xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายโจ๊ก” ยื่น ป.ป.ช. 6 ข้อทบทวนอำนาจสอบสินบนทอง ปัดยื้ออ้างสอบผิดแต่ชั้น ตร.เหตุ ป.ป.ช.ถูกกล่าวหาด้วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ทนายสุรเชษฐ์” ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ยก 6 ข้อ จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทอง ปัดประวิงคดี แต่ขั้นตอนการสืบสอบสวนผิดมาตั้งแต่ชั้นตำรวจ เหตุมีกรรมการ ป.ป.ช.ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย ย้ำยืนหยัดสู้ เจ้าตัวไม่หลบหนี

วันนี้ (12 ม.ค.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคน ขอให้พิจารณาทบทวนอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการรับคำกล่าวหาและดำเนินการในคดีสินบนทองคำ ที่มีกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้ถูกกล่าวหา
นายสัญญาภัชระ ระบุว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความเป็นธรรม และให้การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยในหนังสือได้เสนอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการพิจารณา 6 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. พิจารณาวินิจฉัยเขตอำนาจและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในคดีนี้ เป็นเบื้องต้นก่อนการดำเนินกระบวนการใดๆ ในเนื้อหาคดี โดยเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
2. มีมติหรือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร วินิจฉัยโดยชัดแจ้ง ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหรือไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหาและดำเนินการในคดีที่มีลักษณะเป็นการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้กระทำความผิด และมีบุคคลอื่นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมและความชัดเจนของกระบวนการยุติธรรม
3. หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า คดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2560 ขอให้มีคำสั่ง ไม่รับคำกล่าวหาและสำนวนคดีนี้ไว้พิจารณา และดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
4. ในระหว่างที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยเขตอำนาจตามข้อ (1) และ (2) ขอให้ ป.ป.ช งดเว้นการดำเนินการใด ๆ ในสาระของคดี ไม่ว่าจะเป็นการไต่สวน การตั้งคณะอนุกรรมการ การเรียกบุคคลให้ถ้อยคำ หรือการมีมติใดๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยไม่อาจเยียวยาได้ในภายหลัง
5. ในกรณีที่ ป.ป.ช. เห็นว่าเรื่องดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจ ขอให้มีคำสั่งคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุเหตุผลแห่งคำสั่งโดยชัดแจ้ง ว่าเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการตามกลไกและเขตอำนาจเฉพาะตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
6. ขอให้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและคำสั่งตามข้อ (1) ถึง (5) แก่ผู้กล่าวหา พนักงานสอบสวน และข้าพเจ้าในฐานะทนายความ หรือ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ไม่ใช่การประวิงคดี แต่เป็นการขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบอำนาจตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยคดีดังในอดีตที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐจากการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การดำเนินการสอบสวนตั้งแต่ชั้นของพนักงานสอบสวนอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีที่มีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถแยกการดำเนินคดีออกเป็นส่วนๆ ได้ หากมีการกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดร่วมกันในลักษณะตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน คดีทั้งหมดต้องเข้าสู่กลไกตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ หาก ป.ป.ช. วินิจฉัยว่าไม่มีอำนาจ ต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าไม่สามารถมอบหมายหรือส่งกลับให้ดำเนินการต่อได้ เพราะจะเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมาย และหากยังมีการดำเนินการต่อไป อาจต้องมีการใช้สิทธิทางกฎหมายกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

นายสัญญาภัชระ ยังระบุว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนหยัดต่อสู้ในทุกขั้นตอนตามกระบวนการที่กฎหมายบัญญัติไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ไม่หลบหนี และจะใช้สิทธิดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลหรือองค์กรใดๆ ที่กระทำให้ได้รับความเสียหายอย่างเคร่งครัด
กำลังโหลดความคิดเห็น