เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์ มาเรีย โครินา มาชาโด แกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพว่าเป็นตัวก่อกวน (spoiler) ที่บ่อนทำลายเป้าหมายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ หลังจากที่เธอออกมาเสนอกรอบเวลาที่เวเนซุเอลาควรจัดการเลือกตั้งใหม่
เว็บไซต์ Politico รายงานเมื่อวันศุกร์ (6 ก.พ.) โดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเริ่ม "ไม่พอใจ" กับ มาชาโด เกี่ยวกับคำพูดของเธอเรื่องกำหนดเวลาการเลือกตั้งในเวเนซุเอลา
เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว มาชาโด ซึ่งสนับสนุนการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาและการลักพาตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร เมื่อต้นเดือน ม.ค. กล่าวกับ Politico ว่า การเลือกตั้งทั่วไปสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจใช้เวลาประมาณ 9-10 เดือน
ที่ปรึกษาทำเนียบขาวซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อกล่าวว่า คำพูดของ มาชาโด “ทำให้บางคนไม่พอใจ” พร้อมชี้ว่าเธอ “บ่อนทำลายความสำเร็จด้านนโยบายของประธานาธิบดี (ทรัมป์)” ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวนักโทษการเมือง ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างสองประเทศ และความร่วมมือในด้านอื่นๆ
“สิ่งที่ มาเรีย โครินา มาชาโด ทำคือการพยายามลบล้างเรื่องทั้งหมดนี้… เธอเห็นแก่ตัว” ที่ปรึกษา ทรัมป์ คนหนึ่งกล่าว “นี่ไม่ใช่ ‘ปฏิบัติการ มาเรีย โครินา มาชาโด’ แต่เป็น ‘ปฏิบัติการความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ’ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย เธอเป็นตัวก่อกวน และกำลังทำงานต่อต้านเป้าหมายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ”
เจ้าหน้าที่อีกคนที่ใกล้ชิดกับทำเนียบขาวกล่าวว่า อดีต ส.ส.หญิงเวเนฯ คนนี้ “ไม่ควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบเวลา” และเสริมว่า “(24) เดือนเป็นกรอบเวลาที่ทำได้จริงมากกว่า”
ทำเนียบขาวระบุในถ้อยแถลงถึง Politico ว่า การเลือกตั้งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ “ในชั่วข้ามคืน” และจะจัดขึ้น “ในเวลาที่เหมาะสม” พร้อมย้ำว่า ลำดับความสำคัญสูงสุดของประธานาธิบดี ทรัมป์ คือการฟื้นฟูเวเนซุเอลา ก่อนที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้
สำนักงานของ มาชาโด ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเพียง “เสียงรบกวนจากสื่อ” และข่าวลือ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายค้านเวเนฯ “ทำงานสอดประสานอย่างใกล้ชิด” กับรัฐบาลสหรัฐฯ “ในแนวทางของเรา”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของ มาชาโด ในการดำรงตำแหน่งผู้นำเวเนซุเอลา และยังชี้ว่าเธอ “ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพภายในประเทศ” มากพอ
มาชาโด ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับวอชิงตัน และเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว จากสิ่งที่คณะกรรมการระบุว่าเป็นความพยายามของเธอในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ ต่อมาเธอได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้แก่ ทรัมป์ แม้ว่าคณะกรรมการโนเบลจะยืนยันว่า รางวัลโนเบล “ไม่สามารถเพิกถอน แบ่งปัน หรือโอนให้ผู้อื่นได้” ก็ตามที
ที่มา: RT