xs
xsm
sm
md
lg

พม่าพบโรงงานยานรกอื้อ!ทั้งสร้างเพิงพักกลางป่า-ห้องแถวกลางชุมชน ตั้งแท่นผสม-อัด-ประทับตรา ทำยาบ้าทะลักไทยพุ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ท่าขี้เหล็ก – ฝั่งเมียนมาพบโรงงานผลิตยาบ้าอื้อ..มีทั้งเพิงพักในป่า-เปิดห้องแถวกลางชุมชนชายแดน ตั้งเครื่องอัดเม็ด-เครื่องผสม-ตราประทับ พร้อมสรรพ คาดมีอีกหลายแห่ง ทำสถิติสกัดยาเสพติดภาคเหนือพุ่ง


ขณะที่ตำรวจและทหาร ได้สกัดกั้น-ตรวจยึดของกลางยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านชายแดนภาคเหนือเข้าไทยได้เป็นจำนวนมาก แบบสร้างสถิติใหม่นั้น รายงานข่าวจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับ จ.เชียงราย แจ้งว่าช่วงต้นเดือน ธ.ค.2568 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เมียนมาสืบทราบว่ามีโรงงานผลิตยาเสพติดตั้งอยู่ในเขตป่า ห่างจากบ้านเมืองแฮใต้ จ.ท่าขี้เหล็ก ประมาณ 6 กิโลเมตร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ

พบเป็นโรงงานผลิตยาเสพติดที่มีเพิงพักเป็นโครงสร้างหลัก ภายในมีทั้งเครื่องอัดเม็ด เครื่องผสม ตราประทับต่างๆ บนห่อยาเสพติดประเภทยาบ้า จึงตรวจยึดไว้ได้หลายรายการแต่ไม่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เมียนมาสามารถจับกุมผู้ที่อยู่ในโรงงานได้หรือไม่

แต่โรงงานผลิตยาเสพติดดังกล่าวอยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มชาติพันธุ์ปะหล่องและลาหู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเจ้าหน้าที่เมียนมาเชื่อว่าการผลิตยาเสพติดดังกล่าวเพื่อหารายได้ไปจัดซื้ออาวุธเนื่องจากกลุ่มปะหล่องมีความขัดแย้งกับกองทัพเมียนมา

นอกจากนี้ช่วงต้นเดือน ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เมืองท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก ยังบุกเข้าตรวจค้นบ้านเช่าชั้นเดียวเขตบ้านวันกองมู ต.หมากยาง อ.เมืองท่าขี้เหล็ก หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบตั้งเป็นโรงงานผลิตยาเสพติดมาตั้งแต่ปลายปี 2568

ผลการตรวจพบอุปกรณ์ในการผลิตยาบ้า เช่น เครื่องอัดเม็ด เครื่องผสม ผงยาบ้า ตราประทับบนห่อยาบ้า ฯลฯ รวมทั้งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน เมื่อสอบปากคำพบว่าเครือข่ายนี้เกี่ยวโยงมาถึงคนไทยที่อยู่ตามพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อีกด้วย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เมียนมายังเชื่ออีกว่ายังมีโรงงานอัดเม็ดยาบ้าในลักษณะนี้อีกหลายแห่งจึงมีการออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอาคารบ้านเช่าต่างๆ ในชุมชนชานเมืองท่าขี้เหล็ก

สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดนั้นอาจมีการลักลอบนำสารกาเฟอีนมากับเรือยนต์แม่น้ำโขง เมื่อเข้าถึงริมฝั่งของรัฐฉานสามารถขึ้นฝั่งได้ตลอดแนวตั้งแต่ท่าเรือบ้านโป่งหรือวันพงไปจนถึงสะพานระหว่างเมืองเชียงลาบ ประเทศเมียนมา กับเมืองลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ทำให้ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายเมียนมา ไทย และ สปป.ลาว ได้เฝ้าจับกุมเส้นทางนี้และพยายามเข้มงวดกวดขันเนื่องจากเชื่อว่าหากสกัดการส่งสารตั้งต้นไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดจะทำให้ศักยภาพการผลิตของกลุ่มขบวนการลดลงได้

การปราบปรามยาเสพติดในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ดังกล่าวยังเกี่ยวโยงกับการลักพาตัวบุคคลหลายคนที่เกิดขึ้นหลายครั้งใน จ.ท่าขี้เหล็ก ในช่วงต้นเดือน ม.ค.69 นี้ โดยกรณีการลักพาตัวเจ้าของร้านรับแลกเปลี่ยนเงินแห่งหนึ่ง มีการใช้อาวุธสงครามบุกเข้าไปอุ้ม ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินในธุรกิจนอกระบบหรืออาจเกี่ยวกับเงินในการค้ายาเสพติด โดยผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนธุรกิจผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติด ขณะที่หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เมียนมาสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย แต่ยังไม่สามารถติดตามหาตัวเหยื่อที่ถูกลักพาตัวกลับมาได้


ด้านเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 จนถึงปลายเดือน ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 190 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 202 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 95,101,131 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 1,662 กิโลกรัม, ฝิ่น 1.5 กิโลกรัม และ คีตามีน 327.2 กิโลกรัม มีการปะทะกับกลุ่มขบวนการขนยาเสพติด 28 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 16 ราย หากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ถูกลำเลียงไปถึงพื้นที่กรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าการจำหน่ายมากถึง 19,230,953,969 บาท.
กำลังโหลดความคิดเห็น