“นุ่น - หลุยส์” แถลงร่ำไห้ใจสลาย สูญเสียลูกคนแรกจากภาวะมดลูกแตก ผลพวงผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน นุ่นเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก เด็กเสียชีวิตในครรภ์ หลังผ่าตัดต้องอยู่ในห้องไอซียู มีภาวะน้ำท่วมปอด เกือบไม่รอดมาให้สัมภาษณ์ตรงนี้ ยังมีหวังเรื่องลูก แต่ขอโฟกัสชีวิตคู่ก่อน วอนไม่อยากเห็นรูปน้องในสื่ออีกแล้ว
กรณี “นุ่น รมิดา ประภาสโนบล” และ “หลุยส์ สก็อต” ใจสลาย สูญเสียลูกคนแรก ทั้งที่ตั้งครรภ์ถึง 9 เดือน มีกำหนดคลอดวันที่ 24 ม.ค.69 โดยทั้งคู่ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชนร่วมฟังการแถลงข่าวการสูญเสียในวันนี้ (29 ม.ค.69) มี พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ / แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS CLINIC BANGKOK ร่วมให้ข้อมูลในครั้งนี้
ซึ่งนุ่นกับหลุยส์ร้องไห้ทั้งคู่ตั้งแต่เริ่มต้นแถลง เผยว่าจริงๆ วางแผนกับสมิติเวชว่าจะผ่าคลอด 24 ม.ค.ที่ผ่านมา นุ่นไม่ได้ฝากครรภ์ที่สมิติเวช สุขุมวิท อย่างที่รู้กันว่านุ่นมีคลินิกเป็นของตัวเอง นุ่นเลยเลือกฝากครรภ์กับคลินิกตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น
นุ่น : “สวัสดีพี่ๆ ทุกคนนะคะ อุตส่าห์ว่าจะไม่ร้องไห้ตั้งแต่เริ่ม (ร้องไห้) ก็ตามหมายที่เชิญเลย เราสูญเสีย วันนี้ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ให้ถามคำถามอะไรเลย ขอเริ่มเรื่องแบบกระชับและเข้าใจง่าย จริงๆ นุ่นวางแผนกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ว่าจะผ่าคลอดวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา แต่นุ่นไม่ได้ฝากครรภ์กับที่นี่นะคะ เพราะมีคลินิกเป็นของตัวเองที่ดูแลอยู่ เลยเลือกที่จะฝากครรภ์กับคลินิกตัวเอง โดยมีคุณหมอณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ เป็นผู้ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น ในเรื่องการฝากครรถ์ นุ่นขอให้คุณหมอเป็นคนให้รายละเอียดแล้วกันนะคะ”
นพ.ณัฏฐ์ : “ผมเป็นแพทย์ที่ดูแลพี่นุ่น ตั้งแต่ช่วงฝากครรภ์ที่ผ่านมามาโดยตลอดครับ เพื่อเคารพสิทธิของผู้ป่วยและครอบครัว ผมขออนุญาตเล่าในข้อเท็จจริง และการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพ ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์มา พี่นุ่นเป็นผู้หญิงเก่งหนึ่งคน ที่มาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะมากับพี่หลุยส์ในทุกเดือน ในช่วงไตรมาสแรก
ช่วงเวลาการฝากครรภ์ เราจะมุ่งเน้นดูเรื่องของชีพจร ความดัน และประเมินสุขภาพของทารก ซึ่งการประเมินทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด แต่จากที่ทราบกัน ว่าพี่นุ่นเคยมีประวัติการเป็นเนื้องอกในมดลูกมาก่อน และเคยผ่าตัดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นั่นเป็นปัจจัยเสี่ยงและความเสี่ยงหนึ่ง ที่ทางทีมแพทย์และพี่นุ่นพี่หลุยส์รับทราบข้อมูล และทีมแพทย์ได้เฝ้าระวังติดตามเรื่องความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด
จนกระทั่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 เป็นไตรมาสที่ใกล้คลอดแล้ว เราติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ โดยการประเมินน้ำหนักทารก ประเมินทารก และการบีบตัวของมดลูก ซึ่งการบีบรัดตัวของมดลูกในช่วงไตรมาสสุดท้าย จากที่ตรวจพบว่าไม่มีความผิดปกติ ในระหว่างนั้นก็มีการประสานงานกับทีมโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอด อย่างที่พี่นุ่นเรียนแจ้ง ในช่วงวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา และเผื่อว่าจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่นปวดท้อง เจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด พี่นุ่นสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากโรงพยาบาลเป็นอย่างดี
