xs
xsm
sm
md
lg

"ปู่น้อย" เลี้ยงหลาน 5 ชีวิต งานเชิดหนังตะลุงมีน้อย กินอยู่ขัดสน ลำบากแค่ไหน จะไม่ทิ้งหลาน เพราะปู่เคยถูกทิ้งมาก่อน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “ปู่น้อย” ผู้แบกภาระเลี้ยงหลาน 5 ชีวิตเพียงลำพัง ที่สำคัญ หลาน 3 ใน 5 ยังเป็นเด็กพิเศษบกพร่องด้านสมองอีกด้วย ขณะที่งานของปู่ที่จะช่วยให้มีรายได้มาเลี้ยงหลานก็มีน้อย ทำให้การกินอยู่ค่อนข้างอัตคัดขัดสน



"ปู่น้อย" มานพ จินรอด กับวัย 67 ปี ชาว จ.เพชรบุรี มาใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.ราชบุรี 40 ปีแล้ว หลังอาชีพลิเก พาให้มาเจอภรรยา จึงใช้ชีวิตคู่อยู่ที่นี่ ก่อนมีลูกด้วยกัน 3 คน (ชาย 2 หญิง 1)


แต่แล้วเมื่อลูกๆ เติบโตมีครอบครัวกันไป ลูกชายคนที่สองและลูกสาวคนเล็ก ได้เอาลูกมาให้พ่อเลี้ยง 5 คน (ลูกของลูกชาย 4 คน / ลูกของลูกสาว 1 คน) โดยไม่เคยส่งเสียหรือมาเยี่ยมเยียนแต่อย่างใด มีเพียงลูกชายคนโตเท่านั้นที่เคยช่วยเหลือบ้าง แม้ไม่ได้นำลูกมาให้เลี้ยงก็ตาม ขณะที่ภรรยาของปู่น้อย ก็ทิ้งปู่น้อยไปมีครอบครัวใหม่ 12 ปีแล้ว ภาระในการเลี้ยงดูหลานทั้งห้า จึงตกอยู่กับปู่เพียงลำพัง!!


การต้องเลี้ยงดูหลานถึง 5 คน ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาแล้ว แต่หลาน 3 คนแรก (โตโต้-เตเต้-ไตเติ้ล) ยังเป็นเด็กพิเศษ ที่บกพร่องด้านสมองอีกด้วย การเลี้ยงดูจึงลำบากมากขึ้น ส่วนหลานอีก 2 คนเป็นเด็กปกติและเรียนดี ชื่อ ตาต้า เรียนอยู่ ม.1 และน้องเก้า เรียนอยู่ ป.2

ปู่น้อยเคยให้หลานที่เป็นเด็กพิเศษทั้ง 3 คนเรียนเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เรียนไม่ได้ เพราะพัฒนาการไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง


"เตเต้ เขาจะเบลอๆ ชอบเล่นรถเด็กเล่น เคยให้ไปเรียนเทศบาล 3 บ้านโป่ง พอขึ้นไปเรียนแล้ว ประมาณไม่ถึงปี เรียนไม่ได้ ขึ้นไปบนหน้าต่าง จะกระโดดลงมา เด็กๆ ก็ช่วยจับไว้ ตั้งแต่นั้นครูก็ไม่ให้เรียนเลย ...ส่วนไตเติ้ล จะอารมณ์รุนแรง กรี๊ดง่ายๆ เขานั่งอยู่ดีๆ หวีดร้องขึ้นมาเลย แต่ละเดือน ต้องไปหาหมอเอายา 3 คนกินยาประเภทเดียวกันหมดเลย"


สมัยก่อนเวลาไปเล่นลิเก ปู่น้อยจะพาหลานทั้ง 5 คนไปด้วย แต่เมื่ออายุเลยวัยที่จะเล่นลิเกแล้ว ปู่น้อยจึงหันมายึดอาชีพเล่นหนังตะลุง ที่ปู่เคยเล่นเป็นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เวลาจะไปเล่นหนังตะลุง ปู่ก็จะพาหลานๆ ไปด้วย เพราะหากทิ้งไว้อยู่บ้าน ห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะมีทั้งหลานผู้หญิงและเด็กพิเศษ


งานหนังตะลุงมีน้อย รายได้ไม่พอ ทำกินอยู่อัตคัต!!

