เอเอฟพี – มัสยิดชีอะห์ในย่านชานกรุงอิสลามาบัดโดนมือระเบิดฆ่าตัวตายบุกโจมโจมตีอย่างไม่คาดฝันวันศุกร์(6 ก.พ) พบเกิดระเบิดระหว่างพิธีทางศาสนากำลังเริ่มต้น ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า 31 คน และตัวเลขผู้บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 130 คน กลายเป็นเหตุโจมตีร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดระเบิดโรงแรมโรงแรมแมริออทเมื่อปี 2008
เอเอฟพีรายงานวันนี้(6 ก.พ)ว่า เจ้าหน้าที่กรุงอิสลามาบัดแถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตการโจมตีวันศุกร์(6)มีไม่ต่ำกว่า 31 คนหลังเกิดระเบิดที่มัสยิด Imam Bargah Qasr-e-Khadijatul Kubra ใน Tarlai ที่เป็นเขตชานเมือง
แหล่งข่าวความมั่นคงปากีสถานเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า “คนร้ายถูกหยุดที่ทางเข้าก่อนจุดระเบิดตัวเอง”
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงปากีสถานกล่าวว่า การระเบิดเกิดขึ้นในวันศุกร์(6)ที่เป็นวันเข้ามัสยิดที่เหล่าศาสนสถานทั่วประเทศนั้นแน่นขนัดไปด้วยชาวมุสลิมนักแสวงบุญ
แหล่งข่าวยืนยันว่า คาดว่าตัวเลขสูญเสียจะเพิ่มขึ้น
หนึ่งในนักแสวงบุญวัย 52 ปี มูฮัมหมัด คาซิม (Muhammad Kazim)ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า การระเบิดมีอานุภาพสูงได้ทำลายอาคารต่างๆในขณะที่พิธีทางศาสนากำลังเริ่มต้น
“ระหว่างการค้อมตัวครั้งแรกของพิธีนามาซ(Namaz) พวกเราได้ยินเสียงปืนยิงดังขึ้นมา”
และกล่าวต่อว่า “และในขณะที่พวกเรายังคงอยู่ในท่าค้อมตัวนั้น เกิดระเบิดดังสนั่นขึ้นมา”
เอเอฟพีรายงานว่า อย่างไรก็ตามในเวลานี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศตัวแสดงความรับผิดชอบในขณะที่นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif)ยืนยันว่า ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการระเบิดโจมตีนี้จะต้องถูกตามจนพบและนำขึ้นสู่กระบวนการทางยุติธรรม
ไมเคิล คูเกลแมน (Michael Kugelman) นักวิเคราะห์เอเชียใต้แสดงความเห็นบนแพลตฟอร์ม X ว่า "จากเป้าหมายแสด
ให้เห็นว่าอาจเป็นกลุ่มท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องก่อการร้าย IS หรือกลุ่มติดอาวุธต่อต้านมุสลิมชีอะห์"
นักข่าวเอเอฟพีที่อยู่ในโรงพยาบาลสถาบันการแพทย์แห่งชาติปากีสถาน(Pakistan Institute of Medical Sciences hospital) ได้เห็นคนจำนวนไม่กี่คนรวมเด็กกำลังถูกนำส่งโรงพยาบาลบนแคร่หามหรือถูกพยุงเข้ามา
ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยการแพทย์และพลเมืองดีต่างช่วยนำตัวผู้บาดเจ็บที่เสื้อผ้าเปื้อนเลือดลงมาจากรถพยาบาลฉุกเฉินและรถราอื่นๆที่นำส่งผู้บาดเจ็บ และพบว่ามีร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพถูกยัดเข้าที่ส่วนเก็บของท้ายรถนำมาส่งที่โรงพยาบาล
ขณะที่ทีมนักข่าวเอเอฟีอีกทีมรายงานจากมัสยิดที่เกิดเหตุว่า หน่วยความมั่นคงติดอาวุธปากีสถานอยู่ด้านนอกมัสยิดที่มีกองเลือดปรากฎอยู่บนพื้น
เทปสีเหลืองกั้นรอบบริเวณเพื่อการสอบสวน ร้องเท้า เสื้อผ้า และเศษกระจกเกลื่อนไปทั่วบริเวณ
วิดีโอที่เผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นไม่กี่ศพนอนเรียงรายใกล้ประตูหน้ามัสยิด และมีผู้คนและเศษกระจัดกระจายอยู่ทั่วพรมแดงด้านในมัสยิดที่เป็นสถานทำพิธี