จนวันเกิดเหตุคือ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด พี่นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด และปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติผมได้รับการประสานจากพี่หลุยส์ ก็รีบวางแผนและประสานกับทีมของโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้มารับตัวโดยฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นเองทางทีมโรงพยาบาล ก็เข้ามารักษาในระยะวิกฤตนั้นได้อย่างทันท่วงที”
ด้านพญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ แพทย์ผู้ดูแลในวันเกิดเหตุ ได้เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นว่า
พญ.ปานวาด : “ในช่วงสายของวันที่ 10 มกราคม คุณหมอณัฏฐ์ได้โทร.มาแจ้ง ว่าคุณนุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้อง ร่วมกับอาการวูบ ทางโรงพยาบาลเลยประสานให้รถฉุกเฉิน และคุณหมอฉุกเฉิน ออกไปรับคุณนุ่นที่บ้าน โดยคุณหมอฉุกเฉินที่ไปกับรถ ได้โทร.มาแจ้งว่า ณ ขณะนั้นคุณนุ่นมีภาวะความดันโลหิตต่ำมาก อยู่ที่ 80/40 มีหัวใจเต้นเร็วมากๆ 140 ครั้งต่อนาที แล้วเริ่มมีอาการหายใจเร็ว
ร่วมกับที่คุณหมอณัฏฐ์เคยแจ้งก่อนหน้านี้ ว่าคุณนุ่นเคยผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่มดลูกออก ทำให้มีแผลที่ตัวมดลูก เมื่อรวมจากประวัติการรักษาที่ได้ทั้งหมด ทางทีมเลยสงสัยว่าน่าจะมีภาวะมดลูกแตก ทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก และเป็นสาเหตุของความดันโลหิตที่ต่ำลง ทางทีมจึงเตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เตรียมทีมคุณหมอผ่าตัด คุณหมอเด็ก และคุณหมอดมยา เพื่อให้การรักษาทันทีที่มาถึงเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
โดยเราได้พาตัวคุณนุ่นไปห้องผ่าตัดเลย เพราะต้องรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน และก่อนนั้นเราได้ทำอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ ซึ่งตอนนั้นเราตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว แต่จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อให้การรักษา และเซฟชีวิตคุณแม่ไว้ก่อน
เมื่อเราได้ผ่าตัดคลอดทารกออกมา พบว่ามีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก พบแผลปริแตกขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของมดลูก น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก และทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ ทางทีมจึงได้ทำการเย็บซ่อมตัวมดลูกที่ฉีกขาด โดยใช้เวลาผ่าตัด 3 ชั่วโมงก็สามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ รวมทั้งทีมคุณหมอดมยา ได้ให้เลือดและสารน้ำในปริมาณมาก เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ จนทุกอย่างพ้นระยะวิกฤต
แต่เนื่องจากเสียเลือดมาก คุณนุ่นยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อในห้อง ICU เพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน จากการให้เลือดในปริมาณมาก โดยหลังจากนั้นพบว่าคุณนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด เกิดจากการได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณมาก จึงยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ ขณะนั้นก็มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอ ICU คุณหมอโรคปอด คุณหมอโรคเลือด และคุณหมอโรคติดเชื้อ เป็นทีมเดียวกันในการให้การดูแลรักษาคุณนุ่นในวันนั้น จนสัญญาณชีพทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ภาวะน้ำท่วมปอดดีขึ้น และสามารถนำท่อช่วยหายใจออกได้
