไปตากอากาศ ณ เมืองท่าริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเวลาเดียวกันนั้นเองบริษัทฯ ที่เกรียงไกรทำอยู่ ได้เข้าทำความสะอาดพระราชวังของเจ้าชายตามวงรอบพอดี

พลันที่หนุ่มบ้านนาได้เห็นพระราชวังโอ่อ่าซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองหลวงบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ภายในมีอาคารหลายหลัง มีห้องยิบย่อยต่างๆ อีกกว่า 100 ห้อง และมีรั้วสูงกว่า 3 เมตร ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แทบทุกห้องประดับประดาด้วย อัญมณีมีค่า แววตาเขาเป็นประกายกับเพชรนิลจินดา สร้อย แหวน นาฬิกา ที่วางเกลื่อนกลาดตามตู้โชว์ โต๊ะแต่งตัว แม้แต่ตู้เซฟก็มีกุญแจเสียบคาไว้ เสมือนสิ่งของไร้ค่า เพราะกฎหมายของที่นี่ ถือว่ารุนแรงมาก โดยเฉพาะคดีลักทรัพย์ ต้องถูกตัดมือสถานเดียว แต่กฎหมายมาตรานี้ไม่อยู่ในสายตาของหนุ่มไทยที่ถูกความโลภครอบงำ

เขาค่อยๆ ลอบดูลาดเลาพร้อมหาทางหนีทีไล่กับแม่บ้านที่คอยทำหน้าที่เปิดปิดประตูวัง เมื่อรอจนคนงานทำความสะอาดของบริษัทกลับออกไปจนหมด เขาตัดสินใจแอบซ่อนตัวเหมือนหนูตัวเล็กๆ ในพระราชวังอันโอ่โถง เมื่อกวาดทรัพย์สินจำพวกเพชรนิลจินดา ใส่กระสอบปุ๋ย ได้ 4 กระสอบ แล้วนำไปโยนไว้นอกรั้ววัง แล้วก็เดินหลีกเร้นผ่านสายตาของเจ้าหน้าที่รักษาการณ์เพียงไม่กี่คนไปได้

หลังได้ทรัพย์สินจำนวนมากมาแล้ว เขาก็ขอไปอาศัยชั่วคราวกับเพื่อนแรงงานชาวไทยที่สนิทกันในวงไฮโลเพื่อรอแพ็คใส่กล่องปะปนกับข้าวของเครื่องใช้ส่งพัสดุทางอากาศมายังเมืองไทย เมื่อส่งของเสร็จแล้วเขาก็รีบบึ่งไปยังสนามบินเพื่อหลบหนีกลับบ้านเกิด

ทันทีที่เท้าเหยียบแผ่นดินไทย ณ สนามบินดอนเมือง เกรียงไกร จึงตามไปรับของที่เขาส่งมาก่อนหน้านี้ โดยไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ศุลกากรระดับล่างที่ทำหน้าที่ตรวจตรา พร้อมทั้งอ้างว่าภายในกล่องที่ส่งมาเป็นข้าวของเครื่องใช้และเครื่องไม้เครื่องมือที่นำไปทำงานที่ซาอุฯ พร้อมทั้งมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นค่าอำนวยความสะดวก เจ้าหน้าที่คงเห็นว่าเขาเป็นแค่คนบ้านนอก แต่งตัวเหมือนแรงงานทั่วไป ข้างในสัมภาระคงไม่มีอะไรผิดกฎหมาย จึงเปิดดูแต่ด้านบนเพียงผิวเผิน แล้วพยักหน้าอนุญาตให้จอมโจรตัวแสบเข้าประเทศพร้อมเครื่องเพชรที่ซุกอยู่ก้นลัง จากนั้นเขาก็รีบออกจากสนามบิน มุ่งตรงกลับลำปางทันที

ที่บ้านเกิดเขาเริ่มต้นใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่าย ราวเศรษฐีน้ำมัน โปรยหว่านเงินที่ได้จากการขายเพชรพลอยที่ขโมยมาไปทั่วเมือง ทั้งแจกญาติพี่น้องเพื่อนฝูง และปรนเปรอสาวๆ  ชื่อเสียงของชายหนุ่มที่ทยอยขนเพชรมาขายเริ่มขจรขจายไปทั่วเมืองเถิน จนดังข้ามภาคไปเข้าหูของ “สันติ ศรีธนะขันธ์” พ่อค้าเพชรรายใหญ่จากเมืองกรุงและนี่เองคือจุดเริ่มต้น ของอาถรรพ์เพชรซาอุฯ ที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของชาติ มากมายจนประเมินค่าไม่ได้

