ตำรวจไซเบอร์แถลงขยายผลเครือข่าย “Macua888” ยึดทรัพยที่เกี่ยวข้องเป็นสดอีกกว่า 14 ล้านบาท ซุกซ่อนในคอนโดหรู ย่านเพชรเกษม
วันนี้ (9 ธ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.นิพล บุญเกิด ผบก.สอท.2 ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการขยายผลการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “Macua888” ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา บช.สอท.ได้จับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอล และการพนันประเภทอื่นๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ คือ เครือข่าย “Macua888” โดยสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนขอศาลอนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องรวม 11 ราย ได้แก่ เจ้าของ 1 ราย ผู้ดูแลการเงิน 2 ราย พนักงานและบัญชีม้า 8 ราย ซึ่งมีสมาชิกผู้เล่นกว่า 117,000 คน มียอดเงินหมุนเวียนปีละกว่า 360 ล้านบาท ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 110 ล้านบาท
ต่อมา จึงขยายผลเพิ่มเติมเพื่อกวาดล้างขบวนการดังกล่าว จนสามารถสืบสวนเส้นทางการเงินและพบพยานหลักฐานจนสาวไปถึงสถานที่เก็บซุกซ่อนทรัพย์สินของเครือข่ายเว็บพนันดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นจากศาลอาญาธนบุรี และได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านเพชรเกษม สามารถตรวจยึดของกลาง เงินสด 14 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของเว็บได้นำเงินไปเก็บซ่อนไว้
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ “Macau888” ที่ถูกกวาดล้างและปิดไปแล้ว โดยเว็บไซต์“Macua888” มีเจ้าของอีกคน เป็นผู้ต้องหาคนละกลุ่มกัน ที่จงใจตั้งชื่อให้มีความคล้ายกัน เพื่อดึงฐานผู้เล่นจากเว็บ “Macau888”
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังเปิดเผยถึงคดีที่ บช.สอท. ได้ดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์สิน นายสฤษฎ์ อดุลย์พิจิตร กับพวก ที่กระทําความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ระหว่างวันที่ 22 ก.ย.65-27 ต.ค.65 ร่วมกันประกาศโฆษณาเผยแพร่ข้อความทางอินเทอร์เน็ตในแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อบัญชีว่า “ณัฐชา องุ่น” และ “MooK” เชิญชวนให้สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน “Streaming” ชักชวนให้มาลงทุนเป็นเงินสกุลบาทไทยและให้โอนเงินเข้าบัญชีในระบบที่กำหนดไว้เพื่อลงทุนเทรดเงินเหรียญดิจิทัล แล้วจะได้รับผลตอบแทนกําไรคืนเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความเท็จ ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 1300 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2200 ล้านบาท ซึ่งต่อมาทาง ปปง.รับคดีต่อจากบช.สอท. ยึดทรัพย์สินมาได้มูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาท
ทั้งนี้อยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายคดีนี้ มายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์สินในวันที่ 17 ธันวาคมเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารสัมมนาและฝึกอบรม ตร. เมืองทองธานี ทั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สามารถยึดทรัพย์ได้จำนวนมาก และคาดว่าจะสามารถเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ผู้เสียหายได้เต็มจำนวน ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์จะเดินหน้าดำเนินการกับคดีอื่น ให้เหมือนเช่นคดีนี้ต่อไป