ใช้เวลารักษาใน ICU ประมาณ 4 วัน หลังจากนั้นก็ยังต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาล โดยรวมได้รักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด 6 วัน และก็สามารถกลับบ้านได้”
นุ่น : “ก็เกือบไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยแบบนี้แล้ว (เสียงสั่น) ส่วนสาเหตุและเหตุผล ก็มาจากมดลูกแตก จากที่เคยผ่าตัดมา วันนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทุกคนส่ง DM ส่งไลน์มาให้กำลังใจ เราไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง ก็ต้องขอโทษที่ไม่สามารถที่จะตอบขอบคุณทุกอย่างได้ แต่เราเห็นทุกอย่างนะคะ นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ เพราะมันผ่านมาแล้ว ที่ผ่านมามันเศร้ามาพอแล้ว
วันนี้ที่เราแถลงข่าว เราแค่อยากให้ทุกคนได้ฟังความจริงที่มันเกิดขึ้นกับนุ่น ไม่อยากให้ไปนั่งนับว่า 1 2 3 เกิดมาจากการตั้งครรภ์แบบนี้ๆ มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา แล้วก็มันไม่ได้หมายความว่า จะเกิดกับคนที่ตั้งครรภ์ในภาวะสุดท้ายทุกคนนะคะ มันแค่มาแจ็กพ็อตที่เรา ก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ เป็นสัญญาณเตือน ให้คนที่เคยผ่าตัดเหมือนนุ่นได้ระวังตัวมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้จะเกิดขึ้นกับทุกคน
สุดท้ายทุกคนคงอยากถาม ว่าอนาคต นุ่น-หลุยส์ จะเป็นยังไงต่อ คือตอนนี้เราโฟกัสเรื่องสุขภาพนุ่นมากกว่า เพราะจากที่เสียเลือดไปเยอะ นุ่นต้องฟื้นฟูร่างกาย ถ้าถามว่าอยากมีลูกกันอีกไหม มันยังมีความหวังอยู่ค่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีลูกแล้ว นุ่นแค่คิดว่าจะเลือกว่าจะมีหรือโฟกัสที่ชีวิตคู่ดีกว่า ตอนนี้ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้ รู้แค่ว่าวันนั้นคนที่อยู่และเป็นห่วงนุ่นที่สุดคือหลุยส์ (ร้องไห้)เพราะเขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูล ที่ไม่รู้ว่าจะไปคู่หรือเป็นยังไง
เพราะฉะนั้นให้เวลา ให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ นุ่นคิดว่ามันไม่นานหรอกค่ะ นุ่นเคยสูญเสียมาเยอะ นุ่นว่าชีวิตเราต้องไปต่อได้ เราจะกลับมามีรอยยิ้ม และมีความสุขอีกครั้งแน่นอนค่ะวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ขอบคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาล ที่เป็นห่วงเราสองคนตลอดเวลา แล้วก็ขอบคุณทีมแพทย์ทุกๆ คน นุ่นไม่รู้จะรอดไหม ตั้งแต่ทีมคุณหมอ ไปจนถึงพยาบาล ที่ดูแลนุ่นในห้อง ICU ดูแลนุ่นดีมาก ทุกคนลุ้นไปกับนุ่นจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ
สุดท้ายต้องขอบคุณพี่ๆ นักข่าวทุกๆ คนที่ให้กำลังใจ เราเป็นเหมือนพี่น้องกัน ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกันในโมเมนต์นี้ ไม่มีใครอยาก… นี่น่าจะเป็นวันที่เห็นหน้าลูกด้วยซ้ำไป…ถูกไหม ขอบคุณเอฟซี ขอบคุณคนที่ไม่รู้จักเราเลย แล้วก็ DM มาให้กำลังใจเราค่ะ เราเห็นทุกข้อความเลย ขอบคุณมากๆ ที่ให้กำลังใจเรา
แล้วนุ่นก็อยากวอนสื่อมวลชนทุกๆ คน อยากให้ความเห็นใจเรานิดหนึ่ง น้องไม่อยู่แล้ว นุ่นไม่อยากให้พี่ๆ ขึ้นรูปน้อง (ร้องไห้) นุ่นไม่อยากเห็นรูปน้องบนสื่ออีกแล้ว เห็นแค่รูปเราก็พอ จะขอบคุณมากๆ เลยค่ะ”