ย้อนกลับไปยังเมืองทะเลทราย บรรยากาศภายในพระราชวังกำลังร้อนรุ่มยิ่งกว่าอากาศตอนกลางวันของที่นั่น เมื่อ เจ้าชายไฟซัล กำลังฉุนเฉียวกับการตามหานาฬิกาเรือนโปรด แต่ยิ่งหากลับยิ่งพบว่าเครื่องประดับสูงค่าหลายร้อนชิ้นต่างหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าชายถึงกับโกรธเกรี้ยวสั่งการเจ้าหน้าที่ตามล่าหามือมืดเพื่อนำสมบัติกลับคืนมา

บริษัททำความสะอาดถูกทางการซาอุฯ เรียกมาสอบสวน ก่อนพุ่งเป้าผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งมาที่ เกรียงไกร เตชะโม่ง ที่หนีออกจากบริษัทโดยไม่บอกกล่าวทั้งๆ ที่ยังเหลือสัญญาจ้างอีก 2 ปี จากนั้น ทางการซาอุฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ฝีมือดีพร้อมทีมทูตชุดใหญ่มาเมืองไทย เพื่อขอความร่วมมือจาก พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น กระทั่ง พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ พล.ต.ต.โสภณ สะวิคามิน และตำรวจน้อยใหญ่ฝีมือดีอีกมากมาย ถูกเรียกตัวมาคลี่คลายคดีตามหาเพชรคืนเจ้าของ ชุดคลี่คลายคดีใช้เวลาไม่นานนักก็ตามรวบ เกรียงไกร ได้ขณะกบดานอยู่ในโรงแรมกับหญิงค้าบริการ ริมตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ด้านแม่สอด

จากนั้นปฏิบัติการง้างปากเกรียงไกร เพื่อให้คายข้อมูลก็เริ่มขึ้น ว่ากันว่าที่ดินทุกตารางนิ้วรอบบ้านของเขาถูกเจ้าหน้าที่ขุดจนพรุนเพื่อค้นหาเพชร ต่อมาเกรียงไกรถูกพามาแถลงข่าวที่เมืองกรุง พร้อมเครื่องเพชร-ทองของล้ำค่า ที่ตามยึดคืนได้

ครั้นเมื่อเกรียงไกรติดคุก ขบวนการขนของมีค่าคืนเจ้าของก็เริ่มขึ้น แต่เมื่อเจ้าชายนับทรัพย์สินที่สูญหายไปปรากฏว่า ได้ของกลางคืนไม่ครบ และหลายชิ้นยังเป็นของปลอม แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ “บลูไดมอนด์” เพชรเม็ดใหญ่ประจำราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ที่ประเมินค่าไม่ได้ กลับไม่อยู่ในของกลางที่ทางการไทยส่งคืนให้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศก็ขาดสะบั้นหั่นแหลกจนยากที่จะกลับคืนมาดังเดิมได้อีก

มหากาพย์คดีโจรกรรมสะท้านสะเทือนโลก ผ่านมานานกว่า 30 ปี เจ้าชายไฟซัล เจ้าของเพชรก็ได้สิ้นพระชนไปนานแล้ว ลูก-เมียสันติ พ่อค้าเพชร สังเวยชีวิตจากวิธีการเค้นสอบนอกรีตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน เกรียงไกร คนต้นเรื่อง รวมถึง พล.ต.ท.ชลอ และทีมงาน ก็ต่างชดใช้เวรกรรมในคุกกันหมดแล้ว

ส่วนปริศนาใครฆ่าเจ้าหน้าที่ทูตซาอุ ฯ - ใครอมเพชร “บลูไดมอนด์” ที่ลืออ้างกันว่ามีอาถรรพ์บนคำสาปแช่งอยู่ในนั้นยังคงเป็นประวัติศาสตร์ที่ดำมืดต่อไป หรือห้วงเวลานี้อาถรรพ์เพชรซาอุฯ กำลังคลายคำสาป คงต้องรอฟังข่าวดี จากปากนายกรัฐมนตรีหลังกลับจากเยือนซาอุดิอาระเบียอีกที
กำลังโหลดความคิดเห็น