รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “เบิร์ด ปากแดง” ผู้ที่เคราะห์ร้ายต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำนานนับปี เมื่อออกมายังถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี เบิร์ดจึงพยายามทำดีเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เป็นดังคำครหา แม้ว่าเขาจะเป็นแค่คนหาเช้ากินค่ำด้วยอาชีพเก็บขวดและของเก่าขาย แต่เขามากด้วยน้ำใจ ซ่อมจักรยานแจกเด็ก-ช่วยเหลือคนพิการ-ลำบากยากไร้
เสกสรร มากศรทรง หรือที่ชาวบ้านใน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รู้จักมักคุ้นในนาม “เบิร์ด ปากแดง” จิตอาสาช่วยเหลือสังคม ก่อนที่เบิร์ด ปากแดง จะหันมาช่วยคนลำบากยากไร้ ทั้งที่ตัวเขาก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร แค่คนหาเช้ากินค่ำที่ยึดอาชีพเก็บขวดเก็บของเก่าขาย ชีวิตของเขาต้องพบกับเรื่องร้ายๆ ถึงขนาดต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำนานนับปี
ที่มาฉายา “เบิร์ด ปากแดง”
“เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ก็ใช้ชีวิตอยู่กลางไร่กลางนา อากาศจะหนาวเย็น ผิวจะแตกบ่อย ทางครอบครัวจะซื้อครีมทาผิวยี่ห้อหนึ่ง สีฟ้า และจะมีลิปสติกแถมมา เป็นลิปมันทากันปากแตก พอทีขยี้ไปบ่อยๆ มันจะออกสีแดงระเรื่อนิดๆ ผมก็ทาจนติดมาเรื่อยๆ พอเริ่มโต ผมก็ปรับเพิ่มสีนิดหนึ่ง เมื่อเราไม่อายที่เป็นผู้ชายปากแดงแล้ว ก็จะเติมไปจนเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวไปเลย”
เดินตามรอยพ่อ “เก็บขวดเก็บของเก่าขาย”
“แรกเริ่มเดิมทีก็คือเมื่อก่อน พ่อผมเป็นช่าง เป็นโฟร์แมนอยู่บริษัทก่อสร้าง แล้วแกจะทำงานในไซต์งานต่างๆ แล้วเห็นผมต้องเปลี่ยนที่เรียนบ่อยๆ กลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อน เขาก็เลยส่งผมกลับมาอยู่บ้าน แต่เขาก็ยังดีที่ขี่รถเทียวไปเทียวมา เพื่อกลับมาหาผม จากกรุงเทพฯ จากจังหวัดอื่นๆ แต่พอช่วงหลังๆ แกรู้ว่าผมเริ่มขาดความอบอุ่น แกก็ลาออกจากงานมา มีเงินทุนโบนัสมาก้อนหนึ่ง มาทำธุรกิจต่างๆ สรุปแล้ว ธุรกิจก็ไปไม่เป็น แกก็เลยมาจับจุดหาเก็บขวดตามข้างทางขายก่อน พาผมไปตามกองขยะ ตามถนนเส้นต่างๆ พ่อขับรถ ผมจะนั่งข้างพ่วง วิ่งลงไปเก็บขวด”
“ผมเก็บคำสอนของพ่อตอนที่เราไปทำงานในการเก็บขวดเสมอ พ่อจะสอนไม่ให้เราอาย เอาคำสอนของพ่อเพื่อเป็นกำลังใจของเราเอง หลักๆ ที่พ่อจะบอกคือ ต่อให้เราไปเก็บขวดมื้อเปื้อนแค่ไหน เราก็ล้างออกได้ แต่ถ้าใจเราเปื้อน เราก็ล้างออกไม่ได้”
หลังพ่อเสียชีวิต เบิร์ดในวัย 19 ยอมทิ้งการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เพื่อออกมาเป็นเสาหลักทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัวเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องด้วยอาชีพเก็บขวดเก็บของเก่าขาย หลังจากนั้นไม่กี่ปี เขาก็มีภรรยา แต่แล้ว เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ก็ทำให้ชีวิตเขามืดมนและสูญเสียอิสรภาพนานนับปี
