ผบ.ทอ.ชมการสาธิต “ปืนเลเซอร์” ต้นแบบฝีมือคนไทย พัฒนาโดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ใช้พลังงานแสงยิงทำลายเป้าหมายได้ในระยะ 50-100 เมตร พร้อมรับมือโดรนโจมตี ป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อมต่อยอดพัฒนายุทโธปกรณ์แห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ตรวจเยี่ยมกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้ชมการสาธิตการยิงปืนลำแสงเลเซอร์ต้นแบบที่กรมสรรพาวุธทหารอากาศพัฒนาขึ้นในระยะแรก มีกำลังหัวกำเนิดลำแสงเลเซอร์ประมาณ 10 กิโลวัตต์ โดยใช้ระบบบีบอัดลำแสงให้เกิดความร้อนสูง สามารถทำให้เป้าหมายในระยะ 50–100 เมตร มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 300–400 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอต่อการสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเป้าหมาย
ตัวปืนถูกออกแบบโดยนำหัวกำเนิดเลเซอร์มาประกอบเข้ากับโครงปืน พร้อมพานท้ายและระบบลั่นไกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้วัสดุอะลูมิเนียมเป็นโครงสร้างหลัก เพื่อลดน้ำหนักและช่วยในการระบายความร้อน โดยทีมพัฒนาให้ความสำคัญกับการลดขนาดและน้ำหนัก เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงยุทธวิธี
พล.อ.ท.มาโนช อารีพงษ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ (สพ.ทอ.) ได้ทำการสาธิตการยิงปืนลำแสงเลเซอร์ต้นแบบ ด้วยตนเอง
ผบ.ทอ.ได้ให้ความสนใจอย่างยิ่งต่อการพัฒนาปืนเลเซอร์ ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ในระดับ Proof of Concept เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างอาวุธพลังงานทิศทาง (Directed Energy Weapon) สำหรับใช้ในภารกิจต่อต้านโดรน (Anti-Drone) รวมถึงการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายสำคัญคือ สามารถออกแบบและผลิตได้เองภายในประเทศ
นอกจากนี้ ยังติดตั้งรางมาตรฐานสำหรับประกอบกล้องขยาย หรือกล้องถ่ายภาพความร้อน เพื่อช่วยในการเล็งเป้า โดยเฉพาะในเวลากลางคืนรวมถึงเลเซอร์พอยน์เตอร์สำหรับชี้เป้า เนื่องจากลำแสงเลเซอร์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พร้อมเสริมด้ามจับประคองมือ ระบบวัดความร้อน ระบบวัดกระแสไฟ สวิตช์นิรภัย (Safety Switch) และระบบระบายความร้อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน
การเริ่มต้นพัฒนาปืนเลเซอร์กำลังต่ำระดับ 1 กิโลวัตต์ ในช่วงแรก ถือเป็นก้าวสำคัญของการวางรากฐานสู่การต่อยอดพัฒนายุทโธปกรณ์แห่งอนาคตของกองทัพอากาศ สอดคล้องกับนโยบายของผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมองค์ความรู้ และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมจากมันสมองของคนไทย เพื่อเสริมขีดความสามารถด้านความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน