พบเส้นทางเงินจากบัญชีม้าเครือข่ายเว็บพนัน โอนทำบุญวัดศาลาปูนฯ อยุธยา 2 แสนบาท ในนาม “บิ๊กโจ๊ก” งานกฐินพระราชทานเมื่อเดือน ต.ค.65 มีใบอนุโมทนาบุญให้เสร็จสรรพ แถมโอนอีก 3.5 แสนซื้อแอร์ถวายวัด ติดป้ายชื่อ “สุรเชษฐ์ หักพาล” เป็นผู้บริจาค
ในรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” หรือ “สนธิทอล์ก”เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการได้กล่าวถึงพฤติการณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่มีเส้นทางการเงินเข้าไปพัวพันเว็บพนันออนไลน์ จนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมถึงขนาดตำรวจด้วยกันอย่าง “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง หนึ่งในคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบคดีเว็บพนันออนไลน์ของ “มินนี่” ออกมาพูดเป็นนัย ๆ ว่า ไม่ช้าไม่นานนี้จะออกหมายจับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่เส้นเงินไปพันเว็บพนันออนไลน์ ในข้อหา “ฟอกเงิน” กับ “ร่วมกันสมคบคิดฟอกเงิน“
ล่าสุดมีการพบเส้นทางเงินจากบัญชีม้าของเครือข่ายเว็บพนันไปทำบุญ “ทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน” ประจำปี 2565 ที่วัดศาลาปูนวรวิหาร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ในชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
เรื่องนี้เกิดขึ้นขณะ “บิ๊กโจ๊ก” มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.มียศเป็น พล.ต.ท. ได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ถึง อธิบดีกรมการศาสนา เพื่อขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินเพื่อนําไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษาประจำปี 2565 ณ วัด ศาลาปูนวรวิหาร ตำบล ท่าวาสุกรี อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ต่อมา วันที่ 2 มีนาคม 2565 ได้มีหนังสือตอบรับจากกรมการศาสนา เลขที่ วธ 0308/738 ถึง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่ากรมการศาสนาจะได้ดำเนินการขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินให้ตามประสงค์ และขอให้ติดต่อประสานงานกับวัดศาลาปูนเพื่อกําหนดวันเวลาในการถวายผ้าพระกฐิน
หลังจากนั้น ในเดือนพฤษภาคม 2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้แจ้งกำหนดการพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2565 ที่ วัดศาลาปูนวรวิหาร
งานบุญอย่างนี้น่าจะมีแต่เรื่องที่เป็นสิริมงคล แต่ทำไปทำมางานบุญกลายเป็นงานบาป
เนื่องจาก ในวันที่ 9 กันยายน 2565 มีการโอนเงินจำนวน 200,000 บาท จากบัญชีธนาคารกสิกรไทยของ น.ส.เบญจมิน แสงจันทร์ ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ให้คนในครอบครัว โดยมีการโอนไปยังบัญชีธนาคารกรุงไทย ของวัดศาลาปูนวรวิหาร เพื่อร่วมทำบุญในพิธีถวายผ้าพระกฐินหลวง ที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะเดินทางไปเป็นประธานถวายใน วันที่ 29 ตุลาคม 2565
กระทั่ง ในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นวันงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้มาเป็นประธานในพิธี ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565 ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร ตามที่ขอรับพระราชทานน้อมนำไปถวายพระสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดศาลาปูนวรวิหาร ตำบล ท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้มีหลักฐานชัดเจน มีการลงข่าวประชาสัมพันธ์เยอะแยะไปหมด รวมถึงข่าวในพระราชสำนัก
ยิ่งไปกว่านัันก็คือ ในงานกฐินพระราชทานครั้งนั้น ยังมีการออก “ใบอนุโมทนาบัตร” ในชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล วัดศาลาปูนวรวิหารจำนวนเงิน 200,000 บาท โดยออกให้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2565 อีกด้วย ใบอนุโมทนาบัตรดังกล่าว มีตราประทับของวัดศาลาปูนวรวิหาร พร้อมกับลายเซ็นกำกับของ พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร และ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา อย่างชัดเจน
เมื่อได้ใบอนุโมทนามาแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ย่อมต้องเอาใบอนุโมทนาไปใช้ลดหย่อนการเสียภาษีประจำปี 2565 อีกด้วย
เอาเงินทำบุญจากเว็บพนันออนไลน์ >> ผ่านท่อบัญชีม้า >> มาทำบุญทอดกฐินหลวง มิหนำซ้ำ ยังเอาบัตรอนุโมทนา ไปลดหย่อนภาษี
ยังไม่จบเพียงแค่นี้ ความที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นคนชอบเข้าวัดเข้าวา เรียกได้ว่า “นายตำรวจ สายมูเบอร์ต้นๆ” ของประเทศไทย เลยก็ว่าได้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังมีการใช้เงินจาก “บัญชีม้า” ที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ลูกน้องคนสนิทกว่า 350,000 บาท ไปสั่งซื้อแอร์ถวาย วัดศาลาปูนวรวิหารพร้อมกับทำป้ายติดได้ที่เครื่องแอร์ชัดเจน ใส่ชื่อ ตัวเอง ใส่ชื่อ ภรรยา ดร.ศิรินัดดา หักพาล ถวายแอร์เพื่อทำบุญอุทิศให้พ่อตาตัวเอง
