xs
xsm
sm
md
lg

รอง ผบ.ตร. เผยคืบหน้าระเบิด 11 จุดชายแดนใต้ เริ่มได้เบาะแส เร่งล่าคนร้าย ไม่ชี้ชัดโยงการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ด้านมั่นคงและกิจการพิเศษ
รอง ผบ.ตร. เผยคืบหน้าคดีลอบวางระเบิด 11 จุด ชายแดนใต้ ตำรวจเริ่มได้เบาะแสผู้ก่อเหตุ เร่งไล่ล่าตัว พร้อมสั่งทบทวนแผนความมั่นคงใหม่ทั้งหมด ย้ำต้องถอดบทเรียน ปรับยุทธศาสตร์ให้สมดุลระหว่างความเข้มงวดของรัฐกับวิถีชีวิตประชาชน ระบุยังไม่ฟันธงปมการเมือง รอผลพิสูจน์หลักฐานเชิงลึกก่อน

วันนี้ (13 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า พล.ต.ท.ผิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลาง ทำให้เริ่มได้เบาะแสของกลุ่มคนร้ายบางส่วนแล้ว ซึ่งการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ในขั้นตอนของการวิเคราะห์เชิงลึก หากมีความชัดเจนหรือสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จะมีการประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบทันที​ย้ำว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทบทวนและวางแผนการทำงานใหม่ทั้งหมด ยังมีร่องรอยและเบาะแสอยู่ ผู้บัญชาการภาค 9 มีการรายงานเข้ามาเป็นระยะ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ขอเวลาตรวจสอบให้รอบคอบก่อน

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกหน่วยงานต้องกลับมาทบทวนการทำงาน โดยเฉพาะการวางแผนด้านความมั่นคง ซึ่งต้องมีฐานความคิดร่วมกัน ระหว่างหน่วยปฏิบัติและหน่วยกำลังทั้งหมด การทำงานต้องมีการวางแผน ปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง หากแผนใดล้มเหลวจำเป็นต้องยกเลิกและปรับแผนใหม่ทันที พร้อมทั้งประเมินผลว่าแผนที่ดำเนินการไปแล้วได้ผลมากน้อยเพียงใด"รอง ผบ.ตร.ระบุ

นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบสภาพพื้นที่เชิงกายภาพ โดยเฉพาะพื้นที่แนวติดต่อ วิถีชีวิตของประชาชน เส้นทางสัญจร และช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอาจถูกคนร้ายใช้เป็นโอกาสหรืออาศัยลักษณะภูมิประเทศในการก่อเหตุ ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความเข้มงวดของรัฐกับสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชน หากเข้มงวดมากเกินไปอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตของชาวบ้าน แต่หากผ่อนคลายมากเกินไปก็อาจเกิดช่องโหว่ด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์

เมื่อถามว่าการข่าวล้มเหลวหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายยังคงทำงานอย่างเข้มแข็ง และยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น จำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน และยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต โดยจะต้องถอดบทเรียนจากแผนเดิมว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน และปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
กำลังโหลดความคิดเห็น