เอพี - ญี่ปุ่นเปิดคูหาเลือกตั้งวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) ขณะที่โพลล์หลายสำนักชี้แอลดีพีจะกวาดชัยชนะถล่มทลาย ด้านทาคาอิจิประกาศพร้อมลงจากตำแหน่ง ถ้าพรรคไม่ได้เสียงข้างมาก
แม้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่บริหารญี่ปุ่นเกือบตลอด 7 ทศวรรษล่าสุดนั้น กำลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการระดมทุนผิดกฎหมายและศาสนา
ซานาเอะหวังว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์จะช่วยพลิกสถานการณ์ของพรรค และต้องการผลักดันวาระการเมืองปีกขวาที่มีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของญี่ปุ่น ขณะที่สถานการณ์กับจีนตึงเครียดยิ่งขึ้น นอกจากนั้น เธอยังต้องการกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นกับอเมริกา และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดเดายากในบางครั้ง
โพลล์ล่าสุดจากหลายสำนักบ่งชี้ว่า แอลดีพีจะกวาดชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคฝ่ายค้านที่มีการจับขั้วกันระหว่างพรรคสายกลางใหม่กับพรรคขวาจัด แต่ถูกมองว่า มีความแตกแยกเกินกว่าจะเป็นผู้ท้าทายที่แท้จริง
ทาคาอิจิที่มีแนวทางการเมืองอนุรักษนิยมสุดโต่ง และเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว เดิมพันว่า แอลดีพีกับพันธมิตรใหม่คือ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (เจไอพี) จะกวาดเสียงข้างมากในสภาล่างที่มีทั้งหมด 465 ที่นั่ง
ผลสำรวจล่าสุดของหนังสือพิมพ์ชั้นนำหลายฉบับพบว่า มีความเป็นไปได้ที่พรรคแอลดีพีของทาคาอิจิเพียงพรรคเดียวอาจได้เสียงข้างมากอย่างง่ายดาย และหากรวมกับพรรคแนวร่วมจะได้ทั้งหมดราว 300 ที่นั่ง จากที่เคยครองเสียงข้างมากแบบเฉียดฉิวนับจากที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2024
ทาคาอิจิมั่นใจถึงขั้นประกาศว่า จะลงจากตำแหน่ง ถ้าแอลดีพีไม่ได้เสียงข้างมาก ทั้งนี้ ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคแนวร่วมของทาคาอิจิอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญสู่แนวทางปีกขวาสำหรับนโยบายความมั่นคง ผู้อพยพ และนโยบายอื่นๆ ของญี่ปุ่น โดยฮิโรฟูมิ โยชิมูระ หัวหน้าพรรคเจไอพี ประกาศว่า พรรคของตนจะทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง”
อนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้กระแสประชานิยมขวาจัดเพิ่งพุ่งพล่านในญี่ปุ่น จากการแจ้งเกิดของพรรคซันเซโตะที่ชูแนวทางชาตินิยมและต่อต้านโลกาภิวัตน์
ทาคาอิจิประกาศทบทวนนโยบายความมั่นคงและกลาโหมภายในเดือนธ.ค. เพื่อเสริมสร้างแสนยานุภาพเชิงรุกของกองทัพ ยกเลิกการแบนการส่งออกอาวุธ และก้าวออกจากหลักการใฝ่สันติหลังสงครามมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่นผู้นี้ยังผลักดันนโยบายแข็งกร้าวยิ่งขึ้นต่อชาวต่างชาติ ต่อต้านการสอดแนม และมาตรการอื่นๆ ที่ถูกใจกลุ่มขวาจัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจบ่อนทำลายสิทธิพลเรือน ทาคาอิจิยังต้องการเพิ่มงบประมาณการทหารเพื่อตอบโต้การกดดันของทรัมป์ให้อัดฉีดงบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้บอกว่า ต้องการขอฉันทามติจากประชาชนสำหรับนโยบายแบ่งแยกประเทศ แต่ทาคาอิจิพยายามเลี่ยงประเด็นขัดแย้ง เช่น วิธีสนับสนุนการใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้น แนวทางแก้ไขความขัดแย้งทางการทูตกับจีน และปัญหาอื่นๆ
ระหว่างหาเสียง ทาคาอิจิกล่าวถึงความจำเป็นของรัฐบาลในการใช้จ่ายเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการลงทุนสำหรับการจัดการวิกฤตและการเติบโต เช่น มาตรการส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอื่นๆ เธอยังพยายามผลักดันมาตรการแข็งกร้าวมากขึ้นเกี่ยวกับผู้อพยพและคนต่างชาติ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มข้อกำหนดในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ และการจำกัดจำนวนคนต่างด้าวที่พำนักในญี่ปุ่น
ทั้งนี้ การเลือกตั้งของญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นขณะที่หิมะกลับมาตกอีกครั้งทั่วประเทศ รวมถึงในโตเกียว ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนหรือการนับคะแนนล่าสุดในบางพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักล่าช้า โดยเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้วมีพายุตกหนักเป็นประวัติการณ์ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งทำให้ถนนไม่สามารถใช้การได้ และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน