"ชูวิทย์" เผยเหตุการณ์คุกวีไอพี พาหญิงจีนมาให้บริการนักโทษจีนเทาในห้องลับ เจ้าหน้าที่อาจหักหลังแจ้งเบาะแสกันเอง ไม่ใช่ข้อมูลจากนักโทษเรือนจำร้องเรียน
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เปิดเผยว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นเรือนจำขนาดใหญ่ใจกลางกรุงมีทั้งหมด 8 แดน เดิมแดน 1 ถือว่าเป็นแดนวีไอพี แต่ในระยะหลังๆ คือ แดน 8 เป็นแดนวีวีไอพีในปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากถามลึกลงไปต้องถามว่า เรื่องกินข้างในเป็นอย่างไรมีวีไอพีจริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็เป็นคำตอบให้อยู่แล้ว ว่าเรื่องกินหรูอยู่สบายเป็นเรื่องเล็ก เพราะอันนี้กินหรู แล้วยังมีเพศสัมพันธ์
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นเรามาดูต้นเหตุว่า เพราะอะไรถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นทุนเทาอย่างที่ตนบอกว่าเป็นทุนที่มีความแข็งแกร่งมหาศาล ส่วนที่ไม่เรียกผู้หญิงไทยก็เพราะผู้หญิงไทยออกไปพูดได้ เรียกผู้หญิงจีนอิมพอร์ตมาก็ไม่ต้องพูดอะไรเมื่อถึงเวลาแล้วก็กลับ ส่วนที่มีการร้องเรียน ตนในฐานะที่เคยอยู่ในคุกเชื่อว่าไม่จริง เพราะการร้องเรียนนั้นต้องมีลายลักษณ์อักษร ต้องมีชื่อ-นามสกุล การส่งจดหมายออกจากคุกทุกฉบับต้องผ่านการตรวจสอบ ดังนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่นักโทษในคุกจะมาร้องเรียนโดยการเขียนจดหมายที่มีลายลักษณ์อักษร และ ถ้าหากบอกว่าฝากญาติให้ไปบอกปากเปล่ากรมราชทัณฑ์ก็ไม่เคยฟังอยู่แล้ว
ซึ่งสายข่าวของตนภายในคุก ได้บอกกับตนว่า คือการแทงกันข้างหลังมีกระบวนการเพื่อโยกย้ายโละอำนาจเก่าออกหมด ซึ่งหมายถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลาง สถานบำบัดทั้งหมดนั้นอยู่ในคุกพลาซ่าที่งามวงศ์วาน อย่างไรก็ตามมองว่าเดิมนั้นอำนาจนี้ตกอยู่ สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เมื่อยเปลี่ยนรัฐบาลจึงได้มีการทำเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะขนาดกล้านำผู้หญิงเข้าไปภายในเรือนจำ ตนมองว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก แล้วจะโดนจับได้ ซึ่งทำกันมาเป็นนานเท่าไหร่แล้ว
ซึ่งสายข่าวของตนภายในคุก ได้บอกกับตนว่า คือการแทงกันข้างหลังมีกระบวนการเพื่อโยกย้ายโละอำนาจเก่าออกหมด ซึ่งหมายถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลาง สถานบำบัดทั้งหมดนั้นอยู่ในคุกพลาซ่าที่งามวงศ์วาน อย่างไรก็ตามมองว่าเดิมนั้นอำนาจนี้ตกอยู่ สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เมื่อยเปลี่ยนรัฐบาลจึงได้มีการทำเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะขนาดกล้านำผู้หญิงเข้าไปภายในเรือนจำ ตนมองว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก แล้วจะโดนจับได้ ซึ่งทำกันมาเป็นนานเท่าไหร่แล้ว
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เรามีรัฐที่ล้มเหลว เรามีเรือนจำใหญ่ใจกลางกรุงไม่ใช่อยู่ที่บ้านนอกนอกคอกนา เรื่องวีไอพีที่บอกว่ากินหรูอยู่สบายกลายเป็นเรื่องเล็ก เพราะมีเหล้า และไวน์ ผู้หญิงเข้าไปเสิร์ฟบริการถึงในคุกมันมีประเทศไหนทำกัน เรามีตำรวจที่มีการซื้อขายตำแหน่ง มีคุณหญิงกำมะลอที่เร่ขายตำแหน่งตำรวจด้วยกันถึงขนาดจะต้องกู้เงินสวัสดิการตำรวจเพื่อซื้อขายตำแหน่ง นอกจากนี้คุณธรรมของเรายังไปถึงการเมือง เราเห็นนักการเมืองที่ไม่มีอุดมการ มีพลังดูดจับมือหัวร่อต่อกระซิกย้ายพรรคเหมือนเปลี่ยนรองเท้า เสร็จแล้วภายหลังก็มาทะเลาะกันใหม่เพื่อแย่งกันเป็นรัฐมนตรี รัฐบาล ตนไม่เข้าใจว่าเราในฐานะประชาชนเราได้อะไร นอกจากนั้นแล้วเรายังมีน้ำท่วม ซึ่งถามว่าท่วมใหม่ไหม มันไม่ใช่ เพราะมันเป็นที่เดิม เวลาเดิม แล้วถามว่ารัฐมีความป้องกันอะไรไหม เรามีฝ่ายค้านที่เอาคะแนนยกให้รัฐบาลเป็นเพื่อที่จะไปอยากจะไปแก้ไขกติกาแล้วไปเลือกตั้งเท่านั้น เรามีองค์กรอิสระ ที่ไม่ได้อิสระจริง เพราะเรามีมือมองไม่เห็นไปช่วยยกให้ สมาชิกวุฒิสภา ยกมือให้เป็นองค์กรอิสระแล้วเรียกว่าตัวเองว่าองค์กรอิสระได้ยังไงก็ไม่รู้ ดังนั้นเราเป็นรัฐที่ล้มเหลวจะไปเทียบกับรัฐที่พัฒนาแล้วมันเทียบไม่ได้แล้ว