ปู่น้อยยอมรับว่า ตอนเล่นลิเก รายได้ยังดี แต่พอเล่นหนังตะลุง ตัวเองและหลานๆ เริ่มลำบาก เพราะหนังตะลุง งานไม่ได้มีทุกเดือน


"งานมีเป็นหน้า หมายความว่า เดือน 3-4-5 จะเป็นหน้างาน งานบุญ งานบวช แก้บน เดือน 4-5-6-7 เข้าเดือน 8 เข้าพรรษา หยุดแล้ว (ถาม-ถ้าเข้าหน้าฝน งานไม่มีแล้ว?) ไม่มี ไม่มีแน่นอนเลย"


ปู่น้อยยึดอาชีพเชิดหนังตะลุงเลี้ยงหลานๆ มาประมาณ 20 ปีแล้ว สถานการณ์โควิดทำให้งานแทบไม่มี ประกอบกับคณะหนังตะลุงก็ไม่ได้มีแค่ของปู่น้อยคณะเดียว เมื่องานน้อย หรือเดือนไหนไม่มีงานเลย จึงมีเพียงเบี้ยคนชราของปู่และเบี้ยคนพิการของหลานที่เป็นเด็กพิเศษบกพร่องด้านสมอง 3 คน รวมแล้วประมาณ 3,000 บาท ที่ปู่กับหลานๆ ต้องอยู่ให้ได้ทั้งเดือน


"คือ 3,000 นี่ต้องกินให้ได้เดือนนะ บางทีปู่ต้องออกกลางทุ่ง ไปหากุ้งมาทอดกิน หนูเหนอ (หนูนา) ปู่ไปหากินมาหมดแล้ว”

ยาม “อด” ต้องยืมข้าวข้างบ้าน-หันหน้าพึ่งวัด!!


แม้ปู่จะปลูกผัก เลี้ยงปลาอยู่บ้าง เพื่อให้หลานพอมีกิน แต่การกินอยู่ก็ยังค่อนข้างขัดสน เพราะหลานๆ อยู่ในวัยกำลังโต กำลังกิน แต่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ปู่จะไม่ปล่อยให้หลานอด!!

"อดยังไงก็ต้องหา ไปหยิบยืมก็ต้องมีมั่ง อย่างสมมุติไม่มีข้าวกิน ปู่ก็เดินไปแล้ว ขอยืมก่อน ข้าวข้างบ้าน ถ้ามีงาน ก็ต้องไปคืนเขา มีอยู่ครั้งหนึ่ง ปู่อดมาก หลานก็ไม่มีกิน เงินก็ไม่มี ปู่ไปวัดเลย วัดปากแรด อ.บ้านโป่ง ไปหอบมาม่ามาเต็มไปหมดเลย พระให้มา เป็นถุงปุ๋ยใหญ่ๆ ปู่ร้องไห้เลยนะ หลวงพ่อใจดี ให้มา"


ด้าน “ปู่ต๋อย” 1 ในสมาชิกคณะหนังตะลุงของปู่น้อย รับรู้ถึงความขัดสนของปู่น้อยเป็นอย่างดี และอดสงสารไม่ได้

“ก็สงสารเขาเหมือนกันนะ ถ้ามีหนังตะลุงให้เล่นก็ดีหน่อยไม่ค่อยขัดสน ตอนนี้ไม่มีก็ต้องวิ่งไปหาผม ยืมตังค์ก่อน เคยถึงขนาดต้องจำนองเครื่องหนังตะลุงให้ผม ก็คนเรามันจำเป็น เอาก็เอา เดี๋ยวให้กันนะ ไปเล่นหนังตะลุง เดี๋ยวเขาก็ให้คืน เหลือก็ไม่มากแล้ว”


ปู่น้อยผู้ยอมทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งเอาเครื่องมือทำมาหากินไปจำนอง เพื่อให้มีเงินมาดูแลหลานๆ ลำบากแค่ไหนก็จะไม่ทิ้งหลานแน่นอน เพราะปู่รู้ดีว่า การถูกทิ้ง มันว้าเหว่เพียงใด!

