xs
xsm
sm
md
lg

สีกากีชั้นประทวนเเฉ โดนบิ๊กโจ๊กซ้อม ไล่บี้ถอนคำร้อง บีบให้ซัด”บิ๊กเเป๊ะ จักรทิพย์“

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สีกากีชั้นประทวนเเฉ
โดนบิ๊กโจ๊กซ้อม
ไล่บี้ถอนคำร้อง
บีบให้ซัด”บิ๊กเเป๊ะ จักรทิพย์“


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ก่อนหน้านี้เพจเฟซบุ๊คBung Jack v.2 นำเอกสารราชการเรื่องขอถอนเรื่องร้องเรียนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล (ยศในขณะนั้น)ของ17ตำรวจชั้นประทวนที่ยื่นต่อสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาเผยเเพร่เเละอ้างว่าพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในขณะนั้น สั่งการให้17ตำรวจชั้นประทวนไปร้องเรียนต่อสำนักงานจเรตำรวจเเห่งชาติว่า โดนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย เพราะทั้ง17นายเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นหลังการตรวจค้นบ้านพักของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ในซอยวิภาวดีรังสิต60 เมื่อวันที่25กย.2566 ปรากฏเป็นข่าวตามที่สื่อหลายเเขนงนำเสนอว่า ทั้ง17นายร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าเคยถูกพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ทำร้ายร่างกายจริง

ต่อมา ช่วงต้นเดือนมค.2569พบว่าสามตำรวจชั้นประทวนที่อยู่ในกลุ่ม17นายได้ส่งเอกสารที่ลงลายมือชื่อ เพื่อชี้เเจงข้อเท็จจริง ว่าเพจเฟซบุ๊คดังกล่าวนำเสนอข้อมูลบิดเบือน
เเละสอดรับกับข้อมูลล่าสุดที่พตอ.ภาคภูมิ พิสมัยเเจ้งสื่อมวลชนว่ารับทราบเเละพบเห็นการทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาบางรายโดยพลตำรวจสุรเชษฐ์เป็นผู้กระทำจริง

โดยจสต.“อ” ระบุในเอกสารว่า กรณีเพจเฟซบุ๊ค Bung Jack v.2 นำเอกสารราชการเรื่องขอถอนเรื่องร้องเรียนพลตำรวจโทสุรเขษฐ์ ถึงปลัดสำนักนายกฯที่ปรากฏชื่อตนเเละพวกรวมหกคนที่นำคลิปเเละภาพปรากฏในสื่อออนไลน์ ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน จึงขอชี้เเจงดังนี้

จสต.“อ.” ระบุว่า เดือนมีค.2564 ข้าฯได้รับโทรศัพท์จากพตท.คริษฐ์ ปริยะเกตุว่า ให้มาถอนเรื่องที่ไปร้องเรียนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ที่สำนักงานจเรตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งขณะนั้นพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ถูกย้ายไปสังกัดสำนักปลัดสำนักนายกฯ พตท.คริษฐ์นัดข้าฯไปพบด้านหลังทำเนียบรัฐบาล เเละมอบกระดาษ เอ 4-ปากกาพร้อมตัวอย่างคำเขียนคำร้องของบุคคลที่มาถึงก่อนข้าฯ ข้าฯได้อ่านเเล้วเเละตกใจในเนื้อหาการเขียนถอน เเละบอกพตท.คริษฐ์ว่า ไม่ขอเขียนพาดพิงถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์

“ ข้าฯขอร้องหลายคร้้งว่าไม่ขอเขียนตามเเบบที่กำหนดให้ เเต่พตท.คริษฐ์เเจ้งว่า“ ไม่ได้เพราะต้องถ่ายส่งให้นายดู ” ข้าฯจึงคิดไม่ตกที่จะต้องเขียนพาดพิงถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ เเต่พตท.คริษฐ์บอกว่า“ไม่เป็นไร เขียนเสร็จเเล้วก็ต่างคนต่างอยู่ นายไม่ยุ่งอะไรกับมึงเเล้ว ”

ด้วยภาวะจำยอมเนื่องจากเคยเป็นผู้บังคับบัญชา เเละพตท.คริษฐ์ยืนยันว่า ให้เขียนตามนี้ ณ เวลานั้นข้าฯไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องเขียนตามเเบบที่พตท.คริษฐ์กำหนดให้ เมื่อเขียนเสร็จ พตท.คริษฐ์นำข้าฯไปยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่สำนักปลัดสำนักนายกฯจากนั้นเเยกย้ายกัน ข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นตามที่กล่าวมา ไม่ได้เป็นไปตามเพจฯนำมาเผยเเพร่ ซึ่งภาพข่าวทำให้ข้าฯพร้อมพวกรวมถึงอดีตผู้บังคับบัญชาเสียหาย จึงขอเเจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน”
จสต.“อ.”ระบุ