“เกิดจากเพื่อน เพื่อนที่เคยทำงานด้วยกัน แล้วเขาต้องการเงิน ยืมเงิน เพราะลูกเขาเพิ่งคลอดมา การจะหาเงินมาคืนเรา เขาหาไม่ทัน จังหวะเราไปรับซื้อของเก่าข้างนอก แล้วเขาดันไปลักของมาขาย แต่เอามากองไว้โดยที่เรายังไม่เจอของนี่แหละ แต่ตำรวจตามมาก่อน เขาคิดว่าเรารับซื้อของโจร หรือไปขโมยมา จากศาลชั้นต้นจนมาถึงชั้นอุทธรณ์ เขาพิจารณาแล้วก็เหลือ 1 ปี 6 เดือน เหมือนเราต้องจำใจทนติดไป แต่ปีนั้นจังหวะดีคือ มีพระราชทานอภัยโทษขององค์ราชินี ได้ลดโทษมา 3 เดือน ก็เหมือนเราต้องไปติดอยู่ 1 ปี 3 เดือน ผมเองได้รับข่าวว่าเมียผมท้อง ตอนที่ผมเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้ว ท้องได้ 6 เดือน มันเป็นอะไรที่ โห จะมีลูกทั้งที แต่เราไม่มีโอกาสได้ดูแลลูก”
หลังพ้นโทษ ได้รับอิสรภาพกลับคืนอีกครั้ง เบิร์ดหวังว่า จะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แต่กลับตรงกันข้าม
“ไปตรงไหนก็มีคนตราหน้าเราว่าเป็นไอ้ขี้คุก แล้วงานที่เราทำแบบนี้ เราต้องเข้าออกบ้านแต่ละบ้านอยู่แล้ว ยิ่งบางคนเขารู้ว่าเราออกมาจากเรือนจำ เขาก็จะไม่ให้เข้าบ้าน เขากลัวเราไปทำร้ายเขา กลัวเราไปลักขโมยเขา ทำให้เราหากินยากขึ้น เราก็พยายามทำให้เขาเห็นว่า เราก็ไม่ได้มือไว เราซื้อด้วยใจ หากินเพื่อเลี้ยงครอบครัว มันทำให้เราท้อนะ ไม่อยากที่จะไปต่อ แต่ก็คิดอยู่เสมอว่า ถ้าวันไหนเราท้อ เราอ่อนแอ แล้วครอบครัวเราจะอยู่ยังไง เราเลยเลือกที่จะไม่ท้อ เดี๋ยวก็จะไปต่อได้เสมอ”
ขอทำ “ดี” ด้วยการช่วยคน เพื่อลบคำสบประมาท
“มองว่า เราจะทำอะไรเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตดี ในเมื่อคนเขาตราหน้าว่าไอ้ขี้คุก ก็ต้องเป็นคนชั่วคนเลวเสมอไป เราก็อยากให้รู้ว่าเราไม่ใช่คนชั่วคนเลว เจอใครที่ลำบาก เราก็ช่วยเขา เช่น คนพิการไม่มีข้าวสารไม่มีอะไรกิน เราก็หาไป หรือเจอใครที่บ้านพัง บ้านไม่มีอยู่ ก็เอาวัสดุที่เตรียมทำบ้านของเรา เอาไปช่วยซ่อมบ้านให้เขา ช่วยในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่เราก็ไม่มี”
“อย่างแรกคือ ซ่อมจักรยานให้เด็ก ใครที่ไม่มีจักรยานปั่นไปซื้อกับข้าว หรือปั่นไปใช้ชีวิตประจำวัน เพราะสังคมด้านนอก จะใช้จักรยานเป็นหลักอยู่แล้ว จะทำจักรยานให้เขาได้ขี่ได้ใช้กัน (ถาม-แต่ละอย่างละชิ้นสภาพมาไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นของทิ้งแล้ว เราไปหาอะไหล่มาจากไหน?) เน้นรวมอะไหล่ หลักๆ คือต้องเปลี่ยนยางและทำสี หยอดน้ำมันในจุดต่างๆ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เราจะมาต่อยอดตรงนี้ เราจะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองขาย เพื่อเป็นทุนต่อยอด (ถาม-จริงๆ จักรยานถ้าซ่อมแล้วขายได้นะ?) ก็เคยเห็นนะ เขาจะขายตามงาน คันหนึ่งตามร้านรับซื้อของเก่าทั่วไป ก็ไม่ต่ำกว่า 400-500 ที่ยังไม่ได้ซ่อมนะ เอาสภาพแบบพอขี่ได้ไป”
“(ถาม-เคยทำไปขายไหม?) แรกเริ่มเดิมที ผมลองซ่อมขาย แล้วเขาไม่มีตังค์มาซื้อ สั่งให้ไปส่งเรียบร้อย พอไปส่ง แล้วเขาไม่มีตังค์พอจ่าย ทุบกระปุกออมสินมาจ่ายก็ไม่พอ ผมก็ให้ตังค์เขาคืนไป ให้จักรยานเขาไป แถมตังค์ค่าขนมให้เด็กอีก ก็เลยเป็นความสุขเล็กๆ ก็ฝังใจมาเลยว่า ต่อไปเราก็จะซ่อมในรูปแบบของเรา แจกเท่าที่แจกได้”