“ปู่โตมากับวัด เป็นเด็กวัดมาก่อน ปู่ไม่มีพ่อนะ ไม่รู้หน้าตาเป็นยังไง แม่ก็ทิ้งปู่ไปตั้งแต่เล็กๆ เหมือนกัน และทิ้งไว้ให้กับพ่อเลี้ยงของแม่อีกที เขาก็เอาปู่ไปอยู่วัด เพราะเขาเป็นคนอยู่ในวัด จ.เพชรบุรี (ถาม-การที่เคยเป็นเด็กกำพร้า ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ รู้สึกอย่างไรบ้าง?) โห! ว้าเหว่ (ถาม-แล้วพอโตขึ้น ต้องมาเลี้ยงหลาน?) เห็นอย่างนี้ ปู่โอ๊ย ทิ้งไม่ได้ ธรรมดาปู่จะทิ้งก็ได้ แต่มันทำไม่ลง ทำไม่ได้”


อดถามน้องตาต้า หลานคนที่ 4 ของปู่น้อยไม่ได้ว่า ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับปู่ รู้สึกขาดความรักความอบอุ่นบ้างไหม?

“ไม่ขาดเลย อยู่กับปู่มีความสุขมากเลย (ถาม-ตอนนี้หนูเรียนอยู่ชั้น ม.1 ตอน ป.6 ผลการเรียนเป็นยังไงบ้าง?) เกรด 4 (ถาม-ได้เกรด 4 ทุกตัวเลย?) ใช่ค่ะ (ถาม-แล้วคิดว่าเราอยากเรียนสูงสุดถึงขั้นไหน?) หนูก็ไม่แน่ใจ น่าจะสูงสุดแค่ ม.3 เพราะปู่ไม่มีตังค์ส่งให้เรียนแล้ว”


แม้จะอยากให้หลานได้เรียนสูงๆ แต่ปู่น้อยก็ยอมรับว่า คงไม่มีกำลังส่งหลานได้ เพราะสังขารถดถอยลงทุกวัน

“ตอนนี้เห็นปู่เดินไปโน่นไปนี่ ไม่ใช่แข็งแรงเท่าไหร่นะ ขาก็ไม่ดี ไขมันก็มี ตาปู่ก็มองไม่ค่อยชัดนะ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ปู่น็อคไม่รู้เรื่องเลย เด็กๆ พาไปหาหมอ เขาบอกว่าเป็นไขมันอุดตัน”


“(ถาม-ปู่เคยคิดท้อหรือยอมแพ้กับการสู้ชีวิตไหม?) จะพูดว่าไม่ท้อ ก็ไม่ได้ เคยมี แต่ไม่เคยฆ่าตัวตายนะ ปู่บอกได้อย่างเดียวว่า ถ้าหากว่าจะตาย ให้หลานตายก่อน ถ้าปู่ตายก่อน หลานลำบาก ไม่รู้จะอยู่ยังไงกัน”


“(ถาม-20 ปีผ่านไป กำลังการทำงานของปู่ถดถอย กำลังในการหาเงินถดถอย กำลังใจเราถดถอยตามไปไหม?) กำลังใจถดถอยเรื่องงานเนี่ยมี (เพราะไม่ค่อยมีงาน) แต่กำลังใจเรื่องเลี้ยงหลานไม่มีถดถอยหรอก มันต้องสู้นะ สู้จนกว่าปู่จะไม่มีลมหายใจแล้วแหละ ปู่ต้องสู้ไป อดยังไงก็ต้องหาให้หลานกิน”

ขณะที่น้องตาต้า อยากบอกปู่ว่า“หนูรักปู่มากๆ เลย และอยากให้ปู่อยู่กับพวกหนูนานๆ”


หากท่านใดต้องการติดต่องานหนังตะลุงของปู่น้อย โทรไปได้ที่ 090-963-4191 หรือหากต้องการช่วยเหลือปู่น้อยและหลานๆ สามารถโอนไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นายมานพ จินรอด เลขที่บัญชี 706-062-3337


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “ปู่น้อยกับหลานทั้งห้า”
https://www.youtube.com/watch?v=Hi5dYQtrzUU


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos
กำลังโหลดความคิดเห็น