ส่วนจสต.“ก.”ระบุในเอกสาร เนื้อหาใกล้เคียงกันกับจสต.“อ.”เเต่ใจความหลักบางส่วนที่น่าสนใจคือ ข้าฯทราบว่าเพื่อนข้าราชการตำรวจอีก16คน(ที่ร่วมลงชื่อร้องเรียน)ถูกโทรตามเช่นกัน บางคนโดนข่มขู่ บางคนถูกตามผ่านผู้บังคับบัญชาตัวเอง พตท.คริษฐ์เเจ้งว่าให้มารอใกล้ๆทำเนียบรัฐบาล จุดหมายคือร้านกาเเฟในสำนักงานกพร.เมื่อข้าฯไปถึงได้พบสตอ.“ก.”เเละสตอ.“ก.”จากการสอบถามทราบว่าได้รับการติดต่อจากพตท.คริษฐ์เช่นกัน

จสต.“ก.”ระบุว่า ”จากนั้นพตท.คริษฐ์นำกระดาษเอ4เเละปากกามาให้ข้าฯเเละพวกรวมสามคนเเละให้เขียนตามที่บอกทุกประการ ได้พาดพิงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ว่าเป็นผู้บังคับให้ข้าฯเเละพวกรวม17นายไปร้องเรียนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ที่สำนักงานจเรตำรวจเเห่งชาติ ข้าฯได้ทักท้วงว่า พลตำรวจเอกจักรทิพย์ไม่ได้บังคับพวกข้าฯไปร้องเรียนเเต่อย่างใด เเต่พตท.คริษฐ์ยืนยันว่า“ให้เขียนตามนี้เท่านั้น ” ในขณะนั้นข้าฯรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่เขียนพาดพิงบุคคลที่สามเเต่ในสภาวะนั้นไม่อาจขัดขืน/ปฏิเสธได้ เสร็จเเล้วลงชื่อในกระดาษเเล้วพาข้าฯทั้งสามไปยื่นเรื่องต่อสำนักปลัดสำนักนายกฯ(ได้ประสานงานไว้ก่อนเเล้ว)

ต่อมาพตท.คริษฐ์ถ่ายภาพเอกสารเหล่านั้นไว้ เเละก่อนเเยกย้ายได้พูดว่า “ขอบใจมากนะ นายเค้าไม่ยุ่งอะไรกับพวกมึงเเล้วนะ ต่างคนต่างไปกลับไปทำงานนะ“ ข้อความในเพจเฟซบุ๊คไม่เป็นความจริง ซึ่งภาพข่าวที่ปรากฏ ทำให้ข้าฯพร้อมพวกเเละอดีตผู้บังคับบัญชาเสียหายเเละรู้สึกไม่สบายใจกระทบการดำเนินชีวิตประจำวัน หวังว่าเหตุที่เกิดขึ้นลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นกับตำรวจรายใดอีก”

ด้านสตอ.“ก.”(ขณะนี้ยศดาบตำรวจ)ชี้เเจงด้วยลายมือในเอกสารใจความหลักว่า ได้รับการติดต่อจากพตท.คริษฐ์ก่อนวันที่ข้าฯจะถอนคำร้องเรียนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ โดยพตท.คริษฐ์มาตามข้าฯที่บ้านในจังหวัด.....(ภาคอีสาน)เพื่อไปถอนคำร้องเรียนครอบครัวข้าฯรู้ว่ามีคนมาตามจึงขอร้องข้าฯไปถอนเรื่องร้องเรียนเพื่อไม่ให้ข้าฯมีเรื่องราวกับผู้บังคับบัญชาที่มียศสูงกว่า ข้าฯตกลง โดยนั่งเครื่องบินจากจังหวัด....ไปกทม.กับพตท.คริษฐ์ วันที่19มีค.2564

”จากนั้นนั่งเเท็กซี่ไปที่สำนักงานกพร.เเละได้พบสตอ.“ก.”เเละสตท.“ก.” จากนั้นให้ข้าฯเขียนข้อความที่ปรากฏในเพจเฟซบุ๊คซึ่งพาดพิงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ว่าบังคับให้ข้าฯเขียนคำร้องเรียน ข้าฯยืนยันว่าข้อความนี้พตท.คริษฐ์บอกให้เขียน ข้าฯโต้เเย้งว่า”ไม่พาดพิงบุคคลที่สามเเละพลตำรวจเอกจักรทิพย์ไม่เกี่ยวข้อง“เเต่ขณะนั้นพตท.คริษฐ์บอกว่า อย่างไรก็ต้องเขียนเพื่อให้ขบวนการถอนเรื่องร้องเรียนจบสิ้นเเละจะรับผิดชอบเรื่องนี้ “สตอ.”ก.“ระบุ

สตอ.“ก.”ระบุว่า “ข้าฯทั้งสามจึงจำใจต้องเขีบนตามคำบอกนั้น จากนั้นพตท.คริษฐ์พาไปส่งเอกสารที่สำนักปลัดสำนักนายกฯเเละส่งข้ากับพวกขึ้นรถกลับ ยืนยันข้อความนี้เป็นความจริงเเละข้าฯเขียนด้วยตัวเองที่บ้านพักโดยไม่มีใครบังคับ“
กำลังโหลดความคิดเห็น