เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – แฟ้มลับเอปสตีนที่ถูกเปิดเผยโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯล่าสุดพบว่า หนึ่งในอีเมลของอดีตมหาเศรษฐีอเมริกันผู้อื้อฉาวละเมิดทางเพศเด็ก เจฟฟรีย์ เอปสตีน ชี้ว่าเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า เซอร์ โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ พ่อของเพื่อนสาว กีเลน แม็กซ์เวลล์ โดนลอบสังหารโดยหน่วยข่าวกรองลับยิว 'มอสสาด' ผลักตกเรือกลางทะเลนอกชายฝั่งเกาะคานารีชื่อดังของสเปนเมื่อยุค 90 หลังพยายามแบล็กเมลข่มขู่เรียกร้องเงินจำนวนมหาศาลจากเทลอาวีฟจะเปิดโปงความลับเพื่อพยุงอาณาจักรธุรกิจที่กำลังล้มละลาย
เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันนี้(4 ก.พ)ว่า เซอร์ โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ (Sir. Robert Maxwell) บิดาของ กีเลน แม็กซ์เวลล์ เพื่อนสนิทของอดีตมหาเศรษฐีอเมริกัน เจฟฟรีย์ เอปสตีน ตกจากเรือยอร์ชมูลค่า 15 ล้านปอนด์ชื่อ เลดี กีเลน (Lady Ghislaine) นอกชายฝั่งเกาะคานารี (Canary Islands)ของสเปนเมื่อยุค 90 ขณะที่เขามีอายุ 68 ปี
อ้างอิงจาก wionews ของอินเดียที่รายงานเรื่องนี้เช่นกันระบุว่า ผลการชันสูตรศพพบร่องรอยฟกช้ำบนร่างของแม็กซ์เวลล์ ศพพบห่างออกไปเกือบ 100 ไมล์จากเรือยอร์ช และเป็นที่น่าประหลาดว่าไม่มีลูกเรือคนใดได้ยินเสียงเขาหล่นน้ำตกทะเล
ทั้งนี้แม็กซ์เวลล์เป็นเจ้าของธุรกิจสื่อมากมายร่วม 400 บริษัทเป็นต้นว่า กลุ่มธุรกิจหนังสือพิมพ์เดลีมิเรอร์ของอังกฤษ บริษัท British Printing Corporation ธุรกิจพับลิชเชอร์ชื่อดัง Macmillan และ Pergamon Press เป็นต้น และอีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาอังกฤษ
อ้างอิงจากเว็บไซต์ Project Nemesis ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทฤษฎีสมคบคิดเพื่อตีแผ่เครือข่ายไซออนนิสต์อ้างว่า โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ ถูกต้องสงสัยว่าแอบเป็นสายลับให้กับทั้ง หน่วยข่าวกรองลับอังกฤษ MI6 หน่วยข่าวกรองลับอดีตสหภาพโซเวียตKGB และหน่วยข่าวกรองลับมอสสาดของอิสราเอล
ขณะที่ wionews ชี้ว่า เซอร์ โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ ยังเข้าเกี่ยวข้องเงินอิหร่าน-คอนทรา ด้วยการใช้อาณาจักรของเขาสำหรับการฟอกเงินเป็นหนึ่งในแผนลับที่ดำมืดที่สุดของ CIA และ มอสสาด ที่คนเหล่านั้นแอบขายอาวุธให้อิหร่านก่อนนำเงินไปหนุนกบฎนิการากัวที่กำลังต่อสู้รัฐบาลคอมมิวนิสต์ในเวลานั้น และในภายหลังในปี 1986 มีเครื่องบินถูกยิงตกในนิการากัวและมีการพบอาวุธบนเครื่องเรื่องถึงแดงขึ้นมา
นอกจากนี้พ่อของกีเลน แม็กซ์เวลล์ยังเป็นบุคคลสำคัญของซอฟท์แวร์ PROMIS ที่อื้อฉาวที่เขาได้แจกจ่าย ซอฟท์แวร์ PROMIS ที่มาพร้อมบักใช้โดยหน่วยมอสสาดเพื่อสอดแนมรัฐบาลประเทศต่างๆ
เดลีเมลรายงานว่า และตามการเปิดเผยของอดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองกองทัพอิสราเอล Ari Ben-Menasche ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้แค่ไม่กี่วันก่อนแม็กซ์เวลล์ถูกพบเป็นศพว่า เจ้าของอาณาจักรสื่อแดนผู้ดี โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ เป็นสายลับให้มอสสาด
ซึ่งหนึ่งในอีเมลของเอปสตีนเป็นอีเมลที่เขียนเมื่อมีนาคม ปี 2018 ไปยังผู้รับที่ไม่เปิดเผยชื่อ พบว่าเขาได้อ้างอิงข้อความจากหนังสือที่อ้างว่า พ่อของเพื่อนสาวคนรู้ใจถูกเอเจนต์หน่วยมอสสาดผลักตกทะเลระหว่างอยู่บนเรือยอร์ชเมื่อพฤศจิกายนปี 1991 ระหว่างที่เรือกำลังลอยลำอยู่นอกชายฝั่งเกาะคานารี (Canary Islands)ของสเปนเมื่อยุค 90
จากการที่เซอร์ แม็กซ์เวลล์ แบล็กเมลขู่จะเปิดโปงเรื่องราวที่เขาเคยทำงานให้ด้วยการเรียกร้องเงินสูงถึง 400 ล้านปอนด์จากมอสสาดเพื่อพยุงธุรกิจของตัวเองที่กำลังอยู่ในสถานะลำบาก
และไม่นานหลังการเสียชีวิต เรื่องราวปรากฏต่อสาธารณะว่า พ่อของกีเลน แม็กซ์เวลล์ ได้แอบยักยอกเงินราว 450 ล้านปอนด์จากกองทุนบำนาญกลุ่มธุรกิจหนังสือพิมพ์มิร์เรอเพื่อไปพยุงธุรกิจของตัวเองที่กำลังจะล้มละลาย
เดลีเมลรายงานว่า ในอีเมลของอดีตมหาเศรษฐีอเมริกันล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เจฟฟรีย์ เอปสตีน พบว่าเขาได้อ้างอิงข้อความที่มาจากหนังสือชื่อ “The Assassination of Robert Maxwell: Israel's Super Spy” ของผู้แต่ง Gordon Thomas และ Martin Dillon ตีพิมพ์เมื่อปี 2002 มีใจความว่า
“เขากล่าวต่อคนเหล่านั้นว่าหากไม่ยอมมอบเงิน 400 ล้านปอนด์เพื่อช่วยอาณาจักรธุรกิจของเขาที่กำลังประสบปัญหาแล้ว เขาจะเปิดโปงทุกอย่างที่ทำให้กับคนเหล่านั้น” อ้างอิงจากอีเมลของเอปสตีน
เอปสตีนกล่าวในอีเมลในแฟ้มลับเอปสตีนที่เผยแพร่ล่าสุดโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯว่า โดยในอีเมลเขาอ้างว่า ซึ่งในเวลานั้นบิดาของกีเลน แม็กซ์เวลล์ ถือเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลเป็นที่รู้จัก เขาสามารถเข้าออกได้อย่างเสรีทำเนียบรัฐบาลอังกฤษของอดีตนายกรัฐมนตรี มาร์กาเรต แทตเชอร์ รวมไปถึงทำเนียบขาวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โรแนลด์ เรแกน รวมไปถึงเคลมลินของโซเวียตเก่า และทั่วทั้งยุโรปทีเดียว
แม็กซ์เวลล์ได้ส่งผ่านความลับที่เขารู้ทั้งหมดให้กับหน่วยมอสสาดในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอลที่ต้องอดทนจาการที่โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยของเขารวมไปถึงการมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาข้องเกี่ยว
ในอีเมลของเอปสตีนยังระบุต่อว่า พ่อของกีเลน แม็กซ์เวลล์ได้บอกต่อสปายมาสเตอร์คนคุมว่าเป้าหมายควรเป็นใครและมอสสาดควรทำอย่างไรต่อเป้าหมาย แม็กซ์เวลล์ได้แต่งตั้งตัวเองเป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำอดีตสหภาพโซเวียตแบบไม่เป็นทางการ
และหลังการเสียชีวิตของเซอร์ แม็กซ์เวลล์ที่ถูกวินิจฉัยว่าเขาเกิดโรคหัวใจกำเริบก่อนจมน้ำได้รับการจัดพิธีศพในระดับรัฐแบบเสมือนจริงเกิดขึ้นที่ภูเขาโอลิฟส์ที่ศักดิสิทธิ์ (Mount of Olives) ในเมืองเยรูซาเลม
พิธีดังกล่าวพบว่ามีระดับสูงของเทลอาวีฟเข้าร่วม อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล Yitzhak Shamir ส่วนอดีตประธานาธิบดีอิสราเอล Chaim Herzog เป็นผู้ขึ้นกล่าวสดุดี
เดลีเมลชี้ว่า การตัดสินใจที่ต้องการกำจัดเขาเกิดขึ้นหลังการยื่นคำขาดของแม็กซ์เวลล์ต่อเทลอาวีฟที่หวั่นต่อปัญหาด้านสุขภาพจิตของผู้ตายที่เสื่อมทรามและต้องพึ่งยาหลายขนาน
อ้างอิงจากหนังสือพบว่า ทีมกำจัดเป็นชาย 4 คนถูกส่งไปสถานตากอากาศชื่อดังของสเปน เกาะคานารีที่แม็กซ์เวลล์ถูกหลอกให้ไปที่นั่นเพื่อรับเงินตามสัญญา
เรือยอร์ช เลดี กีเลนถูกปิดกั้นจากการสื่อสารทุกด้าน พบว่าทีมนักฆ่ามนุษย์กบของมอสสาดเดินทางมาด้วยเรือเล็กก่อนขึ้นไปพบกับเซอร์ โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ ที่เชื่อว่าเป็นการนัดหมายเพื่อหารือความลับสุดยอดเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้เขา
แต่กลับกลายเป็นว่า 2 คนจากทั้งหมดจับตัวแม็กซ์เวลลไว้ส่วนคนที่ 3 นำเข็มฉีดยาและฉีดยาพิษทำลายประสาทโดสต่ำเข้าไปที่คอของเขาเพื่อทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ก่อนหย่อนตัวเขาลงทะเลอย่างเงียบๆ
เหมือนเช่น Victor Ostrovsky อดีตเอเจนต์หน่วยมอสสาดได้กล่าวต่อคนเหล่านั้นว่า “ในคืนที่เย็นเยียบปัญหามอสสาดที่มีต่อโรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์จะหมดไป”
เดลีเมลรายงานว่า มีรายงานมากมายชี้ไปว่า มหาเศรษฐีอเมริกัน เจฟฟรีย์ เอปสตีน นั้นเคยทำงานในฐานะ “ผู้คอยเคลื่อนย้ายเงิน” ให้กับโรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ ในยุค 80 เพื่อซ่อนเงินของเขา ซึ่งอดีตผู้ช่วยของเอปสตีนคือ Steven Hoffenberg อ้างว่าเขาแนะนำคนทั้งคู่ให้รู้จักเมื่อราวยุค 80
ทั้งนี้ลูกสาว กีเลน แม็กซ์เวลล์ ย้ายไปอาศัยที่นิวยอร์ก สหรัฐฯ ไม่นานก่อนการตายของพ่อเมื่อปี 1991 และไฟลท์ล็อกจากปีนั้นแสดงให้เห็นว่า เธอเดินทางร่วมกับเอปสตีนก่อนหน้านั้นและในไม่ช้าเธอกลายเป็นเกิลเฟรนด์หลักของเอปสตีน และหลังจากนั้นกีเลน แม็กซ์เวลล์ กลายเป็น “มาดาม” เครือข่ายการค้ากามทางเพศของเอปสตีนไป