xs
xsm
sm
md
lg

ยังไม่สรุปสาเหตุ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท 22 ลำ อ่าวฉลอง ส่วนนักท่องเที่ยวยังใช้บริการท่าเทียบเรือได้ปกติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท 22 ลำ ขณะจอดเทียบท่าอ่าวฉลอง ยังสรุปสาเหตุไม่ได้ นายก อบจ. เผยนักท่องเที่ยวยังใช้บริการท่าเทียบเรือได้ปกติ ขณะที่บางส่วนได้รับผลกระทบ ไปท่องเที่ยวตามแผนไม่ได้ ขณะที่จำนวนเรือที่เสียหาย


สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท จำนวน 22 ลำ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.51 น. วันนี้ (7 ม.ค.) ขณะจอดเทียบท่าบริเวณชายหาดอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังเกิดเหตุ นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบพื้นที่


โดยนายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต เปิดเผย ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้เรือหลายลำ บริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต โดยเบื้องต้นตรวจสอบพบเรือได้รับความเสียหายแล้ว จำนวน 22 ลำ และ อาจมีเรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1–2 ลำ โดยเรืออื่นๆ ยังคงสามารถให้บริการท่าเรือได้ตามปกติ
.


สำหรับเรือที่ได้รับความเสียหาย จะมีการล็อกเรือและควบคุมพื้นที่ ตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ โดยเบื้องต้นได้ประสานงานร่วมกับสถานีตำรวจภูธรฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเหตุเพลิงไหม้ ในครั้งนี้
.


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าดำเนินการเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อใช้ในการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ก่อนจะดำเนินการ เคลื่อนย้ายเศษซากเรือไปยังจุดอื่น และ นำขึ้นเก็บไว้บริเวณบนฝั่ง ตามขั้นตอนต่อไป รวมถึงการกันพื้นที่ป้องกันมลพิษ ที่เกิดจากคราบน้ำมัน ซึ่งจะนำบูมมากั้นบริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมด
.


ด้านนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย ถึงเหตุเพลิงไหม้เรือบริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายกับเรือที่จอดอยู่ริมชายหาดอ่าวฉลองจำนวนมาก เบื้องต้นนอกจากเจ้าหน้าที่ของ อบจ.ที่เข้าระงับเหตุแล้ว ยังมีท้องถิ่นข้างเคียง ทั้งเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน ที่ได้สนับสนุนรถดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงจนสถานการณ์คลี่คลาย โดยการบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรือหลังเกิดเหตุ จะดำเนินการร่วมกับสำนักงานเจ้าท่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายและกระทบต่อการท่องเที่ยว
.


ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและเรือ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังคงสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ว่าเกิดจากเรือลำใด และเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เป็นผู้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและผู้รับผิดชอบต่อไป
.


นายก อบจ.ภูเก็ต ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากเหตุใด ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยอ่าวฉลองอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ซึ่งผู้ที่มาใช้บริการท่าเรือจะต้องผ่านระบบสแกนข้อมูล ทั้งใบหน้า หนังสือเดินทาง ชื่อ-สกุล เลขพาสปอร์ต และสัญชาติ เพื่อจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม 


สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จองเดินทางท่องเที่ยวกับเรือเหล่านี้ไว้ ได้รับผลกระทบบางส่วน เนื่องจากเรือไม่สามารถให้บริการไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่จองเอาไว้ได้




กำลังโหลดความคิดเห็น