คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"
ตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองที่เพิ่งปิดทำการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ประกาศคว้าตัว เจเรมี่ ฌาเก้ต์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 60 ล้านปอนด์ โดยเป็นดีลล่วงหน้าแนวรับดาวรุ่งจะหอบผ้าหอบผ่อนย้ายสู่ แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้
พูดตามตรงว่าชื่อของนักเตะรายนี้แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่รู้จักและแทบจะไม่เคยเห็นฟอร์มมาก่อน ดังนั้นการจ่ายล่วงหน้า 55 ล้านปอนด์ บวกกับแอดออนส์อีก 5 ล้านปอนด์ แลกกับผู้เล่นวัย 20 ปีถือว่าเสี่ยงไม่น้อย กระนั้นก็ตาม ลิเวอร์พูล คงมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวและแข้งใหม่รายนี้ก็จะมาเป็นกำลังสำคัญต่อไปอีกหลายปี โดยเซ็นสัญญากัน 5 ปีถึงปี 2031 พร้อมออปชั่นขยายอีกหนึ่งปี
ปีนี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาเกมรับชัดเจนเสียไป 33 ประตูจาก 24 เกม พรีเมียร์ ลีก รวมถึงแนวรับเรียงหน้ากันบาดเจ็บ
ลิเวอร์พูล ยินดีที่จะรอจนถึงซัมเมอร์ เนื่องจาก แรนส์ ไม่ปล่อย ฌาเก้ต์ ในช่วงกลางฤดูกาลแบบนี้ แถมสโมสรเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินด้วย หากไม่เต็มใจจะไม่ซื้อก็ได้ แถมตั้งราคาเอาไว้สูงเป็นสถิติใหม่แทนที่ของเดิมที่ปลล่อย เจเรมี่ โดกู ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 55.4 ล้านปอนด์เมื่อปี 2023
จูเลียน ลอเรนส์ ผู้คร่ำวอดในวงการฟุตบอลฝรั่งเศสของ ESPN กล่าวถึง ฌาเก้ต์ ว่า “มันเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่ ฌาเก้ต์ มีทุกอย่างที่จะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาอาจเป็นกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในยุคของเขาเลยก็ว่าได้"
“ฌาเก้ต์ สูง ว่องไว และแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นเหมือนเครื่องจักรเมื่อต้องดวลลูกกลางอากาศและบนพื้น เขาอ่านเกมได้ดีและเล่นบอลได้ดี เขายังไม่ใช่กองหลังตัวกลางที่เล่นบอลได้ดีอย่างแท้จริง ในด้านเทคนิค ยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่ฉลาดและสามารถพัฒนาไปถึงจุดนั้นจนกลายเป็นเหมือน เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ได้”
ภายใต้สีเสื้อ แรนส์ ฌาเก้ต์ เล่นในตำแหน่งกองหลัง 3 คนเป็นหลักในฤดูกาลนี้ เมื่อตอนอายุ 18 ปี เขาต้องการลงเล่นมากขึ้น จึงถูกปล่อยยืมตัวให้ แคลร์มงต์ ใช้งานในลีก 2 แต่อยู่ได้เพียงครึ่งฤดูกาลก่อนจะถูกเรียกตัวกลับมาในเดือนมกราคมปี 2025 และลงเล่นใน ลีก เอิง ทั้งหมด 36 นัด
ความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศของ ฌาเก้ต์ เป็นจุดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยชนะการดวลลูกกลางอากาศถึง 75.51% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดากองหลังลีกเอิงฤดูกาล 2025–26
ด้วยค่าตัวที่สูงจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีความคาดหวังมากมายแค่ไหนเมื่อ ฌาเก้ต์ ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล นอกจากนี้เมื่อ โจวานนี เลโอนี กองหลังชาวอิตาลี กลับมาจากการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดในช่วงซัมเมอร์นี้ แนวรับของ "หงส์แดง" อาจดูแตกต่างออกไปมากเมื่อเริ่มต้นฤดูกาลหน้า
ลิเวอร์พูล เดินเครื่องไม่รีรอคว้าตัว ฌาเก้ต์ เนื่องจาก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ อิบราฮิมา โคนาเต้ กำลังจะหมดสัญญาในซัมเมอร์นี้ ขณะที่กัปตันทีมอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค อายุอานามก็ปาเข้าไป 34 ปีแล้ว ส่วน โจ โกเมซ สัญญาจะหมดลงในปี 2027
แน่นอนว่าปีหน้า ฌาเก้ต์ ต้องปรับตัวพอสมควร เพราะมีตัวอย่างให้เห็นแล้วอย่าง 2 ดีลใหญ่จาก ลีก เอิง ที่ย้ายสู่ พรีเมียร์ลีก เมื่อเร็วๆ นี้ ต่างก็พบกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็น เลนี โยโร กองหลังค่าตัว 52 ล้านปอนด์ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อับดูโคดีร์ คูซานอฟ แนวรับค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างก็พบว่าช่วงเริ่มต้นของพวกเขานั้นยากลำบากไม่น้อย
ช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญากับกองหลังตัวกลางอายุ 20 ปีหรือต่ำกว่าถึง 5 คน เลโอนี วัย 19 ปี ย้ายมาจาก ปาร์มา ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่เซ็นสัญญากับ โนอาห์ อเดโคยา วัย 19 ปี, มอร์ ทัลลา เอ็นดิเย่ วัย 18 ปี ชาวเซเนกัล และ อิเฟียนยี เอ็นดุกเว นักเตะทีมชาติออสเตรียชุดเยาวชน วัย 17 ปี ในเดือนมกราคม
จำนวนผู้เล่นใหม่ที่เซ็นสัญญาเข้ามานั้นบ่งชี้ว่า ลิเวอร์พูล กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตในตำแหน่งกองหลังตัวกลางอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้ถือเป็นการเดินเครื่อง หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าตัว มาร์ค เกฮี นักเตะมากประสบการณ์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาจาก คริสตัล พาเลซ และตอนนี้ย้ายไป แมนฯซิตี้ แทนแล้ว