เรื่องพวกนี้ “ชุดสืบสวน” ติดตามเส้นเงินมานานหลักฐานปรากฎชัดเจน พอเรื่องเริ่มแดงขึ้นมา ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ ว่า “บิ๊กโจ๊ก” ลากเงินบาป ไปต่อแต้มบุญ นักข่าวก็แห่ไปที่วัดศาลาปูนวรวิหาร บุกขึ้นกุฏิพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร และ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบถามถึงข้อมูลกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในตอนแรกเจ้าอาวาสก็ให้ความร่วมมือกับสื่อเป็นอย่างดี เพราะด้วยความบริสุทธิ์ใจของทางวัด วัดมีหน้าที่รับของที่ญาติโยมนำมาถวาย ไม่ว่าเป็นเงินปัจจัย หรือสิ่งของต่าง ๆ เพราะพระสงฆ์องค์เจ้า หรือวัด ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ไม่ว่าใครที่อยากจะมาทำบุญทำกุศล
แต่ให้หลังเพียงไม่กี่วันพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ก็มีท่าทีเปลี่ยนไปกับนักข่าวหรือสื่อที่ไปทำข่าว
“ผมรู้มานะว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนึง ไปหว่านล้อมแกมบีบบังคับ พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ว่า อย่าให้ข้อมูลนักข่าวอีก พร้อมทั้งสั่งให้ ข่มขู่นักข่าวไปเลย ว่า จะฟ้องทุกสำนัก ที่พาดพิงทางวัด สำนักข่าวไหนที่ลงข่าวไปแล้ว ให้รีบลบข่าว ลบลิงค์ข่าวให้หมด ไม่อย่างนั้นทางวัดจะดำเนินคดีตามกฏหมาย” นายสนธิกล่าว
สำหรับ “นางสาวเบญจมิน แสงจันทร์” เจ้าของบัญชีม้าที่โอนเงินถวายวัดศาลาปูนวรวิหาร นั้น คือผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา รัชดาฯ เลขที่ 4547/2566 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ซึ่งผู้ร้องทุกข์คือ พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตัังแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและมีการทำผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบคิดกันและร่มกันฟอกเงิน
สรุปง่ายๆ นางสาวเบญจมิน แสงจันทร์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาชุดเดียวกันกับที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีต รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ที่ถูกออกหมายจับในข้อหาเดียวกัน เพราะมีความเชื่อมโยงในก๊วนบัญชีม้าของเว็บพนันออนไลน์ “วีนัสมาสเตอร์” ที่เป็นเว็บพนันออนไลน์ มีที่ตั้งศูนย์บัญชาการในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ทััง พ.ต.ท.คริษฐ์ และ นางสาวเบญจมิน เดินทางไปมอบตัวที่ สน.เตาปูนด้วยกัน อีกทัังยังใช้ทีมทนายสู้คดีทีมเดียวกัน
พื้นที่ อ.หาดใหญ่ ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นเขตอิทธิพลของ “บิ๊กตำรวจคนไหน”?
หนึ่ง เว็บพนันออนไลน์ “วีนัสมาสเตอร์” มีฐานหรือศูนย์ที่ตั้งอยูใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
สอง พ.ต.ท.คริษฐ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เป็นลูกน้องคนสนิทของใคร?
สาม นางสาวเบญจมิน แสงจันทร์ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน อยู่ ณ บ้านเลขที่ 1152 หมู่ที่ 1 ตำบล สำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ก็หมายความว่า พ.ต.ท.คริษฐ์กับเบญจมิน อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
สี่ ต่อมา พ.ต.ท.คริษฐ์ กับ นางสาวเบญจมิน ถูกออกหมายจับฐานฟอกเงิน ข้อหาเดียวกันกับกรณีเว็บพนันวีนัสมาสเตอร์
ห้า พ.ต.ท.คริษฐ์ และ นางสาวเบจมิน ไปมอบตัวพร้อมกันวันเดียวกัน
หก มีการนำเงินในบัญชีม้า ของนางสาวเบญจมิน แสงจันทร์ โอนเงินทำบุญงานกฐินหลวง วัดศาลาปูนวรวิหาร ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปเป็นประธานในพิธี ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
เจ็ด นอกจากโอนเงินค่ากฐินแล้ว 200,000 บาท “บัญชีม้า” ของนางสาวเบญจมิน ยังมีการทำธุรกรรมจ่ายค่ากรมธรรม์ประกันชีวิตของคนในครอบครัวนายตำรวจใหญ่อีก
แปด อีกทัังยังมีการใช้บัญชีม้า ของเบญจมิน ซื้อแอร์ถวายวัดศาลาปูนวรวิหาร เป็นเงินกว่า 350,000 บาท
การเอาเงินบัญชีม้า จากเครือข่ายพนันออนไลน์ ซึ่งก็คือเงินบาป ไปทำบุญในงานบุญใหญ่อย่างงานพระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี 2565 ที่ วัดศาลาปูนวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา
ขอถาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่ามีจิตสำนึกบ้างหรือไม่ สำเหนียกบ้างไหมว่า การเป็นผู้แทนพระองค์ ถือกฐินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปถวายผ้าพระกฐินที่วัดระดับอารามหลวง นั้นถือเป็นบุญของบุคคลคนหนึ่งอย่างสูงที่สุด ...
แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า เอาเงินจากการ “ทำบาป” มา “ทำบุญ” มิหนำซ้ำ ยังขอใบอนุโมทนาบัตร เพื่อลดหย่อนภาษี ทั้งที่ไม่ใช่เงินตัวเองที่หามาได้โดยสุจริต
“คุณสุรเชษฐ์ครับ ผมไม่รู้ว่า สิ่งที่คุณทำนั้น มันจะเข้าผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ? แต่ผมขอฝากให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีพี่ชายดำรงตำแหน่ง ราชเลขานุการในพระองค์ เก็บเรื่องนี้มาคิด และพิจารณาให้ถ้วนถี่ด้วยครับ” นายสนธิกล่าว