xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์ประกาศทำข้อตกลงการค้ากับอินเดียสำเร็จ อ้างนิวเดลียอมยุติซื้อน้ำมันรัสเซียจึงหั่นภาษีให้กว่าครึ่ง แต่นักวิเคราะห์ชี้ อ่อนข้อเพราะแดนภารตะหันไปจับมืออียู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


(ภาพจากแฟ้ม) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จับมือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่ห้องทำงานรูปไข่ ของทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2025 ในช่วงก่อนจะเกิดความแตกร้าวกันหนัก ทั้งนี้หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับแดนภารตะได้ตกต่ำเลวร้ายมาหลายเดือน  ตอนนี้ผู้นำของสหรัฐฯและอินเดียเพิ่งประกาศว่า สามารถตกลงเรื่องดีลทางการค้ากันได้แล้ว
“ทรัมป์”ประกาศเตรียมลดภาษีศุลกากรสินค้าเข้าอินเดีย จากอัตรา 50% เหลือ 18% อ้าง“โมดี” รับปากเลิกซื้อน้ำมันรัสเซีย ขณะที่นายกฯแดนภารตะเองกลับไม่เอ่ยปากพูดถึงเรื่องนี้ ทางด้านนักวิเคราะห์ชี้ การประกาศลดภาษีให้นิวเดลีอย่างปุบปับของผู้นำอเมริกันคราวนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะถูกกระตุ้นจากข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่โตระหว่างอินเดียกับอียู ซึ่งประกาศออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พยายามเฝ้ากดดันอินเดียให้ยุติการพึ่งพิงน้ำมันดิบราคาถูกของรัสเซียมานานหลายเดือนแล้ว ขณะที่พวกชาติตะวันตกรวมทั้งอเมริกา มุ่งโดดเดี่ยวมอสโกและตัดรายรับสำคัญของแดนหมีขาวซึ่งได้จากการขายน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ ด้วยความเชื่อว่าจะเพิ่มแรงบีบคั้นให้รัสเซียยอมอ่อนข้อมากขึ้นในสงครามสู้รบที่ยูเครน ซึ่งเวลานี้วอชิงตันกำลังเป็นคนกลางให้คู่สงครามทั้ง 2 ฝ่ายตกลงสงบศึกกัน

ในวันจันทร์ (2 ก.พ.) ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคม ทรูธโซเชียล ของเขาว่า การตัดสินใจล่าสุดของอินเดียจะช่วยยุติสงครามในยูเครน และเสริมว่า อินเดียจะเริ่มลดภาษีสินค้าอเมริกันเหลือ 0% รวมทั้งนำเข้าสินค้าอเมริกันมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์

ทางด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี โพสต์บนแพลตฟอร์มX ว่า ยินดีที่ทรัมป์ประกาศลดภาษีศุลกากรสินค้าอินเดีย พร้อมยกย่องว่า ความเป็นผู้นำของทรัมป์มีความสำคัญต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของโลก โดยไม่ได้กล่าวถึงการเลิกซื้อน้ำมันรัสเซียแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของรัฐบาลอินเดียเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (3) ว่า อินเดียตกลงซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์โทรคมนาคม เวชภัณฑ์ อาวุธ น้ำมัน และเครื่องบิน อีกทั้งเสนอเปิดตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์การเกษตรบางประเภท และลดภาษีศุลกากรรถยนต์นำเข้าจากอเมริกา โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้นกันต่อไป

เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรสินค้าอินเดีย 25% เนื่องจากเห็นว่า นิวเดลีไม่พยายามมากพอในการลดการเกินดุลการค้าต่ออเมริกาและเปิดตลาดรับสินค้าอเมริกัน ต่อมาในเดือนส.ค. ผู้นำสหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีศุลกากรสินค้าอินเดียเพิ่มอีก 25% เพื่อลงโทษที่อินเดียยังสั่งซื้อน้ำมันรัสเซีย ส่งผลให้อัตราภาษีที่เรียกเก็บจากอินเดียเพิ่มเป็น 50%

อย่างไรก็ดี แม้เจอกับมาตรการกีดกันการค้าเช่นนี้ แต่จากข้อมูลของทางการอินเดีย กลับแสดงให้เห็นว่า ช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 อินเดียยังคงสามารถส่งออกไปอเมริกาเพิ่มขึ้น 15.88% เป็น 85,500 ล้านดอลลาร์ ส่วนยอดนำเข้าทรงอยู่ที่ 46,080 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลของสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น อเมริกาขาดดุลการค้าอินเดีย 53,500 ล้านดอลลาร์

ทรัมป์เชื่อว่า การตัดรายได้จากสินค้าพลังงานของรัสเซียเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบีบให้มอสโกยุติสงครามในยูเครน ซึ่งแนวคิดนี้สอดประสานเป็นอย่างดีกับนโยบายภาษีศุลกากรของตนเอง

อย่างไรก็ดี ตันวี เมดาน นักวิชาการอาวุโสของศูนย์เพื่อการศึกษานโยบายเอเชียของสถาบันบรูคกิงส์ หน่วยงานคลังสมองซึ่งตั้งฐานในกรุงวอชิงตัน มองว่า การประกาศลดภาษีให้อินเดียอย่างปุบปับของทรัมป์ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจถูกกระตุ้นจากข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อประชากรของทั้งสองฝ่ายที่รวมกันแล้วมีจำนวนราว 2,000 ล้านคน เท่ากับประมาณหนึ่งในสามของประชากรโลก ทั้งนี้ภายหลังสองฝ่ายได้มีการเจรจาต่อรองกันอย่างยาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ ข้อตกลงดังกล่าวนี้มีเนื้อหาครอบคลุมสินค้าทุกอย่างตั้งแต่สิ่งทอจนถึงยา รวมทั้งลดภาษีไวน์และรถยนต์ที่นำเข้าจาก 27 ชาติสมาชิกอียูสู่อินเดีย

ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสองตลาดซึ่งอยู่ในระดับใหญ่ที่สุดของโลกฉบับนี้ ยังสะท้อนความต้องการในการลดการพึ่งพิงอเมริกา หลังจากนโยบายรีดภาษีศุลกากรของทรัมป์ทำให้กระแสการค้าแบบดั้งเดิมสะดุดติดขัด และอาจลดปริมาณการค้าระหว่างประเทศโดยรวมอีกด้วย

เมดานสำทับว่า ปัญหาที่จะตามมาคือ รายละเอียดข้อตกลงสำหรับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะได้รับการลดหย่อนภายใต้ข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างอเมริกากับอินเดีย

ด้านฟาร์วา เอเมอร์ ผู้อำนวยการโครงการริเริ่มเอเชียใต้ จากสถาบันนโยบายสังคมเอเชีย ชี้ว่า สำหรับอินเดียแล้ว ประเด็นรัสเซียยังคงเป็นปัญหา เนื่องจากแม้ยอมยุติการนำเข้าน้ำมันรัสเซีย แต่อินเดียยังต้องการรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียต่อไป

อินเดียกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อน้ำมันรัสเซียหลังจากสงครามยูเครนปะทุขึ้น ทำให้มอสโกมีตลาดส่งออกสำคัญชดเชยยอดสั่งซื้อที่ลดฮวบจากยุโรป

ปี 2024 รัสเซียจัดหาน้ำมันเกือบ 36% ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของอินเดีย หรือราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในราคาต่ำกว่าราคาตลาด

(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์)
กำลังโหลดความคิดเห็น