xs
xsm
sm
md
lg

มอสโกสำทับเคียฟยอมอ่อนข้อขณะจะเจรจารอบใหม่เพื่อยุติศึก หลังรัสเซียถล่มระบบไฟฟ้ายูเครนท่ามกลางอากาศยะเยือก-20องศา ด้านทรัมป์การันตีปูตินไม่ได้ผิดคำพูด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สภาพอากาศหนาวจัดในกรุงเคียฟ ทำให้น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งในแม่น้ำดนิเปอร์ เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า “ดอกไม้น้ำแข็ง” ขึ้นมา ตอนช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อวันพุธ (4 ก.พ.)
รัสเซียเรียกร้องในวันพุธ (4 ก.พ.) ให้ยูเครนยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ที่ฝ่ายตนเสนอไว้เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมา 4 ปีแล้ว มิฉะนั้นก็จะแดนหมีขาวก็จะออกแรงทำศึกบีบคั้นต่อไปอีก ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสองฝ่ายซึ่งมีสหรัฐฯเป็นคนกลาง กำลังเปิดขึ้นอีกรอบหนึ่งในอาบูดาบี โดยก่อนหน้านั้นวันเดียว มอสโกก็เพิ่งถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของฝ่ายเคียฟหนักหน่วงที่สุดในรอบปีนี้ ส่งผลให้ประชาชนนับแสนไม่มีระบบทำความร้อนใช้ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด

“จุดยืนของเรานั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว” ดมิตริ เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน บอกกับพวกผู้สื่อข่าวจากกรุงมอสโกในวันพุธ

“จวบจนกระทั่งระบอบปกครองเคียฟยอมตัดสินใจอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่เช่นนั้นการปฏิบัติการพิเศษทางทหารก็จะยังดำเนินต่อไป” เขากล่าว โดยใช้วลีของทางฝ่ายรัสเซียอที่เรียกการปฏิบัติการรุกรานยูเครน

หนึ่งวันก่อนหน้านั้น คือในวันอังคาร (3) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ของยูเครน ออกมากล่าวโจมตีแดนหมีขาวว่า การฉวยจังหวะที่สภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดมาก่อการร้ายต่อชาวยูเครน เป็นสิ่งที่รัสเซียให้ความสำคัญมากกว่าการใช้แนวทางการทูต อีกทั้งยังตอกย้ำว่า มอสโกเพิกเฉยต่อความพยายามที่จะให้ยุติสงครามของอเมริกา

ด้าน มาร์ก รึตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ก็สำทับวันเดียวกันระหว่างเดินทางเยือนเคียฟว่า การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันจันทร์ (2 ) ชี้ว่า รัสเซียไม่ได้จริงจังเกี่ยวกับสันติภาพ

ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ระหว่างการไปเยือนของรึตเตอ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังทั่วกรุงเคียฟ และระบุด้วยว่า ประชาชนชาวยูเครนในอาคารที่พักหลายร้อยหลังตื่นขึ้นมาตอนกลางดึกคืนวันจันทร์ พบว่าระบบทำความร้อนใช้การไม่ได้ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 19 องศาเซลเซียส

โอเลคซี คูเลบา รัฐมนตรีกระทรวงการฟื้นฟูบูรณะของยูเครน เผยในคืนวันอังคารว่า อาคารที่พักอาศัยกว่า 1,100 หลังยังคงไม่มีระบบความร้อนใช้

ในส่วนของกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงยืนยันว่า โจมตีครั้งใหญ่คราวนี้ พุ่งเป้าที่นิคมอุตสาหกรรมการทหารและโรงไฟฟ้าของยูเครน นอกจากนั้นรัสเซียยังระบุว่า การรับปากตามคำขอของอเมริกาในการระงับการโจมตีเคียฟในช่วงอากาศหนาวจัดเป็นเวลานาน 7 วัน ก็สิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.)

ผู้ให้บริการพลังงานเอกชนรายใหญ่ที่สุดของยูเครนชี้ว่า การโจมตีโรงไฟฟ้าเมื่อคืนวันจันทร์เป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบปีนี้ ขณะที่กองทัพยูเครนแถลงว่า รัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธ 71 ลูก และโดรน 450 ลำ

เจ้าหน้าที่ยูเครนบอกด้วยว่าว่า การโจมตีด้วยโดรนในเมืองซาโปริซเซีย ทางตอนใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีก 11 คน

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 2 คนในแคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ ซึ่งอยู่ทางภาคกลาง ขณะที่อาคารที่พักอาศัยกว่า 10 หลัง โรงเรียนอนุบาล 2 แห่ง และโรงเรียน 1 แห่งในโอเดสซา ทางภาคใต้ ถูกโจมตีเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

เป้าหมายการโจมตีของรัสเซียยังรวมถึงคาร์คีฟ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน ทำให้ระบบทำความร้อนสำหรับสมาชิกราว 100,000 รายใช้การไม่ได้ชั่วคราว ขณะที่อุณหภูมิติดลบ 23 องศาเซลเซียส

สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันอังคารว่า คำสัญญาของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่จะระงับการโจมตียูเครนช่วงอากาศหนาวจัด ถือว่าสิ้นสุดลงแล้วในวันอาทิตย์ (1 ก.พ.)

“มันครอบคลุมจากวันอาทิตย์ถึงวันอาทิตย์ แล้วมันก็หมดเวลาแล้ว เขาโจมตีพวกเขาหนักเลยเมื่อคืนนี้” ทรัมป์กล่าว “เขารักษาคำพูดของเขาในเรื่องนี้ ... เราอยากจะทำอะไรบ้าง เพราะมันหนาวจริงๆ ที่นั่น แต่ว่ามันวันอาทิตย์แล้ว เขารักษาคำพูดจากวันอาทิตย์จนถึงวันอาทิตย์”

เมื่อถูกสอบถามว่าเขารู้สึกผิดหวังไหม ทรัมป์ตอบว่า “ผมต้องการให้เขายุติสงคราม”

สำหรับการเจรจารอบใหม่ระหว่างยูเครนกับรัสเซียโดยมีสหรัฐฯเป็นคนกลางนั้น ถือเป็นรอบที่ 2 โดยสถานที่ประชุมยังคงเหมือนรอบแรกซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม นั่นคือที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจะคุยกัน 2 วันคือในวันพุธและพฤหัสฯ (4-5 ก.พ.)

คาดหมายกันว่า ประเด็นอ่อนไหวที่สุดคือ ข้อเรียกร้องของมอสโกให้เคียฟยอมสละดินแดน และเรื่องชะตากรรมของโรงไฟฟ้าซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในยุโรปและตั้งอยู่ในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองอยู่

รัสเซียนั้นต้องการให้ยูเครนถอนทหารออกจากแคว้นโดเนตสก์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงพื้นที่ราว 20-30% ของแคว้นนี้ซึ่งครอบคลุมพวกเมือที่ฝ่ายเคียฟยังมีการป้องกันหนาแน่นที่สุด ก่อนที่จะทำข้อตกลงใดๆ กันอย่างจริงจัง

ด้านยูเครนยืนกรานว่า ความขัดแย้งควรยุติลงที่แนวรบปัจจุบัน และปฏิเสธการถอนทหารฝ่ายเดียว รวมทั้งเตือนว่า การยกดินแดนจะทำให้รัสเซียฮึกเหิมและไม่ยอมลงนามข้อตกลงห้ามรุกรานยูเครนอีกในอนาคต

(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)
กำลังโหลดความคิดเห็น