xs
xsm
sm
md
lg

KPI Poll คาด ภท.คว้า สส.อันดับ 1 ได้ 134-151 เก้าอี้ ปชน.ตามไม่ห่าง 128-143 เสียง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โพลสถาบันพระปกเกล้าฯ คาด “ภูมิใจไทย” ได้ สส.อันดับ 1 คว้า 134-151 ที่นั่ง ปชน.ตามมาอันดับสอง ได้ 128-143 ที่นั่ง ส่วนเพื่อไทยได้ 100-115 เก้าอี้ กล้าธรรม อันดับ 4 ได้ 28-38 ส่วน ปชป. 21-26 ที่นั่ง


ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นประชาชน ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.- 2 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5 นอกจากนี้ ทุกแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนและความสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไป

จากการคาดการณ์จำนวน สส.ของการเลือกตั้งปี 2569 พบว่า พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาชน มีแนวโน้มได้จำนวน สส. โดยรวมสูงสุด โดยพรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 21 ที่นั่ง และ สส. เขต 113-130 ที่นั่ง รวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 134-151 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชน คาดว่า จะได้ สส. บัญชี รายชื่อ 28 ที่นั่ง และ สส. เขต 100-115 ที่นั่ง รวมประมาณ 128-143 ที่นั่ง สะท้อนว่า ทั้งสองพรรคยังคงมีความแข็งแรงในสนามเขต และมีคะแนนนิยมระดับประเทศที่ช่วยหนุนจำนวนที่นั่งรวมให้อยู่ในระดับสูง

ด้าน พรรคเพื่อไทย คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง และ สส. เขต 80-95 ที่นั่ง รวมประมาณ 100-115 ที่ นั่ง ขณะที่ พรรคกล้าธรรม คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง และ สส. เขต 25-35 ที่นั่ง รวมอยู่ที่ 28-38 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 11 ที่นั่ง และ สส. เขต 10-15 ที่นั่ง รวมประมาณ 21-26 ที่นั่ง

ภาพรวมสะท้อนว่า จำนวนที่นั่งของแต่ละพรรคยังขึ้นกับ “ความสูสีรายเขต” และความเข้มข้น ของการแข่งขันในพื้นที่สำคัญเป็นหลัก

สำหรับ พรรคประชาชาติ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และ สส. เขต 8-10 ที่นั่ง รวม 9-11 ที่นั่ง ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และ สส. เขต 3-4 ที่นั่ง รวม 4-5 ที่นั่ง ส่วน พรรคไทยสร้างไทย คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง และ สส. เขต 1-2 ที่นั่ง รวม 3-4 ที่นั่ง และ พรรครวมไทยสร้างชาติ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง และ สส. เขต 0-1 ที่นั่ง รวม 3-4 ที่นั่ง ขณะเดียวกัน พรรคเศรษฐกิจ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 1-2 ที่นั่ง และ พรรคเสรีรวมไทย คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 0-1 ที่นั่ง ส่วนพรรคอื่นๆ คาดว่า จะได้ สส. บัญชีรายชื่อ ประมาณ 7 ที่นั่ง และ สส. เขต 0-5 ที่นั่ง รวม 7-12 ที่นั่ง


ส่วนผลการสำรวจในคำถาม “เมื่อคิดถึงคนที่ ‘สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง’ ท่านนึกถึงใครเป็นคน แรก” (ครั้งที่ 3) พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย) ได้รับการระบุสูงสุดที่ร้อยละ 20.7 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 18.9 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 16.9 รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ประชาชน) ร้อยละ 19.2 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 15.2 และกลับมาใกล้เคียงกับครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 18.8

ขณะที่ตัวเลือก “ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม” อยู่ที่ร้อยละ 17.7 ลดลงต่อเนื่องจากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 23.4 และ ครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 26.2

ถัดมาคือ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (เพื่อไทย) ร้อยละ 15.1 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากครั้งที่ 2 ที่ร้อย ละ 12.1 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 10.9

ส่วน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ประชาธิปัตย์) อยู่ที่ร้อยละ 12.0 เพิ่มขึ้น จากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 8.8 และสูงกว่าครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 10.2

สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 5% โดยผู้ที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (รวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 3.8 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่ 2 ที่ ร้อยละ 3.4 และจากครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 1.3 รวมถึง ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ไทยก้าวใหม่) ร้อยละ 0.9 เพิ่มขึ้น จากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 0.7 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 0.6

ขณะที่บางตัวเลือกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก (รักชาติ) ร้อยละ 0.5 จากครั้งที่ 2 ร้อยละ 0.2 และครั้งที่ 1 ร้อยละ 0.3 ในทางกลับกัน กลุ่มที่ ลดลงค่อนข้างชัด ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (กล้าธรรม) ที่ลดลงมาอยู่ร้อยละ 1.3 จากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 4.6 (และครั้งที่ 1 ร้อยละ 1.9) รวมถึง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (เศรษฐกิจ) ร้อยละ 2.3 ลดลงต่อเนื่องจาก ครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 2.8 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 4.4

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ไทยสร้างไทย) อยู่ที่ร้อยละ 2.0 ลดลงจากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 3.2 (ครั้งที่ 1 ร้อยละ 2.6) และบุคคลอื่น (โปรดระบุชื่อ) อยู่ที่ร้อย ละ 0.8 ลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 0.9 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 1.2 ท้ายที่สุด บางตัวเลือกค่อนข้างทรงตัวหรือเปลี่ยนเล็กน้อย เช่น นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (โอกาสใหม่) ร้อยละ 0.4 เท่าเดิมทั้งสามครั้ง, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (ประชาชาติ) ร้อยละ 0.5 ใกล้เคียงกับครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 0.6 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 0.4, ขณะที่ นายกัณวีร์ สืบแสง (พลวัต) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.2 จากครั้งที่ 2 ที่ร้อยละ 0.5 และครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 0.8

ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” (ครั้งที่ 2) พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า “เห็นชอบ” คิดเป็นร้อยละ 50.9 โดยลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 53.0 ขณะที่ ผู้ตอบที่ระบุว่า “ไม่เห็นชอบ” อยู่ที่ร้อยละ 20.9 ลดลงจากครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 23.4 ในทางกลับกัน กลุ่ม “ไม่มี ความเห็น” อยู่ที่ร้อยละ 28.2 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่ 1 ที่ร้อยละ 23.6

ผลการสำรวจทาง Line Today 1 ในคำถาม “ท่านคิดว่า สำหรับประชาชนทั่วไป ‘รัฐธรรมนูญฉบับ ใหม่’ หมายถึงอะไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่เข้าใจว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” หมายถึง “ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ” คิดเป็นร้อยละ 34.8 รองลงมาคือ “นำฉบับเดิมมาแก้ไขบางมาตรา” คิดเป็นร้อยละ 28.4 และ “นำฉบับเดิม มาแก้ไขบางมาตราหรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับก็ได้” คิดเป็นร้อยละ 28.4 ขณะที่ผู้ตอบที่ระบุว่า “ไม่แน่ใจ” มีสัดส่วนร้อยละ 8.4






กำลังโหลดความคิดเห็น