แม้การทำดีของเบิร์ดด้วยการช่วยคนลำบากยากไร้ และซ่อมจักรยาน นำไปแจกคนขาดแคลน จะถูกบางคนมองว่า เป็นการทำดีเพื่อสร้างภาพ แต่เบิร์ดก็ไม่เสียใจ และรับได้ ขอแค่มีคนเข้าใจในสิ่งที่ตนทำ ก็ดีใจแล้ว
“แคปชั่นของผมคือ ทำดีเพื่อสร้างภาพ เอาคำที่หลายๆ คนเคยโดนดูถูกเวลาจะทำดี จะโดนมองว่า ไอ้นี่มันสร้างภาพให้ตัวเองดูดี บางคนอยากจะทำอย่างนี้บ้าง แต่ก็โดนคำนี้ คำว่าสร้างภาพ เขาก็เลยไม่กล้าทำ”
“อาชีพรับซื้อของเก่ามันไม่มีกำไรที่จะเอาไปเป็นตัวเงินไปช่วยเหลือคนอื่นได้มากมาย แต่มันก็ยังดีนะที่บางคนเห็นสิ่งที่เราทำ เขาให้เราไปเก็บขวด เก็บขึ้นรถเสร็จ เราเตรียมจะจ่ายเงิน สมมุติบ้านนี้ 100 กว่าบาท กลายเป็นว่า เขาให้ผมเอาตังค์กลับไป เผื่อไปเติมน้ำมัน เผื่อไปซื้ออะไรกิน เผื่อเอาไปต่อยอดสร้างภาพ เขาพูดคำนี้เลยนะว่า ให้เราไปสร้างภาพ กลายเป็นว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เราก็ได้ลูกค้ามากขึ้น ได้ของมาขายเป็นทุนหมุนเวียนอีกทีหนึ่ง”
ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะ ก็ช่วยเหลือคนอื่นได้!!
กิติพงษ์ วงศ์แก้ว เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า พูดถึงเบิร์ดในมุมมองที่เขารู้จักและสิ่งที่เบิร์ดเคยเจอในช่วงที่ผ่านมาว่า“ในมุมมองนะคือ เริ่มต้นที่เขาช่วย เขาค่อนข้างจะโดนสังคมบางคนนะ บางคนก็ว่า ตัวเองยังเก็บขวดขาย ยังต้องมาช่วยคนอื่นหรือ เอาเงินที่ช่วยคนอื่นมาช่วยตัวเองดีกว่าไหม บางคนเขาก็ดูถูกนะ แต่เขาก็เหมือนพยายามลบคำดูถูกว่า จริงๆ คำว่าอยากจะช่วย ไม่จำเป็นว่าคุณต้องมีเยอะ เรามีน้อย มีเท่านี้ แต่เราก็แบ่งปันให้เขาได้ เต็มใจที่จะช่วยไง ช่วยในมุมมองของคนที่ไม่ต้องมีเยอะก็ได้ เราก็ช่วยได้”
ถึงวันนี้กว่า 20 ปีแล้วที่เบิร์ดได้เสียสละการศึกษาของตนเอง เพื่อทำงานเลี้ยงครอบครัวและส่งน้องเรียน จนปัจจุบันน้องก็เรียนจบปริญญาตรีแล้ว หากถามว่า เบิร์ดเสียใจหรือไม่ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ“มันก็ไม่เสียดายนะ เพราะความรู้เราก็สามารถหาด้วยสิ่งรอบข้างของเราเอง เหมือนเรามีปริญญาชีวิตของเราอยู่แล้ว มีหลายๆ คนเข้าใจสิ่งที่ผมทำ ผมก็ชื่นใจแล้ว”
เบิร์ด ยังฝากถึงคนที่กำลังท้อแท้ หรือหมดกำลังใจกับสิ่งที่ตนเองทำหรือเป็นอยู่ด้วยว่า“ถ้าเป็นรูปแบบในการใช้ชีวิตในการดิ้นรนต่างๆ ถ้าคุณท้อ แล้วคุณคิดว่า มันไม่สามารถไปต่อ ไม่สามารถดิ้นรนได้ คิดจะยอมแพ้ ผมก็อยากให้คุณลองตั้งสตินับหนึ่งใหม่ เพราะวันนี้ถ้าคุณไม่ท้อ ยังไงชีวิตคุณก็ไปต่อได้เสมอ”
หากท่านใดต้องการสนับสนุนการทำความดีของเบิร์ดในรูปแบบต่างๆ ติดต่อได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก “เบิร์ดปากแดง ลูกพ่อต๋อยตระกูลมากศรทรง”
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “ทำดีสร้างภาพ”
https://www.youtube.com/watch?v=wNO-JaA7iGo
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos