อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐกิจเทคโนโลยี แถลงมีแผนสร้าง "เมืองที่สามารถขยายตัวและพึ่งพาตนเองได้" บนดวงจันทร์ และทำความสำคัญกับโครงการนี้ อยู่เหนือความทะเยอทะยานมุ่งหน้าสู่ดาวอังคารที่เขาเคยเน้นย้ำมาช้านาน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สเปซเอ็กซ์มุ่งเน้นพัฒนายานอวกาศที่มีศักยภาพบินไปถึงดาวอังคาร โดย มัสก์ เคยบอกก่อนหน้านี้ว่าภารกิจแรกของยาน Starship ที่ไม่มีลูกเรือ สำหรับมุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร อาจมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2026
อย่างไรก็ตามในข้อความที่โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อวันอาทิตย์(8ก.พ.) มัสก์เขียนว่าทางบริษัท "ได้ปรับเปลี่ยนโฟกัสมุ่งสู่การสร้างเมืองขยายตัวและพึ่งพาตนเองได้บนดวงจันทร์" อ้างว่าโครงการนี้อาจบรรลุเป้าหมายได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี เปรียบเทียบกับการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร ที่อาจใช้เวลานานมากกว่า 2 ทศวรรษ
"ภารกิจของสเปซเอ็กซ์ยังคงเดิม ขยายขอบเขตของจิตสำนึกและวิถีชีวิตอย่างที่เราเคยรู้จัก ไปยังดวงดาวต่างๆ" มัสก์เขียน พร้อมระบุว่าภารกิจมุ่งสู่ดาวอังคาร จะเกิดขึ้นได้เฉพาะตอนเกิดการเรียงตัวของดาวเคราะห์ ซึ่งเกิดขึ้นราวๆทุก 26 เดือน และจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทาง 6 เดือน ผิดกับการปล่อยยานขึ้นสู่ดวงจันทร์ ที่สามารถทำได้ในทุกๆ 10 วันและใช้เวลาเดินทางแค่ราวๆ 2 วัน ด้วยเหตุนี้ เขาบอกว่ามันจะเปิดทางให้บินกลับไปกลับมาเร็วขึ้น และพัฒนาถิ่นฐานบนดวงจันทร์ได้เร็วกว่าเดิม
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า สเปซเอ็กซ์ ให้ความสำคัญลำดับต้นๆกับภารกิจดวงจันทร์ และวางเป้าส่งยานอวกาศ Starship ที่ไม่มีลูกเรือ ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ราวๆปี 2027 นอกจากนี้แล้วยังกำลังมีการพัฒนายานอวกาศสำหรับโครงการอาร์ทิมิสของนาซา ในการนำมนุษย์อวกาศกลับสู่ดวงจันทร์ ในช่วงปลายทศวรรษนี้
มัสก์ บอกว่าทางบริษัทไม่ได้ละทิ้งความทะเยอทะยานในเรื่องเกี่ยวกับดาวอังคาร และจะมุ่งมั่นสร้างเมืองดาวอังคาร และจะเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้ราวๆ 5 ถึง 7 ปี แต่ให้คำจำกัดความดวงจันทร์ ว่าเป็นทางเลือกที่เร็วกว่า "สำหรับรับประกันอนาคตแห่งอารยธรรม"
มหาเศรษฐกิจรายนี้พูดบ่อยครั้งเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร ส่วนหนึ่งในความพยายามอย่างกว้างขวาง เพื่อรับประกันการอยู่รอดของมนุษยชาติ ในกรณีที่เกิดหายนะระดับโลก และเคยบ่งชี้ว่าดาวแห่งนี้ในท้ายที่สุดจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)