อคส.ชี้แจงปมข้าวไฟไหม้ คลังข้าวสิงโตทองไรซ์ เผยเป็นข้าวที่ผิดชนิดและถูกคัดแยกมาไว้หน้าคลังสินค้า กำลังรอศาลตัดสิน ส่วนกรณีไฟไหม้ ได้รับเงินประกันจากบริษัทประกันแล้ว แต่บริษัทไม่สามารถไปรับซากทรัพย์คืนได้ เหตุถูกยึดหน่วง จากนั้นเปิดประมูลขายข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 3.85 หมื่นตัน ผู้ซื้อ รับมอบไปแล้ว 3 หมื่นตัน คงเหลือ 8.24 พันตัน อยู่นอกคลัง ถือว่าผู้ซื้อรับมอบครบแล้ว ยกเลิกสัญญา และคืนหลักประกันให้ผู้ซื้อแล้ว
นายกฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงกรณีที่คลังข้าวสิงโตทองไรซ์ เกิดไฟไหม้และมีการยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวสารในสต็อกจนเกิดการร้องเรียน ว่า ในกรณีที่ข้าวเกิดไฟไหม้ อคส. ได้ดำเนินการคัดแยกข้าวสารมาไว้ที่หน้าคลังสินค้าและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 101/2557 เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2558 ได้ตรวจสอบ พบว่า เป็นข้าวผิดชนิด ดังนั้น จึงเกิดข้อพิพาทและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง
ส่วนกรณีไฟไหม้ อคส. ได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยได้นำค่าสินไหมทดแทนมาชำระให้กับ อคส. ชนิดข้าวขาว 5% จำนวน 50 กระสอบ เป็นเงิน 82,600.00 บาท และชนิดข้าวเหนียว 10% จำนวน 4,187กระสอบ เป็นเงิน 10,894,574.00 บาท ซึ่ง อคส. ได้ออกเอกสารให้บริษัทประกันภัย เพื่อไปรับซากทรัพย์เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าไปรับซากทรัพย์ได้ เนื่องจากเจ้าของคลังยึดหน่วงซากทรัพย์
จากนั้น อคส. ได้ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2563 ลงวันที่ 12 พ.ค.2563 ซึ่งผู้ซื้อได้ทำสัญญาซื้อขายเลขที่ คชก.ซข.(อต.) 4/2563 ลงวันที่ 9 ก.ย.2563 จำนวน 38,592.481329 ตัน มูลค่า 319,488,888.03 บาท ผู้ซื้อรับมอบได้ จำนวน 30,348.600 ตัน มูลค่า 251,251,692.12 บาท คงค้างการรับมอบ 8,243.881329 ตัน มูลค่า 68,247,192.18 บาท
ต่อมาฝ่ายกฎหมาย อคส. ได้ให้ความเห็นว่า “การซื้อขายตามกรณีนี้เป็นการรับมอบสินค้าที่ บจก.สิงห์โตทองฯ หลัง A1 เมื่อกองข้าวที่มีสภาพไฟไหม้อยู่ภายนอกคลังสินค้า A1 และไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นข้าวจากกองใด จึงเป็นข้อเท็จจริงที่พ้นวิสัยอันจะบังคับเอาได้ตามสัญญาให้ ผู้ซื้อ ต้องรับข้าวซึ่งมีสภาพไฟไหม้ไปตามสัญญา ประกอบกับผู้ซื้อ รับข้าวจากคลังสินค้า A1 แล้ว คงเหลือเพียงข้าวบางส่วน ซึ่งนำออกมาไว้นอกคลัง โดยไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นข้าวของคลังสินค้า A1 ซึ่งระบุตามสัญญาซื้อขายแล้วหรือไม่ ทั้งความรับผิดในการส่งมอบข้าวนั้น อคส. ในฐานะผู้ขายไม่ต้องรับผิดในจำนวนขายที่ไม่สามารถส่งมอบได้ครบตามสัญญา
ดังนั้น หากข้อเท็จจริง ผู้ซื้อรับข้าวตามสัญญาในคลังสินค้า A1 แล้ว คงมีเพียงปริมาณข้าวที่อยู่นอกคลังและมีสภาพไฟไหม้ มีการรับมอบตามสัญญาแล้ว ผู้ซื้อ พ้นภาระตามสัญญาซื้อขายแล้ว จึงได้รับหลักประกันที่ใช้ในการค้ำประกันสัญญาคืน และเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2567 อดีตผู้อำนวยการ อคส. ได้อนุมัติให้ยกเลิกการชำระเงินและรับมอบข้าวสารและคืนหลักประกันสัญญาให้กับผู้ซื้อ ทั้งนี้ อคส. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล