xs
xsm
sm
md
lg

รวบหนุ่มสแกมเมอร์จีน หนีคดีตั้งบริษัทปลอม ตุ๋นเหยื่อลงทุนเสียหาย 5 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตม.จับกุมหนุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน หนีตั้งบริษัทปลอม ตุ๋นเหยื่อลงทุนเสียหาย 5 ล้านบาท มากบดานหมู่บ้านหรูในไทย

วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชย พาหะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. พ.ต.ต.โกเมน วรรณบวร สว.กก.ปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ บก.สส.สตม. ร่วมแถลงปฏิบัติการรวบสแกมเมอร์ต่างชาติ 2 คดี

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า คดีแรกโดยชุดสืบสวน บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสพบชายชาวจีนมีพฤติกรรมต้องสงสัย มีการใช้รถยนต์หรู และพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรูราคากว่า 20 ล้านบาท ย่านกรุงเทพกรีฑา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมีพฤติกรรมส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้าน ทางชุดสืบสวนจึงได้ประสานตรวจสอบข้อมูลบุคคลไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย โดยได้รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Zeng jin อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวนำกลับไปดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
โดย Mr.Zeng ได้จัดตั้งบริษัทปลอม ชื่อ “Shell Company” เพื่อชักชวนหลอกให้กลุ่มผู้เสียหายมาร่วมลงทุน เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 1,100,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 5 ล้านบาท โดยใช้อาคารในเมืองแมนชัว ประเทศเมียนมา เป็นฐานที่ตั้งสแกมเมอร์ในการกระทำความผิดหลอกกลุ่มคนชาวจีน ก่อนในช่วงที่ผ่านมาถูกกวาดล้างจับกุมอย่างหนัก จึงหลบหนีข้ามมากบดานยังประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว

ต่อมาทางชุดสืบสวนทราบว่า Mr.Zeng มาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา จึงขออนุมัติหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นและจับกุมตัว พร้อมตรวจอายัดบ้านพักหรูราคากว่า 20 ล้านบาท รถยนต์อัลพาร์ด ราคากว่า 4 ล้านบาท พร้อมป้ายทะเบียนประมูลเลขสวยราคากว่า 3 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท ไว้ทำการตรวจสอบว่าได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ อีกทั้งได้เพิกถอนวีซ่าทันที ก่อนควบคุมตัวนำส่งทางการจีนเพื่อดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวต่อว่า ส่วนคดีที่สอง ทางชุดสืบสวนเข้าจับกุม Mr.Sakamoto อายุ 39 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น ในความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ในพื้นที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ

โดย Mr.Sakamoto มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงในลักษณะแอบอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทลงทุนซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ในช่วงปี พ.ศ.2566 เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนมาก มีความเสียหายรายละ 500,000 - 1,000,000 เยน

ซึ่งต่อมาทางการญี่ปุ่นได้ออกหมายจับ Mr.Sakamoto จึงได้หนีความผิดเดินทางมายังประเทศไทย โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Sakamoto ก่อนควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอการส่งไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป








กำลังโหลดความคิดเห็น